Just Salad ร้านสลัด ริมทาง สู่ยอดขายกว่า 6 พันล้านบาท

อาหารเพื่อสุขภาพเป็นตลาดที่โตแรงแม้ในภาวะเศรษฐกิจไม่ดีนัก แต่คนก็ยังรักและต้องการดูแลตัวเองเพื่อสุขภาพในระยะยาว ถ้าดูมูลค่าตลาดอาหารในไทยเติบโตเฉลี่ยปีละ 5-10% กลุ่มที่โดดเด่นที่สุดร้านสลัดที่มีแบรนด์ใหญ่ๆ แข่งขันในตลาดอยู่พอสมควร ยังไม่รวมพวกอาหารคลีนที่อยู่ตามร้านสะดวกซื้อ

 

สะท้อนว่าผู้บริโภคก็ต้องการสุขภาพดีที่มาพร้อมความสะดวกด้วยเช่นกัน และในยุคนี้ถ้าสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคด้านสุขภาพพบว่า

  • เน้นการกินเพื่อป้องกันโรค เช่น ลดโซเดียมเพื่อไต หรือเน้นสารต้านอนุมูลอิสระ มากกว่าการกินเพื่อรักษา
  • นิยมการทำ Intermittent Fasting (IF) หรือการคุมน้ำตาลเพื่อรักษาระดับอินซูลิน
  • ผู้บริโภคฉลาดเลือกมากขึ้น เน้นการอ่านฉลากโภชนาการ ตรวจสอบที่มาของวัตถุดิบ และระวังเรื่องน้ำตาลแฝง
  • มีความตื่นตัวเรื่อง Probiotics และ Prebiotics เพื่อระบบขับถ่ายและภูมิคุ้มกัน
  • เทียบตลาดสุขภาพเมืองไทยกับต่างประเทศ
Just Salad ร้านสลัด ริมทาง
ภาพจาก www.justsalad.com

ตลาดสุขภาพในเมืองไทยมีมูลค่าประมาณ 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ในอเมริกาตลาด Health & Wellness Food มีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ รูปแบบร้านอาหารสุขภาพในไทยยังเน้นการสร้าง Experience เป็นพิเศษ ซึ่งร้านสลัดชื่อดังมักทำฟาร์มของตัวเอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความสดใหม่ และเน้นการตกแต่งร้านให้เป็นจุดเช็คอินเพื่อดึงดูดกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ขณะที่ร้านอาหารสุขภาพในอเมริกาพัฒนาไปถึงขั้นใช้ Automation & Robotics ในการปรุงสลัดเพื่อลดต้นทุนแรงงานและเพิ่มความแม่นยำของสารอาหาร

แต่ถ้าพูดถึงในด้านราคาเมืองไทยยังถือว่าได้เปรียบมาก ในอเมริกาอาหารสุขภาพมักมีราคาสูงกว่าอาหารฟาสต์ฟู้ดทั่วไปมาก ขณะที่เมืองไทยใช้กลยุทธ์เน้นความคิดสร้างสรรค์ และปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าส่วนใหญ่ ราคาสินค้าสุขภาพในเมืองไทยจึงยังพอดึงดูดใจลูกค้าได้

ถ้าเทียบตลาดสุขภาพเฉพาะในเอเชียประเทศไทยถือว่าได้เปรียบมากธุรกิจอาหารสุขภาพในเมืองไทยส่วนใหญ่ครบวงจร

ตั้งแต่ฟาร์มไปจนถึงร้านอาหารสุขภาพ ขณะที่อย่างอินโดนีเซียจะเน้นไปที่ตลาด อาหารเสริม เป็นหลักเนื่องจากประชากรมีจำนวนมาก หรือในสิงคโปร์จะเน้นที่นวัตกรรมอาหารขั้นสูง เช่น เนื้อเพาะเลี้ยงในห้องแล็บ และอาหารสุขภาพที่ใช้เทคโนโลยีสูง แต่มักจะมีราคาสูงและเข้าถึงยากกว่าในไทย

Just Salad ธุรกิจต้นแบบของร้านอาหารเพื่อสุขภาพ

ภาพจาก www.justsalad.com

เพื่อให้มองเห็นภาพว่าการทำธุรกิจร้านอาหารเพื่อสุขภาพ ถ้าโฟกัสตลาดได้ถูกจุด มีโอกาสเติบโตเร็วมาก กรณีศึกษาที่น่าสนใจคือ Just Salad ที่ก่อตั้งในปี 2006 โดย Nick Kenner และ Rob Crespi มี Pain Point ในการเริ่มธุรกิจจากการสังเกตว่าการหาของกินมื้อเที่ยงที่ทั้งสุขภาพดี เร็ว และราคาไม่แพง ในนิวยอร์กนั้นยากมาก ส่วนใหญ่มักจะเป็นสลัดราคาแพงในโรงแรมหรือสลัดที่ไม่สดใหม่ในร้านทั่วไป รวมถึงมีต้องการสร้างร้านที่พนักงานออฟฟิศสามารถซื้อสลัดคุณภาพสูงได้ในราคาประมาณ 10-12 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นราคาที่แข่งขันได้ในยุคนั้น

ร้านแรกของ Just Salad ใช้เงินทุนจากครอบครัว วางคอนเซปต์ สลัดที่ปรุงสดใหม่ในราคาที่พนักงานออฟฟิศจ่ายได้ทุกวัน
สิ่งที่ทำให้ Just Salad กลายเป็นที่จดจำไม่ใช่แค่เมนู แต่คือ “Reusable Bowl Program” หรือโครงการชามใช้ซ้ำ

  • ลูกค้าสามารถซื้อชามพลาสติกสีฟ้าที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านในราคาเพียง 1 ดอลลาร์
  • เมื่อนำชามเดิมกลับมาใช้ใหม่ในครั้งต่อไป ลูกค้าจะได้รับ Topping ฟรี เช่น ชีส หรืออะโวคาโด
  • โครงการนี้ช่วยลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งได้หลายแสนปอนด์ต่อปี และกลายเป็นเครื่องมือสร้าง Brand Loyalty ที่แข็งแกร่งมาก

Just Salad สาขากว่า 117 แห่ง รายได้มากกว่า 6 พันล้านบาท

Just Salad ร้านสลัด ริมทาง
ภาพจาก www.facebook.com/justsalad

สิ่งที่ชี้วัดความสำเร็จของ Just Salad ได้เป็นอย่างดีคือยอดขาย ถ้าดูในส่วนของรายได้รวม (ไม่ใช่กำไรสุทธิ) เมื่อปี 2024 อยู่ที่ 181 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 6,600 ล้านบาท และเมื่อช่วงต้นปี 2025 ได้ระดมทุนรอบใหม่จำนวน 200 ล้านดอลลาร์ ทำให้มูลค่าบริษัทพุ่งไปแตะระดับ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท กลายเป็นระดับUnicornในวงการร้านอาหารสุขภาพทันที

ภาพรวมของสาขานับถึงมีนาคม 2026 มีสาขามากกว่า 117 แห่ง ทั่วสหรัฐอเมริกา ซึ่งถ้าเทียบกับปี 2021 ที่มีเพียง 47 สาขา จะเห็นได้ว่าโตขึ้นมากกว่า 2 เท่าในระยะเวลาเพียง 5 ปีเท่านั้นและรายได้เฉลี่ยต่อสาขาอยู่ที่ประมาณ 2.2 ล้านดอลลาร์ต่อปี ประมาณ 80 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไร (Margin) สูงกว่า 20% ถือว่าสูงมากสำหรับธุรกิจร้านอาหารประเภท Fast Casual ซึ่งธุรกิจก็มีเป้าหมายที่จะเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีกปีละ 20-30 แห่ง โดยเน้นทั้งในเขตเมือง และชานเมือง รวมถึงการเปิดโมเดล Drive-thru เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้ามากขึ้นด้วย

3 เคล็ดลับสร้างธุรกิจร้านอาหารสุขภาพสู่ความสำเร็จของ Just Salad

ภาพจาก www.justsalad.com

เราจะเห็นได้ว่าร้านอาหารสุขภาพคือการทำธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าในยุคนี้ได้ดี สำคัญคือการตลาด การวางคอนเซปต์ธุรกิจตัวเอง โดยถ้าวิเคราะห์จาก Just Salad มีปัจจัยที่ควรนำมาปรับใช้ 3 แนวทางคือ

  • การผสมผสานใช้เทคโนโลยีเพิ่มกำไรธุรกิจ ซึ่ง Just Salad ได้ยอดขายส่วนใหญ่มาจากช่องทางดิจิทัลและแอปพลิเคชัน ซึ่งมีการใช้ AI มาช่วยแนะนำเมนูตามเป้าหมายสุขภาพของลูกค้าแต่ละคน
  • วางคอนเซปต์ตัวเองให้ชัด ในกรณีของ Just Salad นอกจากสินค้าเพื่อสุขภาพ ยังวางคอนเซปต์เป็นผู้นำด้านรักษ์โลก ชูนโยบายชามใช้ซ้ำและฉลากคาร์บอน ทำให้แบรนด์ได้ใจลูกค้ากลุ่ม Gen Z และ Millennials ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงในตลาดอาหารสุขภาพ
  • อาหารสุขภาพที่เน้นความสะดวก รวดเร็ว แม้จะเป็นอาหารสุขภาพ แต่ Just Salad สามารถทำความเร็วได้ใกล้เคียงกับ Fast Food เฉลี่ย 3 นาทีต่อชาม ทำให้รอบการขายสูงมากในช่วงพักเที่ยง

วิธีนำกลยุทธ์ของ Just Salad มาใช้กับธุรกิจอาหารสุขภาพในเมืองไทย

ภาพจาก www.facebook.com/justsalad

สำหรับคนที่มีแนวคิดสร้างร้านอาหารเพื่อสุขภาพ อาจใช้ต้นแบบจาก Just Salad ที่หลายอย่างนำมาปรับใช้ได้ยกตัวอย่างเช่น Just Salad ใช้ชามสีฟ้า 1 ดอลลาร์ ในเมืองไทย อาจออกแบบเป็นชามหรือปิ่นโตดีไซน์สวยๆ ให้ลูกค้าอยากถือ อยากถ่ายลงโซเชี่ยล หรือการใช้แอปพลิเคชันสะสมแต้มเพื่อแลกสิทธิประโยชน์ทางสุขภาพ เช่น ส่วนลดตรวจเลือด หรือคลาสโยคะ เพื่อสร้าง Community ที่แข็งแกร่ง เป็นต้น

แต่สิ่งที่ต้องไม่ลืมเช่นกันคือในยุคที่เศรษฐกิจมีความผันผวนหนัก เรื่องราคาคือตัวแปรสำคัญ ในมุมของ Just Salad ขายที่ 12 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นราคาที่เข้าถึงง่ายของคนในอเมริการ แต่ในเมืองไทยจุดที่ลูกค้าน่าจะพอใจสำหรับการจ่ายไม่ควรเกิน 100 – 120 บาท สำหรับอาหารสุขภาพ และอย่าลืมว่าคนไทยส่วนใหญ่ชอบอาหารรสจัด

บางครั้งอาหารสุขภาพที่จืดเกินไปจะขายได้แค่ครั้งเดียว การทำ น้ำสลัดรสชาติไทย เช่น รสต้มยำ, รสแจ่วมาโย จะช่วยให้ลูกค้ากลับมาซ้ำได้บ่อยกว่า ก็ถือเป็นอีกเทคนิคที่ประยุกต์จาก Just Salad เพื่อเอามาใช้ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของคนไทย

ปัจจุบัน Just Salad เน้นการทำธุรกิจแบบขยายสาขาเองไม่ได้ขายแฟรนไชส์เพื่อต้องการควบคุมคุณภาพ และวางระบบบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ถือเป็นอีกตัวอย่างความสำเร็จในธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพที่น่าสนใจ การทำธุรกิจนี้ให้ประสบความสำเร็จจึงไม่ใช่แค่มีเงินทุนแต่ต้องมีไอเดีย มีการตลาดที่ดีร่วมด้วย

อ้างอิง

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy

 

คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก)

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด