Yum Brands ก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ตลาดฟาสต์ฟู้ด ตั้งเป้าขยายแฟรนไชส์เพิ่ม 100,000 สาขาทั่วโลก

ในปี 2566 หากใครสนใจเปิดร้านแฟรนไชส์พิซซ่าฮัทในสหรัฐอเมริกา ก็อาจเป็นปีแห่งโลคและความสำเร็จได้มาโดยง่าย เพราะจากข้อมูลของธุรกิจร้านอาหารในเครือ Yum Brands ซึ่งเป็นบริษัทเจ้าของแบรนด์แฟรนไชส์ Pizza Hut, Taco Bell และ KFC

โดยมีแผนการเพิ่มร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดใหม่ 100,000 แห่งเข้าสู่พอร์ตโฟลิโอ โดยไม่ใช่การซื้อแบรนด์ใหม่ใดๆ เลย แต่เป็นการขยายสาขาร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทให้เติบโตมากยิ่งขึ้น

ร้านอาหารในเครือ Yum Brands

ก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ตลาดฟาสต์ฟู้ด

ภาพจาก https://bit.ly/3hzdPYc

ปัจจุบัน Yum Brands ดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารฟาสสต์ฟู้ดกว่า 54,000 สาขาทั่วโลก ก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ตลาดฟาสต์ฟู้ด โดยมีแบรนด์ที่อยู่ในเครือ คือ Taco Bell, Pizza Hut และ KFC และยังมีร้านอาหาร The Habit Burger Grill ดำเนินกิจการในแคลิฟอร์เนีย มีสาขาประมาณ 300 แห่งทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา

22

ภาพจาก https://bit.ly/3BHmDSC

สำหรับการขยายร้านอาหารเพิ่ม 100,000 สาขาในชื่อของ Yum จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป โดยจำนวนสาขาร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดดังกล่าว เป็นการประมาณการจากพื้นที่ว่างในตลาดที่ Yum Brands จะเข้าไปและทำได้ดี เห็นได้จากในปี 2564 บริษัทได้เพิ่มสาขาใหม่ 3,100 แห่ง เป็นจำนวนที่มากที่สุดในบรรดาทุกแบรนด์ในปีเดียว

Yum Brands กำลังจับตามองร้านแซนด์วิช Taco Bell เป็นกรณีพิเศษนับต่อจากนี้ เพื่อขยายโอกาสในการเติบโตในตลาดต่างประเทศ ที่ผ่านมา Yum ได้ขยายการลงทุนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะพิซซ่าฮัทและเคเอฟซีเติบโตให้เติบโตในตลาดต่างประเทศ อันที่จริง KFC เป็นหนึ่งในเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีสาขากว่า 23,000 แห่งนอกสหรัฐอเมริกา

21

ภาพจาก https://bit.ly/3uX3hoQ

อย่างไรก็ตาม แบรนด์ร้านฟาสต์ฟู้ดภายใต้การดูแลของ Yum ไม่ต้องการมุ่งเน้นไปที่ตลาดต่างประเทศอย่างเดียว เห็นได้จากในปี 2564 แบรนด์ร้านไก่ทอด KFC เพิ่มจำนวนสาขาในสหรัฐอเมริกาได้เป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี และ Pizza Hut ก็ขยายสาขาในอเมริกาเป็นครั้งแรกเช่นเดียวกันนับตั้งแต่ปี 2557 ในขณะที่ร้านอาหาร Habit Burger เป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักน้อยที่สุด ตั้งแต่ปี 2566 บริษัทก็พร้อมขยายกิจการให้เติบโตในประเทศสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกัน

McDonald’s และ Starbucks เทียบกับ Yum Brands

20

ภาพจาก https://sbux.co/3YszNwx

แม้ว่า Yum Brands จะแบรนด์แฟรนไชส์ฟาสต์ฟู้ดขนาดใหญ่ แต่คู่แข่งใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา คือ McDonald’s ถือเป็นแบรนด์แฟรนไชส์ร้านฟาสต์ฟู้ดใหญ่เป็นอันดับ 2 มีสาขากว่า 40,000 แห่งทั่วโลก ถัดไปก็เป็น Starbucks มีสาขามากกว่า 33,000 แห่งทั่วโลก โดยแฟรนไชส์ร้านกาแฟ Starbucks ใหญ่อันดับ 1 ในสหรัฐฯ มีสาขา 15,000 แห่ง เทียบกับ McDonald’s 13,000 แห่ง และ Taco Bell’s 7,000 แห่ง (อย่างไรก็ตาม McDonald’s ยังคงมียอดขายโดยรวมสูงสุด โดย Starbucks อยู่ที่อันดับ 2, Taco Bell เป็นอันดับ 4, Pizza Hut อันดับ 13 และ KFC อันดับ 14)

แม้ว่า Yum จะตั้งเป้าขยายร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเพิ่มขึ้นจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่ประมาท McDonald’s ที่ประสบความสำเร็จในเรื่องของการทำโปรโมชั่นยอดนิยมมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสนใจแม้ว่าราคาจะสูงขึ้นก็ตาม ในขณะเดียวกัน ผู้บริหาร Starbucks ได้ประชุมเมื่อช่วงเดือนกันยายน 2565 คาดการณ์ว่าจะขยายร้านกาแฟเพิ่มขึ้นถึง 45,000 แห่งทั่วโลกภายในปี 2568 ขณะที่ Yum ตั้งเป้าขยายสาขาร้านอาหารเพิ่มขึ้นทั่วโลกในอีกหลายปีข้างหน้า


ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

0

ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ https://bit.ly/335phDi
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter

ข้อมูลจาก https://bit.ly/3BEz41v

อ้างอิงจาก https://bit.ly/3Wve9pM


8 ขั้นตอน การพัฒนาระบบแฟรนไชส์

1. การวางแผนธุรกิจ ก่อนทำแฟรนไชส์

  • กำหนดรูปแบบธุรกิจ (Business Model) ให้มีความชัดเจน โดนใจลูกค้า
  • ชื่อกิจการ (Brand)
  • การสร้างผลการดำเนินธุรกิจที่ดี ได้ผลกำไร มีความมั่นคง (Good ROI)
  • การสร้างแบรนด์ ตราสินค้า ให้แข็งแกร่ง เป็นที่รู้จักผู้บริโภค
  • การพัฒนาสินค้าบริการ ให้มีคุณภาพมาตรฐาน และระบบการจัดการที่เป็นมาตรฐาน
  • การพัฒนาระบบบริการจัดการ จัดส่งสินค้า วัตถุดิบ
  • วางโครงสร้างองค์กรใหม่ รวมถึงการพัฒนาบุคลากร ทีมงาน สนับสนุนระบบแฟรนไชส์
  • การวางแผน และกำหนดเป้าหมายการขยายธุรกิจ การขยายสาขา ทั้งในและต่างประเทศ
  • การกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของธุรกิจ ทำเลที่ตั้ง และรูปแบบของร้านค้า
  • การเลือกใช้สื่อต่างๆ ช่องทางต่างๆ ในการจัดกิจกรรม เพื่อสร้างแบรนด์แฟรนไชส์

2. การรวบรวมข้อมูลธุรกิจ

  • ระบบการปฏิบัติงาน วิธีการบริหารจัดการธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ
  • ระบบการเงิน การบัญชี
  • งบประมาณในการลงทุนธุรกิจ การขยายสาขา
  • รูปแบบของร้านค้า รูปแบบของตราสินค้า ที่เป็นเอกลักษณ์
  • ระบบการสต็อกสินค้า จัดส่งสินค้า วัตถุดิบ
  • แผนงานการตลาด การส่งเสริมการขายต่างๆ
  • กระบวนการพัฒนาบุคลากร ทีมงานด้านต่างๆ

3. การวิเคราะห์ธุรกิจแฟรนไชส์

  • ธุรกิจเปิดมานานหลายปี จำนวนไม่น้อยกว่า 1สาขา
  • แบรนด์มีชื่อเสียงได้รับความนิยม เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคในวงกว้าง
  • สินค้าและบริการ มีคุณภาพมาตรฐาน เป็นที่ต้องการของตลาด
  • เป็นธุรกิจที่มีความมั่นคง ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ มีผลกำไร ต่อเนื่อง เป็นที่น่าพอใจ
  • มีระบบการทำงาน การปฏิบัติงาน แผนการทำงานที่ชัดเจน สามารถถ่ายทอดให้คนอื่นได้
  • มีระบบการพัฒนาบุคลากร และสร้างทีมงานที่แข็งแกร่ง เป็นมาตรฐาน
  • ประสบความสำเร็จทางด้านการตลาด การสร้างแบรนด์ การส่งเสริมการขายต่างๆ
  • แผนกลยุทธ์การขยายสาขา และเติบโตต่อเนื่อง เป็นรายเดือน หรือ รายปี

4. การวางโครงสร้างของระบบแฟรนไชส์

  • กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง เป็นที่รู้จักของผู้บริโภค
  • การสร้างองค์ความรู้ ระบบปฏิบัติงานต่างๆ ที่พร้อมถ่ายทอดให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • วางระบบการปฏิบัติงานของแต่ละขั้นตอนธุรกิจ ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ง่าย
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย แต่ละแผนกให้ชัดเจน รวมถึงขั้นตอนการอบรม ระบบตรวจสอบ เพื่อสร้างมาตรฐานธุรกิจแฟรนไชส์
  • สร้างระบบการสนับสนุนแฟรนไชส์ซี หรือผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • การกำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ ในการขยายสาขาแฟรนไชส์ ให้เป็นที่ยอมรับของลูกค้า (ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์)
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม พร้อมที่จะเป็นพี่เลี้ยงแก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์ช่วงเริ่มต้นได้
  • เงื่อนไขการเปิดสาขาในด้านต่างๆ

5. การวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจแฟรนไชส์

  • แผนการขยายแฟรนไชส์
  • ระบบการเงิน
  • ค่าธรรมเนียมต่างๆ
  • ข้อเสนอแฟรนไชส์ซี
  • การจดทะเบียนแฟรนไชส์
  • เรื่องกฎหมาย อายุสัญญาแฟรนไชส์
  • ระบบปฏิบัติงาน รูปแบบการให้สิทธิ
  • การตลาด การโฆษณาประชาสัมพันธ์
  • แพ็คเกจต่างๆ ระบบการสนับสนุนแฟรนไชส์ซีอย่างต่อเนื่อง
  • การจัดทำคู่มือแฟรนไชส์ หรือโปรแกรมแฟรนไชส์
  • การจัดทำสัญญาแฟรนไชส์ รวมถึงเครื่องหมายการค้า

6. การวางแผนเพื่อขยายสาขาธุรกิจแฟรนไชส์

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ เจ้าของแฟรนไชส์จะบริหารจัดการเองทุกอย่าง เพื่อสร้างความโดดเด่น สร้างความเด่นชัดให้แก่นักลงทุน ได้เห็นภาพของร้านที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การลงทุนเปิดสาขาแฟรนไชส์ในภายหลัง
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟนไชส์ คือ เมื่อสาขาแรกมีความแข็งแกร่ง มั่นคง มีผลกำไรต่อเนื่อง เป็นที่ยอมรับของลูกค้าในพื้นที่นั้นๆ แล้ว ก็ทดลองขยายสาขาเพิ่มอีก เพื่อทดสอบสาขาที่ 2 เป็นอย่างไร โดยนำเอาระบบการปฏิบัติงานทุกอย่างของร้านสาขาแรกมาปฏิบัติ ถ้าประสบความสำเร็จ ก็ค่อยขยายสาขาตัวเองเพิ่มอีก 2-3 สาขา ถ้าประสบความสำเร็จเหมือนสาขาแรก ก็ค่อยคิดขายแฟรนไชส์ให้กับคนอื่น

7. กระบวนการพัฒนาและปรับปรุงระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น (ระบบการบริหารจัดการในร้าน ขั้นตอนการปฏิบัติงาน)วิเคราะห์ระบบการเงิน การลงทุน ในแต่ละสาขาที่เปิดทดลอง
  • พิจารณาปรับปรุงระบบงาน ระบบการทำงานต่างๆ ให้เหมาะสม
  • ระบบการพัฒนาทีมงานรองรับการขยายงาน ขยายสาขา
  • การวางแผนงานขยายสาขาแฟรนไชส์
  • เก็บข้อมูลรายละเอียดต่างๆ กลุ่มลูกค้า ผลประกอบการ การดำเนินงาน ของสาขาแรก หรือสาขาต้นแบบ เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาให้มีความสมบูรณ์มากที่สุด ก่อนเปิดสาขาที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และขายแฟรนไชส์
  • จัดวางงบประมาณ ค่าธรรมเนียมต่างๆ ในการขยายธุรกิจแฟรนไชส์

8. แผนการตลาดของธุรกิจแฟรนไชส์

  • การจัดทำคู่มือต่างๆ เพื่อแนะนำธุรกิจแฟรนไชส์
  • กระบวนการขายแฟรนไชส์ การคัดเลือกผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • กระบวนการติดตามลูกค้าเป้าหมาย
  • การนำเสนอธุรกิจแฟรนไชส์ในงานแสดงธุรกิจแฟรนไชส์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • การจัดงาน สัมมนาการขายธุรกิจ แฟรนไชส์
  • การเปิดเยี่ยมชมธุรกิจ ร้านต้นแบบแฟรนไชส์
  • กระบวนการคัดเลือกแฟรนไชส์ซีที่เหมาะสม ตามหลักมาตรฐานแฟรนไชส์สากล
  • กระบวนการถ่ายทอดความรู้ การอบรม และให้คำปรึกษาแก่แฟรนไชส์ซี

สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy)

คุณมนตรี ศรีวงษ์ (อ๊อฟ)

นักเขียน ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงข่าวสาร การค้า การลงทุน มีความสนใจเรื่องของธุรกิจเอสเอ็มอี และแฟรนไช