7 แฟรนไชส์ร้านสเต็ก! ซื้อง่าย ขายคล่อง พร้อมลงทุน
เมนูสเต็กคือหนึ่งในอันดับต้นๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเด็ก ผู้ใหญ่ เพราะให้ความรู้สึกคุ้มค่า ได้สารอาหารครบถ้วน และเป็นอาหารจานหลักที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ต้องการความรวดเร็วและอร่อย ปัจจุบันถือเป็นเมนูที่มีการแบ่งกลุ่มไว้ทั้งระดับ Premium ที่ราคาต่อจานค่อนข้างสูง หรือกลุ่มสตรีทฟู้ด ที่ราคาต่อจานเข้าถึงได้ง่าย มีสัดส่วนประมาณ 30% ของมูลค่าตลาดรวม เหตุผลที่ทำให้สเต็กได้ชื่อว่าซื้อง่าย ขายคล่อง โดยเฉพาะในรูปแบบร้านสตรีทฟู้ด เนื่องจากผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย พบเห็นได้แทบจะทุกที่ แต่ถึงแม้จะรู้ว่านี่คือสินค้าขายดี แต่ส่วนใหญ่ก็ยังเริ่มไม่ได้ ติดปัญหาหลายอย่าง เช่นทำไม่เป็น ไม่รู้จะเริ่มยังไง ทำแล้วกลัวไม่มีลูกค้า หรือว่าสินค้าจะอร่อยสู้คู่แข่งรายอื่นไม่ได้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของระบบแฟรนไชส์ที่เข้ามาเติมเต็มในความต้องการนี้ ซึ่งก็มีหลายแบรนด์ที่เป็นแฟรนไชส์สเต็กในราคาที่ลงทุนง่าย และขายดี มีระบบสนับสนุนชัดเจน
1. ซูเปอร์สเต็กส์

ซูเปอร์สเต็กส์ ชูจุดเด่นเป็น “ More Steak More Delicious” คือสเต็กที่เป็นมากกว่าความอร่อย และถือเป็นอีกหนึ่ง แฟรนไชส์ร้านสเต็กที่พร้อมสร้างอาชีพได้ทันที มีปัจจัยสนับสนุนการลงทุนคือ
- ลงทุนน้อย โอกาสคืนทุนไว
- สเต็กรสชาติมาตรฐานสากล ผสมผสานความเป็นไทยได้อย่างลงตัว
- แบรนด์เป็นที่รู้จัก มีฐานลูกค้าที่พร้อมให้สร้างรายได้ทันที
- สเต็กปรุงสำเร็จรูป พร้อมขาย กำไรมากกว่า 50%
- ผู้ลงทุนสามารถเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ร่วมกัน และขยายธุรกิจไปด้วยกัน
- ไม่มีค่าการตลาด ไม่มีค่ารายเดือน รายปี ไม่มีหักเปอร์เซ็นต์ยอดขาย
- การให้คำปรึกษาและแนะนำโดยทีมงานมืออาชีพ
งบลงทุน 9,000 – 39,000 บาท เลือกการลงทุนได้ 4 รูปแบบ สิ่งที่จะได้รับคืออุปกรณ์พร้อมเปิดร้าน การฝึกอบรม
สมมุมติลงทุน 9,000 บาท เปิดร้านริมทางมีโต๊ะรับลูกค้าได้ 2-3 โต๊ะ ต้นทุนวัตถุดิบ (เนื้อหมู , ไก่ , ผัก , มันฝรั่ง) ประมาณ 30 – 35% จากยอดขาย ต้นทุนค่าน้ำค่าไฟประมาณ 10-15 % จากยอดขาย
ค่าอุปกรณ์และจิปาถะประมาณ 5 – 10 % จากยอดขาย คิดตัวเลขที่ต่อวันรับลูกค้าได้ 50 คนยอดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน 150 บาท รายได้ต่อวันประมาณ 7,500 บาท หักต้นทุนต่างๆ ก็ถือว่ามีกำไรได้ค่อนข้างมาก ปัจจุบันมี 25 สาขาทั่วประเทศ

ซูเปอร์สเต็กส์
สนใจลงทุน แฟรนไชส์ คลิก
https://citly.me/hgyDN
โทร. 080-9108199 , 087-0737799
2. ฮิปสเตอร์ สเต็ก

เป็นแบรนด์สเต็กที่ผู้ลงทุนไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ มีอุปกรณ์ + วัตถุดิบให้พร้อม ตอบโจทย์การลงทุนในยุคใหม่ มีเมนูให้เลือกเช่น สเต็กไก่พริกไทยดำ , สเต็กสะโพกไก่สไปซี่ , สเต็กเนื้อสันนอก , สเต็กเนื้อทีโบน , สเต็กเนื้อริปอาย เป็นต้น ค่าแฟรนไชส์ 9,900 บาท งบลงทุน 9,900 -17,900 บาท มีปัจจัยสนับสนุนด้านการลงทุนอีกหลายประการเช่น
- ใช้งบลงทุนไม่สูง
- รสชาติยืนหนึ่ง ทุกเมนูอร่อยเป็นมาตรฐานเดียวกัน
- เป็นแบรนด์ที่คนรู้จักทำการตลาดได้ง่าย
- เป็นสินค้าซื้อง่าย ทานง่าย ลงทุนสร้างเป็นอาชีพหลักหรือรายได้เสริมได้อย่างดี
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนสมมุติ ยอดขายประมาณ 50 จาน/วัน
- ราคาขายเฉลี่ย/จาน 60 บาท
- รายได้รวมต่อวัน 3,000 บาท
- รายได้รวมต่อเดือน (คิด 26 วัน) ประมาณ 78,000 บาท
- หักต้นทุนวัตถุดิบ 40% คิดเป็นเงินประมาณ 31,200 บาท
- หักต้นทุนค่าเช่าพื้นที่ + ค่าน้ำ + ค่าไฟ ประมาณ 10,000 บาท
- เหลือกำไรต่อเดือน ประมาณ 36,800 บาท
ปัจจุบันฮิปสเตอร์สเต็กมีการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า รวมถึงพัฒนารูปแบบร้านให้สอดคล้องกับยุคสมัย แต่ยังคงคอนเซ็ปต์แฟรนไชส์สร้างอาชีพที่ลงทุนน้อย โอกาคืนทุนไว ใครๆ ก็เริ่มต้นได้

ฮิปสเตอร์ สเต็ก
สนใจลงทุน แฟรนไชส์ คลิก
https://citly.me/LQbhI
โทร. 094-6789869 , 061-2969887
3. สเต็กเด็กแนว

ชูคอนเซปต์เน้นความเรียบง่าย ลงทุนต่ำ คืนทุนไว ให้อิสระในการบริหาร ไม่เก็บค่าธรรมเนียมรายปี ไม่เก็บค่าแรกเข้า และที่สำคัญคือ “ตั้งราคาขายเองได้” ทำให้ปรับตัวตามสภาพเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่ได้ดีงบลงทุน 15,900 -39,900 บาท
โดยมี 4 แพ็กเกจให้เลือกลงทุนได้ทันทีได้แก่ เซตปังตลาดแตก , เซตปังอลังการ , เซตปังสุดคุ้ม เซตพร้อมขาย ทุกแพ็กเกจได้อุปกรณ์ + วัตถุดิบ ข้อดีของสเต็กเด็กแนวที่ชัดเจนอีกอย่างคือ ไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะในการเปิดร้าน มีโต๊ะแค่ 2 – 3 ตัวก็เริ่มธุรกิจได้ แถม.ขายได้ทั้งหน้าร้านและเดลิเวอรี่ หากวิเคราะห์ในเรื่องยอดขายสมมุติราคาเริ่มต้นของเมนูคือ 59 บาท
ถ้าในแต่ละวันขายได้ 100 จาน รายได้ต่อวันประมาณ 5,900 บาท ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่ได้หักลบต้นทุนต่างๆ แต่ความน่าสนใจของร้านสเต็กคือเป็นธุรกิจที่มี “กำไรส่วนต่าง” (Margins) ชัดเจนกว่าอาหารประเภทอื่น
นอกจากนี้การเลือกทำเลก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ถ้าได้ทำเลเปิดร้านที่เอื้อต่อธุรกิจเช่น หน้าบ้าน , หน้าโรงเรียน , โรงงาน หรือย่านชุมชน มีโอกาสทำกำไรจากธุรกิจนี้ได้มาก ปัจจุบันถือเป็นแฟรนไชส์ที่ได้รับความนิยมและมีการขยายสาขาในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

สเต็กเด็กแนว
สนใจลงทุน แฟรนไชส์ คลิก
https://citly.me/CZ4A5
โทร.094-9891222 , 080-8987222 , 084-6333602
4.นาเนียสเต็ก

นาเนียสเต็ก สเต็กคุณภาพดี คิดค่าใช้จ่ายตามการซื้อจริง อุปกรณ์อะไรมีแล้วสามารถนำมาใช้ได้ ซื้อเฉพาะที่ไม่มี เป็นแฟรนไชส์ที่มีประสบการณ์มานานกว่า 12 ปี คัดสรรวัตถุดิบ นำมาผ่านขั้นตอนการผลิตที่พิถีพิถัน เพื่อให้เกิดความอร่อย เริ่มจาก เนื้อสัตว์คัดจากซัพพลายเออร์ที่ได้มาตรฐาน คัดส่วนที่ดีที่สุด
อย่างเนื้อวัวใช้เนื้อโคขุนเนื้อสันส่วนหลัง นำมาทำเมนูสเต็กพริกไทยดำ เนื้อหมูใช้ส่วนสันคอติดมันสำหรับบาบีคิว และสเต็กซอสเกรวี่ นำมาหมักด้วยเครื่องเทศให้รสชาติซึมเข้าเนื้อ รสชาติที่ได้คือความนุ่มกลมกล่อม เข้มข้น รับรู้ได้ถึงคุณภาพและความสดของวัตถุดิบ
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสร้างอาชีพหรืออยากมีรายได้เพิ่ม งบลงทุน 12,900 – 100,000 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบการลงทุนที่เลือก สิ่งที่จะได้รับคืออุปกรณ์ + วัตถุดิบ + การสอนสูตร สอนเทคนิคการขาย การสนับสนุนด้านวัตถุดิบ ถือเป็นแฟรนไชส์ที่ใช้งบลงทุนไม่สูง โอกาสคืนทุนไว โดยขึ้นอยู่กับทำเลเป็นสำคัญ
นอกจากนี้ยังให้สิทธิ์ในการล็อคพื้นที่ 1 อำเภอต่อ 1 สาขา เท่ากับเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการตลาดให้ผู้ลงทุนสามารถคืนทุนมีกำไรในระเวลาที่รวดเร็วมากขึ้น

นาเนีย สเต็ก
สนใจลงทุน แฟรนไชส์ คลิก
https://citly.me/aGSbP
โทร. 093-9963569 , 091-7569944
5. สเต็กลุงใหญ่

จุดเด่นคือวัตถุดิบที่ใช้เนื้อหมักสูตรพริกไทยดำ มีเอกลักษณ์เป็นสีส้ม-ขาว เปิดดำเนินกิจการมานานกว่า 17 ปี มีสาขาทั่วประเทศมากกว่า 200 สาขา มีโมเดลลงทุนน่าสนใจคือชุดเริ่มต้น / คีออส งบลงทุนประมาณ 17,900 – 35,000 บาท และยังมีแพ็กเกจลงทุนอื่นๆ ให้เลือกได้ตามความเหมาะสม เป็นแฟรนไชส์ที่ไม่มีค่ารายเดือน รายปี ระยะเวลาในการคืนทุนประมาณ 3-6 เดือน โดยขึ้นอยู่กับทำเลเป็นสำคัญ
ถือเป็นแฟรนไชส์ที่เหมาะกับการสร้างอาชีพเพราะไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ไม่ต้องสร้างแบรนด์เองมีครัวกลางควบคุมคุณภาพเนื้อหมักและซอสปรุงสำเร็จรูป และมีการพัฒนาสินค้าและการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ของผู้ลงทุนมากขึ้น
6. โชกุนสเต็ก

แฟรนไชส์สเต็กรสชาติดี คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ ราคาไม่แพง มีประสบการณ์มานาน เมนูน่าสนใจเช่น สเต็กเนื้อโคขุน, สเต็กหมู, สเต็กไก่, สเต็กปลาดอลี่กรอบ , สเต็กหมูจิ้มแจ่ว และยังมีเมนูพิเศษเช่น เกี๊ยวซ่า , ไก่ทอดคาราเกะ , ไส้กรอก เฟรนซ์ฟรายส์ , สปาเกตตี้ เป็นต้น
ลงทุนง่ายด้วยชุดโปรโมชันตั้งตัว ราคา 19,900 บาท ได้อุปกรณ์และวัตถุดิบพร้อมเปิดร้าน พร้อมการสอนทุกเทคนิคการขาย การฝึกอบรมให้ก่อนเปิดร้าน เป็นแฟรนไชส์ที่เน้นให้คนลงทุนมีโอกาสประสบความสำเร็จได้รวดเร็ว ระยะเวลาคืนทุนประมาณ 6-12 เดือน
7. สเต็กลุงหยิก

ร้านสเต็กแบบนั่งทานเต็มรูปแบบขนาดกลางถึงใหญ่ ไม่ใช่คีออสหรือสตรีทฟู้ดริมทาง มีจุดเด่นคือสเต็กจานยักษ์ที่เคยดังในโซเชี่ยล เสิร์ฟอาหารปริมาณเยอะ เมนูหลากหลาย ถูกใจลูกค้าที่เน้นปริมาณ+ความคุ้มค่า งบลงทุนประมาณ 1.8-2.5 ล้านบาท ระยะเวลาคืนทุนประมาณ 12-18 เดือน
ขึ้นอยู่กับทำเลและการบริหารจัดการ ซึ่งการคัดเลือกทำเลต้องผ่านการอนุมัติทำเลจากทางแบรนด์ก่อน โดยเน้นทำเลใกล้สถานศึกษา เช่น มหาวิทยาลัย/โรงเรียน หรือเปิดร้านตามแหล่งชุมชนที่มีคนพลุกพล่าน หรือคอมมูนิตี้มอลล์ที่มีที่จอดรถสะดวก ข้อดีของการลงทุนคือระบบแฟรนไชส์ที่ครบวงจร และเป็นแบรนด์ที่ทำการตลาดได้ง่าย มีคนรู้จักกว้างขวาง
แม้จะเป็นการลงทุนในระบบแฟรนไชส์ที่มีทุกอย่างให้พร้อม แต่เคล็ดลับสำคัญในการเปิดร้านสเต็กคือการริหารต้นทุนวัตถุดิบและควบคุม Food Cost ที่ไม่ควรเกิน 40% ของราคาขายต่อจาน และควรมีเทคนิคการขายที่ช่วยเพิ่มอดขายต่อบิล (Cross-selling / Upselling) ได้มากขึ้น
เช่นเพิ่มเมนูทานเล่นอย่าง นักเก็ต, ไส้กรอกย่าง, ซุปข้าวโพด/ซุปเห็ด, สปาเกตตี และเครื่องดื่มเย็น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเมนูที่ให้กำไรสูง จะช่วยดึงภาพรวมของกำไรทั้งหมดในร้านให้เพิ่มสูงได้ หรือการใช้วิธีจัดเซตเมนูเช่นการจับคู่สเต็ก + เครื่องดื่ม + ของทานเล่น ในราคาที่ดูคุ้มค่า ช่วยเพิ่มยอดขายรวมต่อลูกค้าหนึ่งโต๊ะได้ดียิ่งขึ้น
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
- อยากสร้างแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Ive14C
- อยากทำเป็นแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3IrrH0k
- รู้เรื่องกฎหมาย สัญญาแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Iu5WNu
- รวมความรู้แฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Pe0m5s
อ้างอิงจาก คลิกที่นี่
สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น
ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี
ลักษณะงาน
- เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
- ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
- มอบหมายงานและติดตามงาน
- อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ
1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้
- ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
- ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
- การปฏิบัติงาน
- เป้าหมายในอนาคต
2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ
- การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
- การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
- การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
- การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)
3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)
- การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
- สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
- กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
- มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม
4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ
- แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
- แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์
5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์
- รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
- ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
- ปรับปรุงแก้ไข
- พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง
การปฎิบัติงาน
- สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
- ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา
เงื่อนไขอื่นๆ
- การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์
อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้
สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy




