White Label สร้างธุรกิจ ทำสินค้า “ไม่ติดแบรนด์” ยอดขายเป็นล้าน

สำหรับคนทำธุรกิจ “การสร้างแบรนด์” คือสิ่งที่จำเป็น เนื่องจากการทำ แบรนด์คือการสร้างภาพจำและเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับสินค้า เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถแยกแยะเราออกจากคู่แข่ง และจดจำแบรนด์เราได้

ถ้ามองถึงบทบาทและความสำคัญ แบรนด์จึงไม่ใช่แค่ความเป็นโลโก้หรือชี่อ แต่อาจเป็นถึงตัวชี้ขาดความสำเร็จว่าสินค้าเราจะอยู่รอดหรือทำกำไรได้มากแค่ไหน ถ้าดูตัวเลขที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “แบรนด์” จะพบว่า

  • 71% ของผู้บริโภคจะซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่จดจำได้มากกว่าแบรนด์ที่ไม่รู้จัก
  • 81% ของลูกค้าต้องรู้สึกเชื่อใจในตัวแบรนด์ก่อนถึงจะยอมจ่ายเงินซื้อ
  • 23% ของรายได้ธุรกิจเพราะมีจุดเริ่มต้นจากการทำ Branding ที่มีประสิทธิภาพ
  • 60% ของลูกค้าส่วนใหญ่มีความเป็น Brand Loyalty อย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้การมีแบรนด์ที่แข็งแกร่งคือการสร้างฐานลูกค้าเก่าได้อย่างมีประสิทธิภาพและกลุ่มลูกค้าเก่าที่ว่านี้คือตัวชี้วัดความสำเร็จของสินค้าที่ช่วยให้ประหยัดต้นทุนได้ไม่ต่ำกว่า 5 เท่าเพื่อค้นหาลูกค้ารายใหม่

White Label สินค้าไม่ติดแบรนด์ แต่ยอดขายเป็นล้าน

White Label
ภาพจาก https://citly.me/ixd0R

อย่างไรก็ดีในอีกมุมหนึ่งก็ต้องยอมรับว่ามีสินค้าบางอย่างบางประเภทที่ไม่จำเป็นต้อง “ติดแบรนด์” (White Label) แต่กลับให้ผลลัพธ์ที่แตกต่าง รายได้ดียิ่งกว่าสินค้าติดแบรนด์บางประเภทด้วยซ้ำ ถ้าให้อธิบายแบบชัดๆเข้าใจง่าย White Label ก็คือ สินค้าที่ผลิตโดยโรงงานหรือบริษัทหนึ่ง แต่ไม่ได้ใส่ตราสินค้าของตัวเองไว้ เพื่อเปิดโอกาสให้ ผู้ซื้อนำไปติด

โลโก้ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ และตั้งชื่อแบรนด์เป็นของตัวเองเพื่อวางจำหน่าย แม้จะดูว่าคล้ายกับ OEM แต่มีความแตกต่างตรงที่ White Label การที่โรงงานผลิตสินค้าสูตรมาตรฐานออกมา เช่น สบู่สูตรมาตรฐานของโรงงาน แล้วเปิดโอกาสให้ใครก็ได้มาซื้อไป แล้วแปะตราสินค้าของตัวเองลงไป หรือขายแบบไม่มีแบรนด์เลยเพื่อนำไปใช้ในธุรกิจบริการ

อีกลักษณะที่คล้ายกันก็คือ Private Label (แบรนด์เฉพาะ)จะคล้ายกับ White Label แต่มีความเฉพาะตัวมากขึ้น คือเราอาจจะไปจ้างโรงงานผลิตโดยขอปรับสูตรนิดหน่อย หรือสั่งทำบรรจุภัณฑ์รูปทรงเฉพาะที่ต้องการ แต่ถ้าเป็นในส่วนของ OEM คือกระบวนการ รับจ้างผลิต ซึ่งเป็นคำที่ฝั่งโรงงานมักจะใช้เรียกตัวเอง มีหน้าที่ผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อของลูกค้า

ก็อาจจะมีทั้งส่วนของสินค้าสำเร็จรูปพร้อมให้ติดแบรนด์ กับแบบที่เราไปจ้างผลิตตามสูตรที่เราต้องการ

ถ้ามองดูจุดเด่นในการทำธุรกิจแบบ White Label ที่น่าสนใจคือ

  • ประหยัดต้นทุนมหาศาล เพราะไม่ต้องลงทุนสร้างโรงงาน ไม่ต้องซื้อเครื่องจักร และไม่ต้องจ้างทีมวิจัยและพัฒนา (R&D)
  • ลดความเสี่ยงทางธุรกิจเพราะสินค้า White Label มักจะเป็นสินค้าที่ผ่านการทดสอบตลาดมาแล้วว่า ขายได้จริง
  • รวดเร็วในการทำธุรกิจได้ดีกว่า เพราะแทนที่จะมาเสียเวลาในการพัฒนาสินค้าก็สามารถเลือกโรงงานที่มีสินค้าอยู่แล้วเพื่อมาเริ่มทำการตลาดได้ทันที
  • ไม่ต้องเสียเวลาโฟกัสเรื่องแบรนด์ เพราะมีสินค้าที่พร้อมเข้าสู่ตลาด เอาเวลาที่เหลือไปโฟกัสเรื่องกลยุทธ์การตลาดได้อย่างเต็มที่

อย่างไรก็ดีการทำ White Label ไม่ใช่แค่การเอาสติกเกอร์ไปแปะบนสินค้า แต่คือการ คัดสรรคุณภาพ มาส่งต่อภายใต้เรื่องราว ที่ต้องการสื่อสาร ถ้าหากเราสามารถหาโรงงานที่ไว้ใจได้ และเข้าใจว่าลูกค้าของต้องการอะไร สินค้า ไม่ติด

แบรนด์” เหล่านี้คือก้าวแรกที่มั่นคงที่สุดในการสร้างธุรกิจไปสู่ความสำเร็จที่สามารถสร้างยอดขายหลักล้านและแชร์ส่วนแบ่งการตลาดได้อย่างรวดเร็วโดยขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ด้านการตลาดเป็นสำคัญด้วย

Hunter Amenities ยักษ์ใหญ่ของธุรกิจแบบ “White Label”

White Label
ภาพจาก https://citly.me/ixd0R

เพื่อให้เข้าใจและเห็นภาพของธุรกิจนี้ได้อย่างชัดเจน ขอยกกรณีตัวอย่าง Hunter Amenities ธุรกิจที่ก่อตั้งในปี 1981 ในประเทศแคนาดา ที่เริ่มต้นจากการผลิตน้ำยาบ้วนปากขายในตู้สินค้าอัตโนมัติ เน้นการวางขายบริเวณร้านอาหาร บาร์ และโรงแรม แต่กลายเป็นว่าสินค้าไม่ได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้ามากนัก กลับเป็นพวกธุรกิจโรงแรม

และสายการบินที่สนใจในสินค้านี้เนื่องจากกลุ่มลูกค้าของธุรกิจเหล่านี้ให้ความสำคัญกับความสะอาดและความสะดวก ซึ่งขวดน้ำยาบ้วนปากไซซ์พกพาสามารถตอบโจทย์การใช้งาน ที่เมื่อใช้หมดแล้วทิ้งได้เลย จึงนำมาสู่การผลิตน้ำยาบ้วนปากและแชมพูภายใต้ชื่อแบรนด์ของโรงแรม และสายการบินมากมาย

ในปี 2009 ทางเจ้าของธุรกิจเริ่มเล็งเห็นโอกาสในการขยายคู่ค้าของตัวเอง ด้วยการเป็นตัวกลางระหว่างโรงแรม สายการบิน เรือสำราญหรือฟิตเนส ที่ต้องการสินค้าที่ตอบโจทย์กับสถานที่ต่างๆจึงนำมาสู่โมเดลแบบ White Label ที่ขยายตัวมากขึ้น และ Hunter Amenities ก็ไม่ได้ทำแค่ White Label แบบรอคนมาสั่งผลิตอย่างเดียว แต่ยังมีอีกหลายฟังก์ชั่นให้เลือกเช่น

  • White Label / Private Label เน้นรับจ้างผลิตตามโจทย์ของโรงแรมหรือแบรนด์ค้าปลีก โดยใช้สูตรและมาตรฐานคุณภาพสูงของตัวเอง
  • Licensing Partner โดยร่วมเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ดังระดับโลก เช่น Le Labo, BYREDO, Aveda, Rituals เพื่อนำกลิ่นและแบรนด์เหล่านั้นมาผลิตเป็นสินค้า สำหรับวางในโรงแรมหรูต่างๆ
  • Turn-key Solution คือการให้บริการ ดูแลตั้งแต่การวิจัยสูตร (R&D), ออกแบบบรรจุภัณฑ์, ไปจนถึงการขนส่งกระจายสินค้าไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลก

ปัจจุบัน Hunter Amenities ได้รับความไว้วางใจจากโรงแรมระดับห้าดาว และโรงแรมหรู ในการสั่งผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานเพื่อมาติดแบรนด์ของแต่ละโรงแรม โดย Hunter Amenities มีโรงงานและสำนักงานกระจายอยู่ทั่วโลก ทั้งในแคนาดา, จีน, ออสเตรเลีย, และรวมถึงใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รวมธุรกิจในรูปแบบ White Label ที่ควรรู้!

White Label
ภาพจาก https://citly.me/zU6dM

ไม่ใช่แค่ Hunter Amenities เท่านั้นแต่ยังมีอีกหลายธุรกิจที่มีโมเดลใกล้เคียงกัน โดยเน้นการวางตำแหน่งทางธุรกิจเป็นผู้อยู่เบื้องหลังสินค้าชั้นนำระดับโลก ยกตัวอย่างเช่น

  • Li & Fung ที่อยู่เบื้องหลังของแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำอย่าง Walmart หรือ Macy’s
  • Tetra Pak ธุรกิจที่อยู่เบื้องหลังกล่องเครื่องดื่ม ซึ่งแบรนด์เครื่องดื่มรายใหม่ที่อยากสร้างแบรนด์เอง ไม่จำเป็นต้องสร้างโรงงานเอง แค่ใช้บริการของ Tetra Pak ก็เริ่มธุรกิจมีแบรนด์ของตัวเองได้ทันที
  • Aryzta ธุรกิจที่อยู่เบื้องหลังฟาสฟู้ดต์แบรนด์ดังต่างๆ โดยเป็นผู้ผลิตขนมปังเบอร์เกอร์ , เบเกอรี่ให้แบรนด์ดัง เป็น White Label ที่มีคุณภาพสูงและรสชาติคงที่ เจ้าของธุรกิจต่างๆ จึงมีเวลาโฟกัสที่การบริการและการตลาด โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการผลิตขนมปัง

เราจะเห็นว่า White Label เป็นอีกหนึ่งรูปแบบธุรกิจที่น่าสนใจและเชื่อว่าน่าจะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่อยากสร้างธุรกิจด้วยตัวเอง แต่การจะเริ่มต้นด้วยวิธีนี้ก็ไม่ใช่แค่การมีสินค้าดี มีโลโก้และจะประสบความสำเร็จ

สิ่งสำคัญคือการตลาดและการวางแผนต่างๆ ยิ่งในยุคที่การแข่งขันสูง ปัจจัยเสี่ยงมีรอบด้าน White Label อาจเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งที่ทำให้เราเริ่มธุรกิจได้เร็วขึ้นเท่านั้น

อ้างอิง

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy

คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก)

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด