ส่อง 15 แฟรนไชส์ยอดนิยม ! 2016 จาก Entrepreneur’s Franchise 500

หากใครคิดจะลงทุนซื้อธุรกิจแฟรนไชส์ แบบไม่ต้องมานั่งเสียเวลาคัดเลือก เป็นแฟรนไชส์ที่คนนิยมเลือกซื้อมาลงทุนกัน เป็น แฟรนไชส์ยอดนิยม แฟรนไชส์ขายดี ในสหรัฐอเมริกา

วันนี้ www.ThaiMEsCenter.com ไม่อยากให้คุณเสียเวลารอ ขอนำเสนอ 15 ธุรกิจแฟรนไชส์ยอดนิยม ประจำปี 2016 คัดเลือกจาก Entrepreneur’s Franchise 500 ในสหรัฐอเมริกา ให้เป็นทางเลือกให้ผู้ประกอบการใหม่ ผู้อยากเริ่มต้นธุรกิจใหม่ในเมืองไทย ได้เลือกซื้อกันแบบไม่ผิดหวัง มาดูกันเลย

1. Jimmy John’s Sandwiches

แฟรนไชส์ยอดนิยม

แฟรนไชส์ขนมปังแซนวิช Jimmy John’s Sandwiches ก่อตั้งขึ้นในปี 1983 ณ เมืองชาร์ลสตัน รัฐอิลลินอยส์ โดย James J. Liautaud เมื่อตอนอายุเพียง 19 ปี เขามีเพียงเตาอบ ตู้เย็น เครื่องตัดเนื้อ

เขาพัฒนาเมนูแซนวิชมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการทำการตลาดในทุกๆ มหาวิทยาลัย กว่าจะมาสร้างร้านค้าต้นแบบหลายสาขา กระทั่งเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์ในปี 1993 Jimmy John’s Sandwiches จะทำแซนวิชทุกเมนูสดใหม่ทุกวันจากเตาทุกร้าน สั่งซื้อภายใน 30 วินาที

ที่อยู่บริษัท 2212 Fox Dr. Champaign, IL 61820

เงินลงทุน $325,500 – $555,000 ค่าแฟรนไชส์ $35,000

ดูข้อมูลแฟรนไชส์เพิ่มเติมได้ที่ http://goo.gl/ITf8CK


2. Hampton by Hilton

r5

แฟรนไชส์โรงแรมระดับราคากลางๆ Hampton by Hilton เปิดตัวครั้งแรกในเมืองเมมฟิส รัฐเทนนิสซี ในปี 1983 รูปแบบธุรกิจเป็นเชนโรงแรม ราคาระดับกลางๆ และเป็นโรงแรมแห่งชาติแรกที่ให้บริการอาเช้าฟรีและโทรศัพท์ในท้องถิ่น ในปี 1995 แบรนด์ Hampton ได้เปิดตัว Hampton Inn & Suites ให้บริการห้องพัก ห้องนั่งเล่น และห้องครัว

ในปี 1999 Hampton ได้ถูกซื้อกิจการโดย Hilton Worldwide ซึ่งบริหารโรงแรมแบรนด์ดังในกว่า 90 ประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ Waldorf Astoria Hotels & Resorts, Conrad Hotels & Resorts, Hilton Hotels & Resorts, DoubleTree by Hilton, Embassy Suites by Hilton, Hilton Garden Inn, Homewood Suites by Hilton, Home2 Suites by Hilton Curio – A Collection by Hilton, Canopy by Hilton and Hilton Grand Vacations.

ที่อยู่บริษัท 7930 Jones Branch Dr., #1100 McLean, VA 22102

เงินลงทุน $4,213,600 – $7,837,500 ค่าแฟรนไชส์ $75,000

ดูข้อมูลแฟรนไชส์เพิ่มเติมได้ที่ http://goo.gl/6AE2FJ


3. Supercuts

r6

แฟรนไชส์ร้านทำผม Frank Emmett และ Geoffrey Rappaport ได้ก่อตั้ง Supercuts ในปี 1975 เมืองออลมานี รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นต้นแบบและเป็นทางเลือกให้กับร้านแฟชั่น ร้านตัดผม พวกเขาพัฒนาเทคนิคการตัดผมใช้เวลาเพียง 20 นาที ก็สามารถนำเสนอทรงผมต่างๆ ได้รวดเร็ว ราคาไม่แพง ไม่ต้องนัดล่วงหน้า ด้วยรูปแบบการตัดผมที่เป็นมาตรฐาน ทำให้ขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ในปี 1979

ปัจจุบันร้านมีการเติบโต แพร่ขยายสาขาทั่วสหรัฐอเมริกา กระทั่งในปี 1996 Supercuts ได้ถูกซื้อกิจการโดย Regis Corp ซึ่งเป็นกลุ่มแฟรนไชส์ลักษณะเดียวกัน แต่ให้บริการแบบครบวงจร ในตอนหลังขยายสาขาไปยังแคนาดาด้วย

ที่อยู่บริษัท 7201 Metro Blvd. Minneapolis, MN 55439

เงินลงทุน $144,400 – $293,800 ค่าแฟรนไชส์ $29,500

ดูข้อมูลแฟรนไชส์เพิ่มเติมได้ที่ http://goo.gl/kQNnAE


4. Servpro

r7

แฟรนไชส์การประกันภัย การฟื้นฟูภัยพิบัติ และการทำความสะอาด ก่อตั้งขึ้นในปี 1967 ให้บริการด้านการทาสี ก่อนที่จะพัฒนารูปแบบการบริการไปสู่การทำความสะอาดและฟื้นฟูสภาพบ้าน

และเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์ในปี 1969 ถือได้ว่าแฟรนไชส์ Servpro มีความเชี่ยวชาญในการฟื้นฟูบ้านเรือนจากภัยพิบัติ มีบริการทำความสะอาด ทาสี ซ่อมแซม ให้กับลูกค้าทั้งกลุ่มธุรกิจพาณิชย์และบ้านเรือน รวมถึงอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ

ที่อยู่บริษัท 801 Industrial Blvd. Gallatin, TN 37066

เงินลงทุน $156,075 – $209,950 ค่าแฟรนไชส์ $46,000

ดูข้อมูลแฟรนไชส์เพิ่มเติมได้ที่ http://goo.gl/ewuKpT


5. Subway

r8

แฟรนไชส์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดแซนวิช สลัด ก่อตั้งขึ้นในปี 1965 โดย Fred Deluca และ Dr. Buck ครอบครัวเพื่อนเก่า โดยหากย้อนกลับไปจากความท้อแท้ Fred ตัดสินใจขอคำแนะนำจาก Dr. Pete Buck ซึ่งเป็นครอบครัวเพื่อนเก่า

ทั้งสองครอบครัวรู้จักกันมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว และ Fred ก็คาดหวังว่า Dr .Buck จะให้เขากู้เงินเพื่อเข้าเรียนต่อในวิทยาลัยหลังจากที่เล่าแผนการเรียนให้ Dr. Buck ฟัง เขาวางแผนที่จะเป็นหมอ แต่ Dr. Buck กลับให้แนวความคิดแก่ Fred ที่ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาและชีวิตของคนทั่วโลก ด้วยการให้เปิดร้านขายแซนด์วิช

ตอนแรก Fred รู้สึกสงสัย แต่หลังจากที่ Dr. Buck อธิบายวิธีการที่ร้านขายแซนด์วิชสามารถทำเงินให้แก่ Fred เพื่อใช้เป็นทุนการศึกษาในอนาคตได้ คืนนั้น Fred และ Dr. Buck จึงเป็นหุ้นส่วนกัน ซึ่งนำไปสู่การเปิดร้าน SUBWAY® เป็นครั้งแรก และเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์เมื่อปี 1974 ปัจจุบันมีสาขากระจายทั่วโลก

ที่อยู่บริษัท 325 Bic Dr. Milford, CT 06461

เงินลงทุน $116,600 – $263,150 ค่าแฟรนไชส์ $15,000

ดูข้อมูลแฟรนไชส์เพิ่มเติมได้ที่ http://goo.gl/0hi9Qh


6. McDonald’s

r9

แฟรนไชส์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด เบอร์เกอร์ ไก่ สลัด เครื่องดื่ม ก่อตั้งขึ้นโดย Ray Kroc ในปี 1955 และทำเป็นระบบแฟรนไชส์ตั้งแต่นั้นมา โดยก่อนหน้านี้ยังเป็นธุรกิจของ Dick & Marice ( ชื่อเล่น Mac ) สองพี่น้องตระกูล McDonald ในปี 1956 ขายแฮมเบอร์เกอร์ไปแล้ว 20 ล้านชิ้น ปี 1957 ขึ้นเป็น 50 ล้านชิ้น และถึงหลักร้อยล้านชิ้น ในปีถัดมาถึงตอนนี้ไม่มีอะไรจะหยุดยั้งการเติบโตของ McDonald’s ได้แล้ว

รูปแบบทั่วไปของร้านแมคโดนัลด์คือแบบเคาน์เตอร์และแบบไดรฟ์ทรูหรือขับรถเข้าไปซื้อโดยไม่ต้องลงจากรถ อาหารหลักที่ขายทั่วไปคือ แฮมเบอร์เกอร์ ชีสเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟรายส์ ไก่ทอด สลัด ชุดอาหารเช้า ชุดอาหารสำหรับเด็กชื่อ แฮปปี้มีล และของหวานอีกหลายชนิด เช่น ไอศกรีม เป็นต้น

ที่อยู่บริษัท 2915 Jorie Blvd. Oak Brook, IL 60523

เงินลงทุน $1,003,000 – $2,228,000 ค่าแฟรนไชส์ $45,000

ดูข้อมูลแฟรนไชส์เพิ่มเติมได้ที่ http://goo.gl/jbVWfN


7. 7-Eleven Inc.

r10

แฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อ ก่อตั้งขึ้นในปี 1927 และเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์ในปี 1964 ย้อนกลับไปเซเว่น อีเลฟเว่น เป็นชื่อกิจการระบบแฟรนไชส์ ที่เป็นลิขสิทธิของ บริษัท เซาท์แลนด์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศ สหรัฐอเมริกา ซึ่งในช่วงนั้นไม่ได้เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง เหมือนปัจจุบัน แต่เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 07.00 – 23.00 น.

โดยกิจการแรกเริ่มให้บริการผลิตและจัดจำหน่ายน้ำแข็ง ที่เมืองดัลลัส รัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา จนมาถึงปี พ.ศ. 2470 ทางบริษัท ได้นำสินค้าต่างๆ เริ่มมาจัดวางจำหน่าย เพื่ออำนวยความสะดวก และได้เปลี่ยนชื่อเป็น Tote’m Store ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา

จนมาถึง พ.ศ. 2489 ได้มีการเปลี่ยนชื่ออีกครั้ง เป็น เซเว่น-อีเลฟเว่น (7-Elevent) และได้ขยายกิจการขยายกว้างขึ้น และเมื่อปี ค.ศ. 1980 บริษัทประสบปัญหาทางการเงิน และมีบริษัทจากญี่ปุ่นเข้ามาช่วยเหลือ คือ อิโต-โยคะโด ซึ่งเป็นผู้ซื้อกิจการแฟรนไชส์รายใหญ่ที่สุด เข้ามาคุมบริษัท และได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิงส์และให้ เซเว่น อีเลฟเว่น เป็นบริษัทลูก ตั้งแต่นั้นมา

ที่อยู่บริษัท P.O. Box 711 Dallas, TX 75221-0711

เงินลงทุน $37,550 – $1,119,900 ค่าแฟรนไชส์ $10,000 – $1,000,000

ดูข้อมูลแฟรนไชส์เพิ่มเติมได้ที่ http://goo.gl/MeoQgi


8. Dunkin’ Donuts

r11

แฟรนไชส์ร่านอาหารฟาสต์ฟู้ด กาแฟ โดนัท ขนมอบ ก่อตั้งขึ้นในปี 1950 ทำธุรกิจเป็นแฟรนไชส์ในปี 1955 วันนี้ Dunkin’ Donuts นับเป็นธุรกิจร้านกาแฟอันดับหนึ่งของอเมริกา จำหน่ายกาแฟกว่า 1.8 ล้านถ้วยต่อปี ยังนับเป็นธุรกิจเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดของโลกในด้านกาแฟและเบเกอรี่

ซึ่งขายโดนัท กาแฟ และเบเกลมากกว่า QSR อื่น ๆ ในอเมริกา และมีสาขากว่า 11,800 สาขา ใน 44 ประเทศทั่วโลก โดยมีสำนักงานใหญ่ ที่แคนตัน มลรัฐแมสซาซูเซ็ส และดังกิ้น โดนัทนับเป็นบริษัทในเคลือของบริษัทดังกิ้น แบรนด์ อิงค์ ในเอเชีย Dunkin ‘Donuts ดำเนินแฟรนไชส์ในไทย, มาเลเซีย, เกาหลีใต้อินโดนีเซียฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, จีนและเวียดนาม

ที่อยู่บริษัท 130 Royall St. Canton, MA 02021

เงินลงทุน $228,621 – $1,692,314 ค่าแฟรนไชส์ $40,000 – $90,000

ดูข้อมูลแฟรนไชส์เพิ่มเติมได้ที่ http://goo.gl/x8rgCw


9. Denny’s Inc.

r12

แฟรนไชส์ร้านอาหารสำหรับครอบครัว ก่อตั้งโดย Harold Butler ในปี 1953 เลกวูด แคลิฟอร์เนีย อีก 6 ปีต่อมาได้ขยายสาขาเพิ่ม 20 แห่ง และได้เปลี่ยนชื่อเป็น Denny’s Inc

ก่อนขยายธุรกิจสู่ระบบแฟรนไชส์ในปี 1963 ในปี 1966 บริษัทฯ ได้ขยายสาขากว้างมากขึ้น เป็นที่รู้จักของกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้น กระทั่งปี 1977 มีการนำเสนอเมนูอาหารเพิ่มขึ้น หลากหลาย อาหารเช้า กลางวัน เย็น เป็นทางเลือกให้ลูกค้า บริการตลอด 24 ชั่วโมง เปิดทุกวัน

ที่อยู่บริษัท 203 E. Main St. Spartanburg, SC 29319

เงินลงทุน $915,569 – $2,421,185 ค่าแฟรนไชส์ $40,000

ดูข้อมูลแฟรนไชส์เพิ่มเติมได้ที่ http://goo.gl/CguwD0


10. Anytime Fitness

r13

แฟรนไชส์ศูนย์ออกกำลังกาย ก่อตั้งขึ้นในปี 2001 เป็นศูนย์ออกกำลังกาย เปิดบริการ 24 ชั่วโมงทุกวัน มีระบบการรักษาความปลอดภัยชั้นเยี่ยม โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ หรือเจ้าหน้าที่ออกไปทำธุระ Anytime Fitness เปิดขายระบบแฟรนไชส์ในปี 2002 ปัจจุบันมีสาขากระจายอยู่ทั่วโลก

ที่อยู่บริษัท 111 Weir Dr. Woodbury, MN 55125

เงินลงทุน $80,020 – $490,100 ค่าแฟรนไชส์ $19,000 – $37,500

ดูข้อมูลแฟรนไชส์เพิ่มเติมได้ที่ http://goo.gl/l7m6uE


11. Pizza Hut Inc.

r14

แฟรนไชส์ร้านอาหารพิซซ่า เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 1958 โดยสองพี่น้อง แฟรงค์ และ แดน คาร์นี ชาวเมืองวิชิต้า รัฐแคนซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเปิดร้านแรกที่เมืองวิชิต้า รัฐแคนซัส

และในปี 1959 ขายธุรกิจในระบบแฟรนไชส์ โดยร้านตัวแทนแห่งแรกอยู่ที่ เมืองโทเพกา รัฐแคนซัส ซึ่งร้านตัวแทนสาขาจะต้องทำตามสูตรการทำพิซซ่าต้นตำรับ และทางด้านการบริหารต้องได้รับการอบรมจากสองพี่น้องตระกูลคาร์นีย์ ก่อนกระจายสาขาไปทั่วโลก

หลังจากนั้น เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ยัม! แบรนด์ส อิงค์ (Yum! Brands, Inc.) และบริษัท ไทรคอน เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (Tricon Restaurants International) เปลี่ยนเป็น บริษัท ยัม! เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (Yum Restaurants International)

หลังจากได้เข้าซื้อกิจการของ ร้านอาหารลอง จอห์น ซิลเวอร์ และ เอ แอนด์ ดับบลิว จึงทำให้มีแบรนด์อาหารเพิ่มขึ้นเป็น 5 แบรนด์คือ เคเอฟซี, พิซซ่าฮัท, ทาโก้ เบลล์, ลอง จอห์น ซิลเวอร์ และ เอ แอนด์ ดับบลิว

ที่อยู่บริษัท 7100 Corporate Dr. Plano, TX 75024

เงินลงทุน $297,000 – $2,109,000 ค่าแฟรนไชส์ $25,000

ดูข้อมูลแฟรนไชส์เพิ่มเติมได้ที่ http://goo.gl/TrixlO


12. Hardee’s

r15

แฟรนไชส์ร้านเบอร์เกอร์ ไก่ ขนมปังกรอบ ก่อตั้งขึ้นโดย Wilber Hardee ในปี 1961 เป็นร้านอาหารแห่งแรกในเมืองกรีนวิล รัฐแคโรไลนาเหนือ และเพียงแค่ 1 ปี

เขาขายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ ขายเบอร์เกอร์ไก่ ขนมปังกรอบต่างๆ มีการกระจายไปทั่วแถบตะวันตกกลางและตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา กระทั่งในปี 1997 Hardee’s ได้ขายกิจการให้กับ California-based CKE Restaurants In ผู้บริหารร้านอาหาร Carl’s Jr. Restaurants.

ที่อยู่บริษัท 100 N. Broadway, #1200 St. Louis, MO 63102

เงินลงทุน $1,426,500 – $1,949,000 ค่าแฟรนไชส์ $25,000 – $35,000

ดูข้อมูลแฟรนไชส์เพิ่มเติมได้ที่ http://goo.gl/IIoeLQ


13. Jack in the Box

r16

แฟรนไชส์ร้านเบอร์เกอร์ ก่อตั้งขึ้นในปี 1951 โดย Robert O. Peterson เป็นร้านเบอร์เกอร์ที่มีตัวตลกอยู่ในกล่องขนาดใหญ่บนหลังคาในซานดิเอโก บริษัทฯ เริ่มขยายธุรกิจออกนอกรัฐแคลิฟอร์เนียตั้งแต่ปี 1960

และเริ่มขายธุรกิจแบบแฟรนไชส์ในปี 1982 แต่ยังคงอยู่เฉพาะซานดิเอโก มีบริการสินค้าหลากหลาย อาทิ แฮมเบอร์เกอร์ แซนวิชไก่ อาหารเช้า ทาโก้ สลัด และในปี 2003 แฟรนไชส์ Jack in the Box มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ที่อยู่บริษัท 9330 Balboa Ave. San Diego, CA 92123

เงินลงทุน $1,328,650 – $2,427,250 ค่าแฟรนไชส์ $50,000

ดูข้อมูลแฟรนไชส์เพิ่มเติมได้ที่ http://goo.gl/VU7FzJ


14. Ace Hardware Corp.

r18

แฟรนไชส์ร้านฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์ปรับปรุงบ้าน ก่อตั้งในปี 1924 โดย 4 เจ้าของร้านฮาร์ดแวร์ อย่าง Richard Hesse, E. Gunnard Lindquist, Franke Burke and Oscar Fisher ได้ร่วมลงทุนซื้อสินค้าจำมากเพื่อนำมาขายเก็งกำไร และเพื่อต่อสู้กับร้านค้าปลีกขนาดใหญ่

จากความร่วมมือดังกล่าว ธุรกิจมีการเติบโต ขยายร้านค้ามากว่า 1,000 แห่ง มีบริการหลากหลายผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะฮาร์ดแวร์ต่างๆ อุปกรณ์ปรับปรุงและตกแต่งบ้าน เป็นต้น

ที่อยู่บริษัท 2200 Kensington Ct. Oak Brook, IL 60523

เงินลงทุน $272,500 – $1,561,500 ค่าแฟรนไชส์ $5,000

ดูข้อมูลแฟรนไชส์เพิ่มเติมได้ที่ http://goo.gl/HsYg1w


15. GNC Franchising

r19

แฟรนไชส์ธุรกิจอาหารเสริมและวิตามิน ก่อตั้งขึ้นในปี 1935 โดย David Shakarian เขาได้เปิดร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพ ได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก

เพราะผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา มีการกระจายไปยังรัฐอื่นๆ ทั่วสหรัฐอเมริกาในเวลาอันรวดเร็ว และได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น General Nutrition Centers “ศูนย์โภชนาการทั่วไป” GNC เริ่มทำการผลิตวิตามินและแร่ธาตุอาหารเสริม เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เครื่องสำอาง

กระทั่งในปี 1988 ได้เริ่มต้นธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ มีการขยายสาขาแฟรนไชส์ไปทั่วสหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ ทั่วโลก โดยมุ่งเน้นขายอาหารเสริมและผลิตภัณฑ์วิตามิน เป็นหลัก

ที่อยู่บริษัท 300 6th Ave., 4th Fl. Pittsburgh, PA 15222

เงินลงทุน $192,117 – $354,217 ค่าแฟรนไชส์ $40,000

ดูข้อมูลแฟรนไชส์เพิ่มเติมได้ที่ http://goo.gl/0cV8vu


เมื่อคุณเห็นแล้วว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ ยอดนิยม ซื้อมาลงทุนแล้ว ไม่ผิดหวัง กำไรงาม ประสบความสำเร็จมาแล้ว มีสาขากระจายอยู่ทั่วโลก อย่ารอช้า พิจารณาเลือกซื้อกันได้เลย หรือหากเท่านี้ไม่จุใจ

สามารถดูข้อมูลแฟรนไชส์ยอดนิยมทั้ง 500 ธุรกิจแฟรไชส์ ยอดนิยม ในสหรัฐฯ ได้ที่ http://goo.gl/d833Ph

อ้างอิงจาก https://bit.ly/2H3vmFl

คุณมนตรี ศรีวงษ์ (อ๊อฟ)

นักเขียน ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงข่าวสาร การค้า การลงทุน มีความสนใจเรื่องของธุรกิจเอสเอ็มอี และแฟรนไชส์