คนไทยยังอาย! แบรนด์จีนขาย “ชาไทย” รายได้ 5 ล้าน/เดือน/สาขา

ถ้าเดินไปตามถนนของเมืองเซี่ยงไฮ้ เฉิงตู หรือว่าปักกิ่ง สิ่งที่เราเห็นมากสุดในตอนนี้อาจจะแปลกใจเมื่อเห็นลูกค้าต่อคิวเพื่อซื้อเครื่องดื่มยอดนิยมอย่าง “ชาไทย” ซึ่งในความเป็นจริงตลาดจีนนั้นใหญ่มากและเครื่องดื่มก็มีหลายชนิดที่ขึ้นอยู่ว่าใครจะชอบแบบไหน

  • กลุ่มชาสดชงใหม่ ในกลุ่มนี้มีจำนวนร้านรวมกันกว่า 538,000 แห่ง ลูกค้าชาวจีนกว่า 60% นิยมซื้อชาแบบชงสดดื่มสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง มีหลายแบรนด์ยอดนิยมเช่น Mixue , Guming , Chagee , TamKoKo เป็นต้น
  • กาแฟสดพร้อมดื่ม เป็นตลาดที่ใหญ่แพ้เครื่องดื่มชา แบรนด์ดังในกลุ่มนี้ก็เช่น Luckin Coffee ที่มีสาขากว่า 20,000 แห่ง หรือ Starbucks ที่มีสาขากว่า 7,300 แห่ง หรือ Cotti Coffee ที่มีสาขากว่า 10,000 แห่ง
  • ชาบรรจุขวด โดยเน้นเทรนด์สุขภาพสูตรไม่มีน้ำตาล มีผู้นำในตลาดนี้อยางเช่น Nongfu Spring ที่มีเมนูเด่นคือชาอู่หลง / ชาเขียว สูตรไม่มีน้ำตาล หรือแบรนด์อย่าง Genki Forest ที่ก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ขวัญใจคนรุ่นใหม่ได้ในเวลารวดเร็ว

ทำไมคนจีนถึงชอบ “ชาไทย”?

คนไทยยังอาย แบรนด์จีนขาย ชาไทย
ภาพจาก https://citly.me/ugYaI

ตลาดชาจีนแบบเดิมมีชานมไข่มุกเป็นหลัก และชาสดแบบชงใหม่ แต่ยังไม่มีแบรนด์ไหนที่เน้นเรื่องชาไทยอย่างจริงจัง อันที่จริงความนิยมชาไทยในจีนไม่ได้เกิดขึ้นทันทีแต่เริ่มต้นจากการที่ชาวจีนมาเที่ยวในไทยและนิยมในเครื่องดื่มอย่าง

ชาไทย เมื่อกลับไปจีนก็มองหาชาไทยที่อยู่ตามร้านอาหารไทย และปฏิเสธไม่ได้ว่าชาไทยเองก็เป็น Soft Power ที่มีเสน่ห์ทั้งสีส้มอันเป็นเอกลักษณ์ และรสชาติที่ละมุนแตกต่างจากชาของจีนแบบดั้งเดิม ผสมผสานกับสื่อออนไลน์จีนที่เติบโตเร็วมากอะไรก็ตามที่เป็นกระแสไวรัลบน Xiaohongshu (RED) และ Douyin จะได้รับความนิยมมากขึ้นด้วย

มีข้อมูลน่าสนใจที่ระบุว่า YAKE & YASI ซึ่งเป็นร้านเครื่องดื่มในจีน เคยทำสถิติจำหน่ายเมนูชาไทยชีสได้สูงถึง 200,000 แก้วภายใน 3 สัปดาห์ และยังเป็นที่แพร่หลายใน RedNote ด้วยยอดวิวรวมเนื้อหาเกี่ยวกับชาไทยกว่า 260 ล้านครั้ง ขณะเดียวกันบน TikTok มียอดชมวิดีโอสั้นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เกินกว่า 750 ล้านครั้ง ซึ่งก็ไม่ได้มีแค่แบรนด์เดียวที่จับเอาชาไทยมาเป็นส่วนหนึ่งในเมนูเครื่องดื่มของร้าน สิ่งเหล่านี้สะท้อนภาพของชาไทยที่คนจีนชื่นชอบได้อย่างชัดเจน

TamKoKo แฟรนไชส์จีนที่ขายเมนู “ชาไทย”

คนไทยยังอาย แบรนด์จีนขาย ชาไทย
ภาพจาก https://citly.me/ugYaI

ชาไทยดั้งเดิมแบบที่คนไทยคุ้นเคยมีจุดเด่นเรื่องความหวาน มัน และเข้มข้น ทว่าหากนำรสชาติแบบนี้ไปขายในจีนตรงๆ อาจจะไม่ตอบโจทย์ TamKoKo (แทมโคโค่) จึงเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่รู้จักพลิกแพลงดัดแปลงและทำให้เมนูชาไทยขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

จากจุดเริ่มต้นในปี 2025 จากร้านเล็กๆในถนนซือเฉวียน (Shiquan Street) เมืองซูโจว ที่ตอนนั้นเมนูชาไทยเริ่มเป็นที่พูดถึงในโซเชียลจีน แต่ส่วนใหญ่ยังหาดื่มได้แค่ตามร้านอาหารไทย หรือร้านสตรีทฟู้ดเล็กๆ ที่ไม่มีมาตรฐาน ผู้ก่อตั้งจึงเริ่มธุรกิจนี้จากคำถามว่า ทำไมจะทำร้านชานมเฉพาะทาง ที่ขายชาไทยคุณภาพสูง ได้บรรยากาศ เหมือน Heytea หรือ Chagee ไม่ได้?

ถ้าไปดูเครื่องดื่มของ TamKoKo ที่ส่วนใหญ่ใช้ชาแดงนำเข้าจากไทยแล้วไปปรับสูตรให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าจีนมีหลายเมนูขายดีเช่น

  • ชาไทยเข้มข้นท็อปด้วยโฟมชีส (Salted Cheese Thai Milk Tea)
  • ชาไทยนมสดสูตรคลาสสิก (Handcrafted Thai Milk Tea)
  • สเปเชียลตี้ชาปั่น (Thai Tea Smoothie Series)
  • ซอฟต์เสิร์ฟไอศกรีมรสชาไทย (Thai Milk Tea Soft Serve)
  • สโนว์บิงซู (Thai Tea Ice Flakes)

ราคาเครื่องดื่มส่วนใหญ่ขายไม่แพง 18 – 24 หยวน หรือประมาณ 90 – 120 บาท ซึ่งเป็นราคากลางๆ ที่เข้าถึงง่ายสำหรับกลุ่มคนทำงานและบรรดาคนรุ่นใหม่ทั้งหลาย

สาขารวมกว่า 300 แห่ง รายได้เกือบ 5 ล้าน / สาขา

คนไทยยังอาย แบรนด์จีนขาย ชาไทย
ภาพจาก https://citly.me/ugYaI

เบื้องหลังความสำเร็จของการเริ่มจาก 1 สาขาแล้วขยายไปกว่า 300 แห่งในเวลาอันรวดเร็วด้รวดเร็ว ไม่ใช่เรื่องฟลุกแน่ๆ แต่เกิดจากทีมงานระดับมืออาชีพทั้ง ทีม R&D ที่คอยสร้างแบรนด์ / คิดค้นเมนูใหม่ๆ / ดูแลภาพลักษณ์ร้านให้ดูพรีเมี่ยม ผสมผสานกับ ทีมขยายแฟรนไชส์ ที่ได้ทีมบริหารจาก 7-Minute Sweet ซึ่งเป็นแฟรนไชส์ชาผลไม้เจ้าใหญ่ในจีนเข้ามาดูแลเรื่องระบบบริหารจัดการ ทั้งการคุมหลังบ้าน ทั้การเลือกทำเล ส่งวัตถุดิบ และคุมมาตรฐานหน้าร้าน

และด้วยรูปแบบร้านขนาดเล็กถึงปานกลาง สามารถคุมต้นทุนค่าเช่าและพนักงานได้ดีกว่าร้านขนาดใหญ่ ร่วมกับการวางกลยุทธ์ราคาที่ไม่แพงจนเกินไป บางสาขาสามารถทำรายได้เฉลี่ยกว่า 30,000 หยวนหรือประมาณ 1.5 แสนบาท/วัน หรือบางสาขาในทำเลที่คนพลุกพล่านอย่าง Shanghai Xintiandi ที่เป็นห้างสรรพสินค้ายอดนิยมสาขานี้ทำสถิติรายได้ต่อเดือนสูงถึง 950,000 หยวน หรือประมาณ 5 ล้านบาท/เดือน

สำหรับค่าแฟรนไชส์ของ TamKoKo ประมาณ 88,000 หยวนหรือ 440,000 บาท ซึ่งถ้ารวมงบลงทุนทั้งค่าตกแต่งร้าน ค่าวัตถุดิบและอุปกรณ์ต่างๆ มีงบโดยรวมประมาณ 250,000 – 350,000 หยวน หรือ 1.25 – 1.75 ล้านบาท ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) ของร้านตามโมเดลธุรกิจอยู่ที่ประมาณ 4 – 4.7 เดือน ซึ่งถือว่ารวดเร็วมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของธุรกิจเครื่องดื่มในจีนที่ส่วนใหญ่ใช้เวลากว่า 12 เดือน

ทั้งนี้จุดแข็งที่ทำให้ TamKoKo เติบโตคือการเอาใจใส่ตั้งแต่คุณภาพสินค้า + บริการ + การคัดเลือกทำเลที่เข้มงวด โดยแฟรนไชส์จะอนุมัติสาขาแฟรนไชส์ในย่านการค้า หรือในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ , ตามแหล่งท่องเที่ยวที่มี Traffic สูง เพื่อรักษาภาพลักษณ์แบรนด์ระดับพรีเมี่ยม และเนื่องจากต้องนำเข้าวัตถุดิบชาจากไทย การบริหารด้าน Supply Chain ให้ทุกสาขาแฟรนไชส์มีวัตถุดิบพร้อมและสดใหม่ตลอดเวลาจึงเป็นหัวใจสำคัญในการขยายสาขาในจีนด้วยเช่นกัน

สิ่งเหล่านี้สะท้อนไปถึงการทำ SMEs ได้อย่างดีว่าหากมุ่งหวังจะเติบโตในธุรกิจที่การแข่งขันสูงต้องพัฒนาทุกด้านไปพร้อมกัน ไม่ใช่แค่การทำธุรกิจเพื่อหวังกำไรแต่ไม่ลงทุนใด ๆ คิดเพียงแค่ว่าสินค้าเราดีกว่า เราน่าสนใจกว่า ถือเป็นความคิดที่อันตรายที่เสี่ยงต่อการทำให้ธุรกิจหยุดชะงักและกลายเป็นธุรกิจที่พร้อมจะถูกลืมได้ในอนาคต

อ้างอิง :

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy

คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก)

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด