หมูทอดหมายเลข 7 x ไจแอ้นลูกชิ้นปลาระเบิด Fixed cost เท่าเดิม กำไรเพิ่ม 3 เท่า

ภาพรวมของการทำธุรกิจในยุคนี้สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องเจอคือคู่แข่งที่เยอะมาก ต้นทุนรายจ่ายที่เพิ่มสูง พฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนรวดเร็ว แม้จะมีแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่มาช่วยเพิ่มช่องทางขาย แต่หัวใจสำคัญที่สุดคือการวางระบบบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ถ้าวิเคราะห์ในมุมของโอกาสที่เปิดร้านแล้วจะประสบความสำเร็จมีอยู่หลายปัจจัยได้แก่

หมูทอดหมายเลข 7

1.การมีโครงสร้างต้นทุนที่สมดุล โดยร้านที่จะอยู่รอดและมีกำไรได้ควรต้องคุมสัดส่วนให้ได้ตามมาตรฐาน

  • ต้นทุนวัตถุดิบ (COGS) ไม่ควรเกิน 60% ของยอดขาย
  • ค่าแรงพนักงาน (Labor Cost) ไม่ควรเกิน 15 – 20% ของยอดขาย
  • ค่าเช่าที่ ควรให้อยู่ในสัดส่วนประมาณ 10 – 15% ของยอดขายรวมทั้งหมด

2.ทำเลที่มีกลุ่มเป้าหมายของสินค้า ซึ่งมาตรฐานของร้านสตรีทฟู้ด/คีออสที่ดี ควรเปลี่ยนคนเดินผ่านให้กลายเป็นลูกค้าได้ประมาณ 3 – 5% แปลว่า ถ้ามีคนเดินผ่าน 100 คน จะต้องดึงคนเข้าร้านได้อย่างน้อย 3-5 คน ถ้าได้มากกว่านี้ก็ยิ่งดีแต่ถ้าน้อยกว่านี้จะมีปัญหากับรายได้ของร้านในอนาคต

หมูทอดหมายเลข 7

3.ระบบปฏิบัติการมาตรฐาน (SOP) และความเร็วในการบริการ รสชาติและปริมาณต้องนิ่ง ไม่ว่าใครจะเป็นคนทำก็ตาม สิ่งเหล่านี้คือการวัดคุณภาพของแบรนด์ว่ามีมาตรฐานแค่ไหน ซึ่งการลงทุนในระบบแฟรนไชส์มีช่วยช่วยในเรื่องนี้ได้

4.อัตราการเพิ่มมูลค่าต่อบิลและการซื้อซ้ำ เป็นหัวใจสำคัญของการอยู่รอดเพราะข้อมูลระบุชัดว่าการหาลูกค้าใหม่มีต้นทุนสูงกว่าการรักษาลูกค้าเก่าถึง 5 เท่า โดยร้านที่ประสบความสำเร็จควรมีสัดส่วนลูกค้าเก่ากลับมาซื้อซ้ำไม่ต่ำกว่า 40% – 50% ในแต่ละเดือน เพื่อเป็นฐานรายได้ที่มั่นคง

5.สินค้าตอบโจทย์และเป็นที่ต้องการของลูกค้า ยิ่งในยุคที่คนต้องการความคุ้มค่า สินค้าต้องมีทั้งคุณภาพ+ราคาเหมาะสม ตอบโจทย์ในยุคที่คนเร่งรีบได้อย่างดี รวมถึงต้องให้ความสำคัญกับการตลาดออนไลน์เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น

หมูทอดหมายเลข 7 แฟรนไชส์ที่ยกระดับ “หมูทอดกระเทียม” ขายดียิ่งขึ้น

หมูทอดหมายเลข 7

หมูทอดหมายเลข7 คือแฟรนไชส์ที่ยกระดับหมูทอดกระเทียม อาหารริมทางที่คนไทยกินทุกวันให้กลายเป็นระบบธุรกิจที่จัดการง่ายและทำกำไรได้จริง เป็นธุรกิจที่พัฒนาโดยทีมผู้บริหารจากเครือไจแอ้น ลูกชิ้นปลาระเบิด ซึ่งมีประสบการณ์
มายาวนาน ทั้งนี้สูตรหมูทอดหมายเลข 7 ได้ผ่านการพัฒนาจนได้สูตรอร่อยที่ลงตัวทั้งด้านมาตรฐานและการทำซ้ำที่ทุกคนสามารถทำได้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

มองในมุมของการลงทุนหมูทอดหมายเลข 7 ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างกำไรให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะ ผ่านการคำนวณทุกอย่างตั้งแต่ค่าเช่า ค่าแรง รวมถึงการลด Food Waste ให้ใกล้เคียง 0% ด้วยระบบวัตถุดิบแช่แข็งพร้อมส่งให้ผู้ประกอบการในทุกพื้นที่ และการเพิ่ม Ticket Size จากการขายเมนูที่มีความหลากหลายเช่นหมูทอดกระเทียม , หมูสามชั้นทอดกระเทียม , หมูทอดเจียงฮาย , หมูทอดซอสโบราณ ลูกค้าเลือกได้ว่าต้องการรับประทานแค่หมูทอดกระเทียมอย่างเดียวหรือต้องการจะเพิ่มข้าวด้วย

หมูทอดหมายเลข 7

และสำหรับการเลือกลงทุนกับ “แฟรนไชส์หมูทอดหมายเลข 7” ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจอีกหลายประการประกอบด้วย

  • เป็นเมนูอาหารจานหลัก รายได้ต่อบิลสูงกว่าของทานเล่น บิลต่อลูกค้า 60–200 บาท สูงกว่าของทานเล่นหลายเท่า กำไรขั้นต้นสูงถึง 40%+
  • วัตถุดิบใส่กระเทียมเน้นๆ เป็นพิเศษ แตกต่างจากหมูทอดกระเทียมแบรนด์อื่นอย่างชัดเจน
  • ผู้ประกอบการไม่ต้องมีประสบการณ์ก็เริ่มได้ มีวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปให้พร้อมทำขายได้ทันที วิธีการง่ายเพียงฉีกซอง เทลงทอด อุ่นร้อน พนักงานคนเดียวก็เปิดร้านได้
  • ทุกเมนูอุ่นร้อนทุกจาน ลูกค้าพึงพอใจ กลับมาซ้ำสร้าง Brand Loyalty ได้ชัดเจน
  • ไม่มี Royalty ไม่มีค่ารายเดือน ลงทุนครั้งเดียว กำไรเป็นของผู้ประกอบการมากขึ้น
  • ดูแลและให้คำปรึกษาโดยทีมงานไจแอ้นลูกชิ้นปลาระเบิดที่มีสาขาทั่วประเทศการันตีคุณภาพและความสำเร็จได้อย่างดี

ทำเลที่แนะนำสำหรับคนที่สนใจเปิดร้านคือในสถานีบริการน้ำมัน , ห้างสรรพสินค้า , ตลาดใกล้โรงเรียน / โรงงาน , ย่านออฟฟิศ , ใกล้สถานศึกษาหรือแหล่งที่พักอาศัย ถือเป็นเมนูซื้อง่าย ทานง่าย การลงทุนไม่ยุ่งยาก สร้างอาชีพสร้างรายได้ให้ผู้สนใจได้ทันที

หมูทอดหมายเลข 7 x ไจแอ้นลูกชิ้นปลาระเบิด “Fixcost” เท่าเดิม กำไรเพิ่ม 3 เท่า

หมูทอดหมายเลข 7
ทั้งนี้การลงทุนกับแฟรนไชส์หมูทอดหมายเลข 7 ค่าแฟรนไชส์ 3,000 บาท งบลงทุน 19,990 – 64,990 บาท สัญญา 3 ปี (ต่ออายุฟรี ) พื้นที่ขั้นต่ำประมาณ 4 ตร.ม. กำไรขั้นต้น 40-44% โดยมีแพ็กเกจลงทุนคือ

ชุดที่ 1 ซุ้มพรีเมี่ยม ราคา 64,990 บาท

เหมาะสำหรับ: ปั๊มน้ำมัน, กลางแจ้ง, ทำเลที่ต้องการความเป็นมืออาชีพเต็มรูปแบบ

  • สิ่งที่ได้: ซุ้ม 2.5×2.5 ม. + ไฟสปอตไลท์ + ตู้กระจกพรีเมี่ยม + อุปกรณ์ครบ + วัตถุดิบเริ่มต้น (ขายได้ 10,000 บาท)
  • จุดเด่น: ครบจบในตัว กันแดด กันฝน วัตถุดิบแถมมากที่สุด

ชุดที่ 2 เคาน์เตอร์มโหฬาร ราคา 31,990 บาท

เหมาะสำหรับ: ทำเลถาวรที่ต้องการสเกลใหญ่

  • สิ่งที่ได้: เคาน์เตอร์ 2 ม. + ไฟสปอตไลท์ + ตู้กระจกพรีเมี่ยม (ถาดสแตนเลส 304) + ตู้กันน้ำมัน + อุปกรณ์ครบ + วัตถุดิบเริ่มต้น
  • จุดเด่น: ใหญ่ที่สุดในกลุ่มเคาน์เตอร์ โดดเด่นสะดุดต

หมูทอดหมายเลข 7

ชุดที่ 3 รถเข็นโดดเด่น ราคา 26,990 บาท

เหมาะสำหรับ: หน้าบ้าน, ตลาด, หน้าร้านสะดวกซื้อ ทำเลที่ต้องการความโดดเด่น

  • สิ่งที่ได้: รถเข็น 1.5 ม. (มีลิ้นชัก) + ป้ายบนสุดโดดเด่นรอบทิศ + ตู้กระจก + ตู้กันน้ำมันกระเด็น + อุปกรณ์ครบ + วัตถุดิบเริ่มต้น
  • จุดเด่น: เข็นไปขายที่ไหนก็ได้ โดดเด่นทุกมุมมอง

ชุดที่ 4 เคาน์เตอร์มืออาชีพ ราคา 24,990 บาท

เหมาะสำหรับ: หน้าบ้าน, ตึกแถว, ตลาดนัด, หน้าร้านสะดวกซื้อ, ห้างสรรพสินค้า

  • สิ่งที่ได้: เคาน์เตอร์ 1.5 ม. (มีลิ้นชัก) + ตู้กระจกโชว์สินค้า + อุปกรณ์ครบ + วัตถุดิบเริ่มต้น
  • จุดเด่น: ตั้งขายถาวรได้ มีที่เก็บของ + ตู้กระจกดึงดูดลูกค้า

หมูทอดหมายเลข 7

ชุดที่ 5 เคาน์เตอร์ตลาดนัดพกพา ราคา 19,990 บาท

เหมาะสำหรับ: ตลาดนัด, ถนนคนเดิน, หน้าโรงเรียน ทำเลที่ต้องเคลื่อนย้ายบ่อย

  • สิ่งที่ได้: เคาน์เตอร์ 1.2 ม. (พับใส่รถเก๋งได้) + อุปกรณ์ครบ + วัตถุดิบเริ่มต้น
  • จุดเด่น: พกพาสะดวก เริ่มจากศูนย์ เปิดขายได้ทันที

ชุดที่ 6 Co-Brand: ไจแอ้น × หมูทอดหมายเลข7 ราคา 19,990 บาท

เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีร้านไจแอ้น ลูกชิ้นระเบิดอยู่แล้ว และต้องการเพิ่มสินค้าจานหลักเข้าร้าน

  • สิ่งที่ได้: เปลี่ยนป้ายร้านเป็น “ไจแอ้น × หมูทอดหมายเลข7” + อุปกรณ์ครบเซต + วัตถุดิบเริ่มต้น (ขายได้ 5,300 บาท)
  • จุดเด่น: ยอดขายเพิ่มเป็น 3 เท่า แต่ Fixed Cost เท่าเดิม พนักงานคนเดิม ค่าเช่าที่เท่าเดิม

ทั้งนี้สิ่งที่ผู้ลงทุนจะได้รับนอกจากวัตถุดิบและอุปกรณ์ตามแพ็กเกจที่เลือก ยังได้ระบบการฝึกอบรม SOP + คลิปสอนครบ, ฝึกอบรมก่อนเปิดร้าน, ทีมซัพพอร์ต 24 ชั่วโมง มีทีมงานช่วยสนับสนุนด้านการตลาดให้ฟรีทั้ง Offline + Online

หมูทอดหมายเลข 7
ภาพจาก หมูทอดหมายเลข 7

วิเคราะห์ แฟรนไชส์หมูทอดหมายเลข 7 ทำไมถึงเหมาะกับเศรษฐกิจยุคนี้?

ในภาวะที่เงินเฟ้อสูงและคนมองเรื่องความคุ้มค่าก่อนจับจ่าย การลงทุนเปิดร้านอาหารใหญ่ๆ อาจมีความเสี่ยงในเรื่องต้นทุนที่สูง แต่โมเดล “หมูทอดหมายเลข 7” ตอบโจทย์เศรษฐกิจด้วยลักษณะ ความเสี่ยงต่ำ สภาพคล่องสูง (Low Risk, High Liquidity) ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นต่ำ โอกาสคืนทุนไว เป็นโมเดลที่เปลี่ยนจากคำว่า คิดได้แต่ทำไม่ได้ ให้กลายเป็น ทำได้ง่ายและกำไรทันที

และด้วยชื่อของไจแอ้นลูกชิ้นปลาระเบิดที่เป็นผู้บริหารแบรนด์หมูทอดหมายเลข 7 ยิ่งการันตีความสำเร็จได้เป็นอย่างดี นี่คือแฟรนไชส์ที่ไม่ใช่แค่การสร้างรายได้ แต่ออกแบบมาเพื่อเป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าระยะยาว รายได้ก็ขึ้นอยู่กับทำเลและความขยันตั้งใจ รวมถึงการบริหารจัดการของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ สำหรับใครที่สนใจต้องการลงทุนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากทางแฟรนไชส์ได้

สนใจลงทุนแฟรนไชส์หมูทอดหมายเลข 7 โทร. 092-7206999

 

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy

 

คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก)

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด