RE/MAX (ประเทศไทย) สร้างช่องทาง “รวย” ด้วยการเป็น “นายหน้า” สุดยอดแห่งการลงทุน

หนึ่งในอาชีพที่น่าสนใจคือ “การเป็นนายหน้า” แต่คำว่า “นายหน้า” ก็ไม่ได้หมายความว่าใครนึกจะทำก็ทำได้ คุณสมบัติของการเป็น “นายหน้าที่ดี” “ทำแล้วมีรายได้” มีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง หากพิจารณาถึงทิศทางของอาชีพนี้พบว่า

ในปี 2563 ภาพรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะมีอัตราการเติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะย่านชานเมืองต่างๆ ซึ่งเราจะเห็นโครงการคอนโดมิเนียม หมู่บ้านจัดสรร อพาร์ทเม้น เตรียมเปิดตัวอีกจำนวนมาก ดังนั้นโอกาสของการเป็น “นายหน้า” ก็ย่อมมีทิศทางสดใสมากขึ้นด้วย

RE/MAX (ประเทศไทย)

อย่างไรก็ดี www.ThaiSMEsCenter.com เห็นว่าหากเราคิดจะเลือกเดินในเส้นทางของการเป็น “นายหน้า” เราควรมีพี่เลี้ยงที่ดี มีคนที่คอยให้คำปรึกษา โดยหนึ่งในแฟรนไชส์ที่มีชื่อเสียงไม่ใช่แค่ในประเทศแต่มีชื่อเสียงทั่วโลกอย่าง RE/MAX ที่ได้เข้ามาเปิดดำเนินสาขาในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2012 คืออีกหนึ่งสุดยอดการลงทุนที่ช่วยให้การเป็น “นายหน้า” รวยเร็วกว่าที่คิด

รีแม็กซ์ (ประเทศไทย) จุดเริ่มต้นของคน “รวย” ด้วยการเป็น “นายหน้า”

RE/MAX (ประเทศไทย)

RE/MAX แบรนด์ธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งของโลก ก่อตั้งในสหรัฐอเมริกาปี 1973 และเริ่มเข้ามาในประเทศไทยปี 2012 แฟรนไชส์ของ RE/MAX ทำหน้าที่เป็นนายหน้าหรือตัวกลางในการ ซื้อ/ขาย เช่า/ให้เช่า อสังหาริมทรัพย์ โดยได้รับค่าคอมมิสชั่นเป็นผลตอบแทน โดยผู้ลงทุนจะได้รับการสนับสนุนหลักด้าน แบรนด์ การฝึกอบรม และเทคโนโลยี ช่วยทำให้โบรกเกอร์แต่ละแห่งมีมาตรฐานการทำงานและบริการในระดับสากล

RE/MAX (ประเทศไทย)

ปัจจุบัน RE/MAX ถูกจัดให้เป็นแฟรนไชส์นายหน้าอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งของโลกที่มียอดขายอสังหาริมทรัพย์มากที่สุดในโลกนานกว่า 6 ปีซ้อน และมีนายหน้า RE/MAX ทั่วโลกถึงตอนนี้มากกว่า 125,000 คน มีสำนักงานมากกว่า 8,000 แห่งกระจายอยู่ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก สำหรับการดำเนินงานของ RE/MAX ในประเทศไทย มีแฟรนไชส์มากกว่า 35 แห่งใน 14 จังหวัดทั่วประเทศ มีนายหน้าในสังกัดประมาณ 200 คน

3 ข้อดี ลงทุนกับ RE/MAX (ประเทศไทย) รวยสมใจแน่นอน

1. มีการฝึกอบรมและผสมผสานการใช้เทคโนโลยี

RE/MAX (ประเทศไทย)

RE/MAX (ประเทศไทย) มีจุดเด่นที่แตกต่างคือการเป็นแฟรนไชส์นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่มีการฝึกอบรมการขายที่เป็นมาตราฐานมืออาชีพ ระดับสากล ให้กับเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ และตัวแทนนายหน้า ตัวอย่างของหัวข้อที่มีการฝึกอบรม เช่น การเริ่มต้นอาชีพนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ การบริหารแฟรนไชส์ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง การแสดงทรัพย์ การทำงานกับลูกค้าต่างชาติ การเปิดบ้าน ทรัพย์เพื่อการลงทุน โซเชียลมีเดียสำหรับอสังหาริมทรัพย์ บุคลิกภาพนายหน้า เป็นต้น พร้อมกับมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยรองรับ เพื่อเพิ่มโอกาสในการวิเคราะห์ข้อมูล เข้าถึงลูกค้า และเพิ่มโอกาสในการปิดการขายมากขึ้น

2. มีระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่

ผู้ที่ลงทุนกับ RE/MAX (ประเทศไทย) มั่นใจได้ว่าจะมีลูกค้าอยู่ในมือแน่นอนเพราะ RE/MAX (ประเทศไทย) มีระบบการส่งต่อลูกค้า จากฐานข้อมูลลูกค้าของ RE/MAX จากทั่วโลก และภายในประเทศเอง โดยมีระบบเชื่อมต่อที่สำคัญ เช่นDDproperty, Hipflat, DotProperty, Baania, TERRABKK เมื่อมีการอัพโหลดทรัพย์ในระบบของ RE/MAX ทรัพย์จะเชื่อมต่อปรากฏให้เห็นในเว็บ เพื่่อเป็นเครื่องมือช่วยในการทำงานสำหรับเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ หรือนายหน้าของ RE/MAX ทุกคน ใช้ในการทำงานร่วมกันให้ประสบความสำเร็จได้เร็วที่สุด ผสมผสานกับการนำขั้นตอน การบริหารจัดการที่ฝึกอบรมมาผนวกใช้รวมกันจะยิ่งส่งผลดีต่อการทำธุรกิจมากขึ้น

3. การลงทุนที่มีแต่ “ได้” กับ “ได้”

หากพิจารณาจากแนวทางการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์พบว่าดีต่อเนื่องแม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดีแต่คนก็ยังมองหาสินทรัพย์ในด้านอสังหาฯ นายหน้าของ RE/MAX จึงเป็นการลงทุนที่มีแต่ “ได้” กับ “ได้” ยิ่งได้ทำงานนาน ยิ่งมีประสบการณ์ ยิ่งรู้จักหาสินทรัพย์มาจำหน่ายได้เก่ง โอกาสที่จะมีรายได้จากธุรกิจนี้ก็ยิ่งมาก ที่สำคัญมีเวลาให้กับตัวเองและครอบครัว และยังได้รู้จักกับนักลงทุนต่างๆ เป็นการเปิดโลกทรรศน์ให้เรารู้จักคนกว้างขวางมากขึ้น

ลงทุนกับ RE/MAX (ประเทศไทย) ต้องทำยังไงบ้าง?

เมื่อเราได้มองเห็นทิศทางการลงทุนในการเป็นนายหน้า ว่า “ดีแค่ไหน” หลายคนก็อยากจะลงทุนเพื่อลองเป็นนายหน้า ซึ่งการลงทุนกับ RE/MAX เงินลงทุนในการเริ่มก่อตั้งแฟรนไชส์ RE/MAX แต่ละแห่งจะแตกต่างกันตามโอกาสทางธุรกิจหรือความหนาแน่นของธุรกรรม ซื้อ/ขาย เช่า/ให้เช่า อสังหาริมทรัพย์ในแต่ละพื้นที่

เงินที่ต้องใช้สำหรับการก่อตั้งแฟรนไชส์ RE/MAX แต่ละแห่ง จะถูกใช้สำหรับส่วนต่างๆ เช่น ค่าแฟรนไชส์ตามสัญญา 5 ปี ที่ทำการและค่าใช้จ่ายในสำนักงาน ค่าธรรมเนียมรายเดือน ฯลฯ โดยคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ต้องการลงทุน นอกจากความพร้อมในการเป็นผู้ประกอบการ ยังต้องพร้อมที่จะเรียนรู้ระบบการงานของ RE/MAX และควรมีเงินทุนเบื้องต้นสำหรับการลงทุนประมาณ 500,000 – 1,000,000 บาท

การันตีความเป็นสุดยอดแฟรนไชส์ด้วยการจัดงาน RE/MAX Award Night

ด้วยการเติบโตของธุรกิจที่มีอย่างต่อเนื่องและเพื่อต้อนรับปี 2020 RE/MAXได้จัดงาน RE/MAX Award Night โดยเป็นงานเฉลิมฉลองประจำปีของรีแม๊กซ์ ซึ่งจะจัดขึ้นทุกๆต้นปี โดยมีการประกาศรางวัลสำหรับออฟฟิศและนายหน้าในสังกัดรีแม๊กซ์เท่านั้น ซึ่งเป็นงานที่ RE/MAX ทั่วเมืองไทยได้เข้าร่วมและมีออฟฟิศจาก RE/MAX ต่างประเทศเข้าร่วมเพื่อให้คำแนะนำในการบริหารจัดการแฟรนไชส์ โดยงานนี้จะจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2020 ที่โรงแรมโนโวเทล สุขุมวิท 20

นับเป็นการจัดงานที่ตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพและคุณภาพในการเป็นธุรกิจแฟรนไชส์นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่ดีที่สุดในโลกและพร้อมจะเดินหน้าสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ดียิ่งๆขึ้นไปเพื่อโอกาสของผู้ลงทุนในครอบครัว RE/MAX ทุกคนจะได้สุข สมหวัง ร่ำรวยกับการเป็น “นายหน้า” ได้อย่างแท้จริง

และนี่คือสุดยอดแฟรนไชส์ที่เราได้นำมาฝากกันและเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับคนที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุน และเบื่อกับการลงทุนแฟรนไชส์อาหาร เครื่องดื่ม ที่มีคู่แข่งมากมาย แฟรนไชส์ RE/MAX ที่มีประสบการณ์ในงานด้านอสังหาริมทรัพย์และนายหน้ามายาวนาน ย่อมมีเทคนิคและเคล็ดลับดีๆ ที่พร้อมถ่ายทอดสู่คนที่สนใจเพื่อก้าวไปสู่การลงทุนที่มีรายได้ดี บางทีอาจจะดีกว่าที่เราไม่เคยคิดมาก่อนก็เป็นได้

 

ต้องการลงทุนแฟรนไชส์ รีแม็กซ์ (ประเทศไทย)
โทร. 092-552-0101, 02-038-5868

 

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

0

ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจติดตามได้ที่ https://bit.ly/335phDi
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy)

กองบรรณาธิการเว็บไซต์

ยินดีสนับสนุน SMEs ไทยทุกแบรนด์ ที่ต้องการสร้างความเข้มแข็ง อยากเรียนรู้ พัฒนาธุรกิจ ส่งเสริมความเข้าใจในการตลาด มีความคิดสร้างสรรค์ แบ่งปันเพื่อสังคม ต่อยอดธุรกิจ ให้ประสบความสำเร็จในอนาคต