เต้าหู้ริมทาง Taho Manila (ทาโฮ มะนิลา) สู่แฟรนไชส์ของหวานระดับภูมิภาค
ถ้ามีคนบอกคุณว่า เต้าหู้อุ่นๆ ใส่น้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดงกับเม็ดสาคูในถ้วยพลาสติกเล็กๆ ได้กลายเป็นหนึ่งในอาหารที่ชาวฟิลิปปินส์คิดถึงมากที่สุด คุณอาจสงสัยว่า ทำไมอาหารที่ดูเรียบง่ายขนาดนี้ถึงมีความหมายมากกว่าของหวานทั่วไป
คำตอบอยู่ที่ “ทาโฮ” (Taho)
ทาโฮเป็นอาหารริมทางแบบดั้งเดิมของชาวฟิลิปปินส์ ประกอบด้วยเต้าหู้สดเนื้อนุ่ม น้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดงที่เรียกว่า “อาร์นิบาล” (Arnibal) และเม็ดสาคูขนาดเล็ก ทุกเช้าจะมีพ่อค้าที่เรียกว่า “มากตาตาโฮ” (Magtataho) ได้หาบถังอะลูมิเนียมสองใบเดินไปตามย่านที่อยู่
อาศัย พร้อมตะโกนเสียงยาวว่า “ทาฮูววววว”
สำหรับคนที่เติบโตในฟิลิปปินส์ เสียงนี้ไม่ได้หมายถึงแค่ของกินเท่านั้น แต่เป็นเหมือนเสียงปลุกให้ตื่นในวัยเด็ก เด็กบางคนได้ยินเสียงแล้วรีบวิ่งไปหน้าบ้านพร้อมเหรียญในกำมือ ก่อนจะกลับมาพร้อมทาโฮอุ่นๆ หนึ่งถ้วย
และวันนี้ความทรงจำแบบนั้นกำลังถูกนำมาสร้างขึ้นใหม่ในรูปแบบธุรกิจภายใต้แบรนด์ Taho Manila
จากอาหารริมทางธรรมดา สู่ Taho Manila

ทาโฮ เมนูเต้าหู้หวานยอดนิยมของฟิลิปปินส์ มีต้นกำเนิดมาจากเมนู เต้าฮวย (Douhua – 豆花) ของประเทศจีน ซึ่งต้องย้อนกลับไปได้ไกลถึงยุคราชวงศ์ฮั่น (ช่วงปี 206 ก่อนคริสตกาล – ค.ศ. 220) หรือประมาณเกือบ 2,000 ปีที่แล้ว ต่อมากลายเป็นเต้าหู้นุ่มที่รับประทานกันในหลายพื้นที่ของจีนและเอเชีย
เมื่อวัฒนธรรมอาหารจีนเข้ามาในฟิลิปปินส์ เมนูนี้ก็ถูกนำมาปรับให้เข้ากับวัตถุดิบและรสนิยมของคนท้องถิ่น จากเต้าหู้นุ่มธรรมดา กลายเป็นทาโฮที่ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ คือ เต้าหู้สดเนื้อนุ่ม น้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง หรือ Arnibal และเม็ดสาคู หรือ Sago ทั้งสามอย่าง
ดูเหมือนเรียบง่าย แต่เมื่อรวมกันแล้วกลับกลายเป็นรสชาติที่คนฟิลิปปินส์คุ้นเคยตั้งแต่เด็ก
Taho Manila จึงไม่ได้พยายามเปลี่ยนทาโฮให้กลายเป็นอาหารที่ซับซ้อน แต่เลือกนำอาหารดั้งเดิมนี้มายกระดับให้เหมาะกับผู้บริโภคยุคใหม่
จุดเริ่มต้นอยู่ที่ “เต้าหู้”
หัวใจของทาโฮไม่ใช่น้ำเชื่อม แต่คือเต้าหู้ เต้าหู้ที่ใช้ทำทาโฮแตกต่างจากเต้าหู้แข็งที่เราคุ้นเคยตามซูเปอร์มาร์เก็ต เพราะเป็นเต้าหู้สดที่มีน้ำอยู่มาก เนื้อจึงนุ่มและละเอียดมาก ถ้าเปรียบเทียบง่ายๆ เนื้อสัมผัสจะอยู่ระหว่างเต้าหู้กับคัสตาร์ด
เมื่อรับประทานแบบอุ่นๆ เต้าหู้แทบจะละลายในปาก และมีรสชาติอ่อนมาก ทำหน้าที่เหมือนเป็นพื้นสำหรับรับรสชาติจากส่วนประกอบอื่น จากนั้นจึงเติม Arnibal ลงไป
Arnibal คือสิ่งที่ทำให้ทาโฮมีรสชาติ

Arnibal คือน้ำเชื่อมที่ทำจากน้ำตาลทรายแดง โดยบางสูตรเลือกใช้น้ำตาล Muscovado เพื่อให้มีกลิ่นหอมและรสชาติที่ลึกขึ้o ความหวานของน้ำเชื่อมไม่ได้มีแค่ความหวานแบบน้ำตาลทั่วไป แต่มีรสคล้ายคาราเมลและกากน้ำตาลเล็กๆ เมื่อราดลงบนเต้าหู้อุ่นๆ น้ำเชื่อมจะ
ไหลผ่านเนื้อเต้าหู้และค่อยๆ ซึมเข้าไป ทำให้เต้าหู้ที่แทบไม่มีรสชาติกลายเป็นของหวานที่กินง่ายขึ้นทันที
ส่วนสุดท้ายคือ Sago เม็ดเล็กๆ ที่มีความนุ่มและหนึบเล็กน้อย ทำหน้าที่เพิ่มความแตกต่างของเนื้อสัมผัส ถ้าไม่มีสาคู ทาโฮอาจเป็นเพียงเต้าหู้อุ่นกับน้ำเชื่อม แต่เมื่อมีเม็ดสาคูเข้ามา ทุกคำจะมีทั้งความนุ่ม ความหวาน และความหนึบอยู่พร้อมกัน
ทำไมคนฟิลิปปินส์ถึงผูกพันกับทาโฮ
ความพิเศษของทาโฮอาจไม่ได้อยู่ที่ส่วนผสมเลย แต่อยู่ที่ “ประสบการณ์” ในอดีตคนขายทาโฮจะตื่นตั้งแต่เช้ามืด เตรียมเต้าหู้และน้ำเชื่อม จากนั้นนำถังอะลูมิเนียมสองใบแขวนไว้กับไม้ไผ่แล้วพาดบนบ่า
ถังหนึ่งใส่เต้าหู้สด อีกถังใส่น้ำเชื่อม สาคู ถ้วย และอุปกรณ์ต่างๆ จากนั้นจึงเดินไปตามถนนในชุมชน เสียงเรียก “TAHOOOOO” ที่ลากยาวจึงกลายเป็นเสียงที่หลายคนจำได้ตั้งแต่วัยเด็ก
สำหรับคนอยู่ในฟิลิปปินส์ เสียงนี้อาจหมายถึงอาหารเช้า แต่สำหรับชาวฟิลิปปินส์ที่ย้ายไปอยู่ต่างประเทศ อาจหมายถึง “บ้าน” เพราะเมื่อไม่มีคนขายทาโฮเดินผ่านหน้าบ้าน สิ่งที่หายไปจึงไม่ใช่แค่ของกิน แต่เป็นกิจวัตรและความทรงจำในวัยเด็กด้วย
จากถนน สู่ห้างสรรพสินค้า

นี่คือสิ่งที่ทำให้ Taho Manila น่าสนใจ แบรนด์นำอาหารริมทางที่ครั้งหนึ่งเคยขายจากถังบนถนน มานำเสนอในรูปแบบร้านที่เข้าถึงง่ายและดูร่วมสมัยมากขึ้น จากเพจ Taho Manila ระบุว่ามีสาขาในทำเลอย่าง Landmark Makati และ SM Mall of Asia พร้อมนำเสนอ
แนวคิด “Premium Taho” และชูจุดขายว่าเป็นทาโฮที่ทำสดใหม่ทุกวัน
แทนที่ลูกค้าจะต้องรอฟังเสียง “TAHOOOO” จากหน้าบ้าน ก็สามารถเดินเข้าไปซื้อทาโฮในห้างได้ นี่ทำให้ทาโฮเปลี่ยนจากอาหารริมทางราคาประหยัด กลายเป็นสินค้าที่สามารถเข้าไปอยู่ในตลาดของหวานและคาเฟ่สมัยใหม่ได้
ทาโฮไม่ได้มีแค่สูตรดั้งเดิม
แม้สูตรคลาสสิกจะประกอบด้วยเต้าหู้ Arnibal และ Sago แต่ทาโฮยุคใหม่เริ่มมีการเพิ่มรสชาติและท็อปปิ้งมากขึ้น
บางร้านมี Ube หรือมันม่วง
บางร้านเพิ่มสตรอว์เบอร์รี
บางร้านนำใบเตยเข้ามาใช้
และบางร้านเพิ่มท็อปปิ้งอย่างคัสตาร์ดฟลาน
แนวคิดนี้ทำให้ทาโฮสามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น โดยยังคงรักษาองค์ประกอบพื้นฐานของอาหารดั้งเดิมเอาไว้ หนึ่งในตัวอย่างที่โด่งดังคือ Strawberry Taho ของเมือง Baguio ซึ่งนำสตรอว์เบอร์รีท้องถิ่นมาใช้แทนน้ำเชื่อมแบบดั้งเดิมหรือใช้ร่วมกัน จากเต้าหู้สีขาว
กับน้ำเชื่อมสีน้ำตาล จึงกลายเป็นเมนูที่มีสีสันและหน้าตาแตกต่างออกไป
Taho Manila ขายเมนูราคาเท่าไหร่

สำหรับราคาจำหน่ายของ Taho Manila ในประเทศฟิลิปปินส์ จากเมนูของสาขาหลักอย่าง Taho Manila Glorietta 4 ราคาจะแตกต่างกันตามขนาดและเมนูท็อปปิ้ง โดยมีราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 50 เปโซฟิลิปปินส์ หรือราว 32 บาทต่อแก้ว
เมนู Premium Classic Taho หรือเต้าฮวยคลาสสิก สามารถเลือกรับประทานแบบร้อนหรือเย็นได้ โดยขนาด Regular (8 oz) ราคา 50 PHP หรือประมาณ 32 บาท ส่วนขนาด Large (12 oz) ราคา 60 PHP หรือประมาณ 38 บาท
ขณะที่เมนูซิกเนเจอร์อย่าง The Original Taho de Leche ขนาด Large (12 oz) ซึ่งเพิ่มท็อปปิ้งครีมคาราเมลและพุดดิ้งฟลาน ราคาอยู่ที่ 80 PHP หรือประมาณ 50 บาทต่อแก้ว
เรียกได้ว่า Taho Manila วางราคาให้เข้าถึงได้ง่าย โดยเริ่มตั้งแต่ประมาณ 30 กว่าบาทสำหรับเมนูคลาสสิก ไปจนถึงประมาณ 50 บาทสำหรับเมนูซิกเนเจอร์ที่เพิ่มท็อปปิ้ง
ทาโฮร้อน หรือทาโฮเย็น?
ทาโฮแบบดั้งเดิมจะรับประทานตอนอุ่นๆ ความอุ่นเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ เพราะเต้าหู้สดที่เพิ่งทำใหม่จะมีเนื้อสัมผัสนุ่มมาก ขณะที่ Arnibal ยังหอมและเหลวกำลังดี แต่ Taho Manila ก็มีทางเลือกสำหรับคนที่ชอบรับประทานแบบเย็น
ทำให้เมนูดั้งเดิมที่เคยผูกติดกับช่วงเช้า สามารถกลายเป็นของหวานหรือของว่างในช่วงเวลาอื่นของวันได้ด้วย นี่เป็นอีกจุดหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าทาโฮกำลังเดินทางจากอาหารริมทางแบบดั้งเดิมเข้าสู่ตลาดของหวานสมัยใหม่
สิ่งที่ Taho Manila กำลังขายจริงๆ อาจไม่ใช่แค่ทาโฮ

เมื่อมองให้ลึกลงไป สิ่งที่ Taho Manila นำเสนออาจมีมากกว่าเต้าหู้หนึ่งถ้วย เพราะทาโฮเป็นอาหารที่มี “เรื่องราว” ติดมาด้วย มันคือเสียงของคนขายในตอนเช้า
คือเด็กที่วิ่งออกจากบ้านพร้อมเหรียญในกำมือ
คือถ้วยอุ่นๆ ที่ถืออยู่ในมือก่อนเข้าโรงเรียน
คือรสหวานของน้ำตาลทรายแดง
และคือความทรงจำของชุมชนที่คนขายเดินผ่านทุกบ้าน
ดังนั้นเมื่อทาโฮถูกนำเข้ามาอยู่ในห้างหรือร้านสมัยใหม่ สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงการขายอาหารแบบดั้งเดิมในสถานที่ใหม่ แต่เป็นการนำความทรงจำแบบเดิมมาอยู่ในรูปแบบที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
จากอาหารราคาประหยัด สู่ Premium Taho
ความน่าสนใจของ Taho Manila จึงอยู่ตรงการเปลี่ยนมุมมองต่ออาหารที่ดูธรรมดามาก ในอดีต ทาโฮเป็นอาหารที่คนทั่วไปซื้อได้ง่าย ไม่ต้องมีร้านหรู ไม่ต้องมีจานสวย ไม่ต้องมีพิธีการ เพียงได้ยินเสียงคนขาย ก็สามารถออกไปซื้อได้
แต่เมื่ออาหารประเภทนี้ถูกนำมาพัฒนาเป็นแบรนด์ ก็สามารถสร้างมูลค่าใหม่จากสิ่งเดิมได้ เต้าหู้ยังเป็นเต้าหู้ Arnibal ยังเป็นน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง Sago ยังเป็นเม็ดสาคู
แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือคุณภาพของวัตถุดิบ วิธีนำเสนอ สถานที่ขาย และประสบการณ์ของลูกค้า
บทเรียนจาก Taho Manila

เรื่องของ Taho Manila สะท้อนให้เห็นว่า อาหารพื้นบ้านไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนจนไม่เหลือความเป็นตัวเองเพื่อเข้าสู่ตลาดสมัยใหม่ บางครั้งสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดอาจเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วในวัฒนธรรม เพียงแต่ต้องนำมาเล่าใหม่ให้คนอีกกลุ่มหนึ่งเข้าใจ ทาโฮมีส่วนผสมเพียงไม่กี่อย่าง เต้าหู้ น้ำเชื่อม และสาคู
แต่เมื่อรวมกับประวัติศาสตร์ วิธีขาย และความทรงจำของผู้คน มันกลับกลายเป็นอาหารที่มีเรื่องราวมากกว่าหนึ่งถ้วย และ Taho Manila กำลังนำเรื่องราวนั้นจากถนนในฟิลิปปินส์ ไปสู่ร้านค้าและห้างสรรพสินค้าในรูปแบบของ “Premium Taho”
จากอาหารเช้าที่เด็กๆ เคยวิ่งออกไปรับหน้าบ้าน สู่ของหวานที่คนรุ่นใหม่สามารถเดินเข้าไปสั่งในห้างได้ นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมทาโฮถึงยังอยู่กับชาวฟิลิปปินส์มาจนถึงทุกวันนี้ เพราะบางครั้ง สิ่งที่คนเราตามหาจากอาหารหนึ่งถ้วย ไม่ใช่แค่รสชาติ แต่อาจเป็นความรู้สึกว่า
“ครั้งหนึ่ง เราเคยกินของหวานนี้ตอนอยู่ที่บ้าน”
อ้างอิง
- https://citly.me/sR1DS
- https://citly.me/pxfIQ
- https://citly.me/zUXND
- https://citly.me/ev0Zm
- https://citly.me/dwlfF
- https://citly.me/nuGwj
- https://citly.me/tK2fR
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
- อยากสร้างแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Ive14C
- อยากทำเป็นแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3IrrH0k
- รู้เรื่องกฎหมาย สัญญาแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Iu5WNu
- รวมความรู้แฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Pe0m5s
อ้างอิงจาก คลิกที่นี่
สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น
ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี
ลักษณะงาน
- เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
- ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
- มอบหมายงานและติดตามงาน
- อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ
1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้
- ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
- ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
- การปฏิบัติงาน
- เป้าหมายในอนาคต
2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ
- การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
- การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
- การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
- การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)
3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)
- การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
- สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
- กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
- มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม
4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ
- แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
- แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์
5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์
- รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
- ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
- ปรับปรุงแก้ไข
- พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง
การปฎิบัติงาน
- สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
- ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา
เงื่อนไขอื่นๆ
- การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์
อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้
สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy




