เซี่ยงไฮ้ ไทยแลนด์ AMAM LONBAKERY TOWN ตลาดเบเกอรี่จีนโตอันดับ 2 ของโลก 2.8 ล้านล้านบาท

ถ้าพูดถึงเบเกอรี่ของคนจีนในสมัยก่อนจะเน้นแค่เรื่องนึ่ง,ต้มเป็นหลักเช่น หมั่นโถว , ซาลาเปา , เกี้ยว แต่พอตัดภาพมาที่ปัจจุบันกลับพบว่าตลาดเบเกอรี่ในจีนกลายเป็นหนึ่งในตลาด F&B ที่เติบโตเร็วที่สุดและใหญ่เป็น อันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา จุดเปลี่ยนก็คือการที่เริ่มมีทุนต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจในจีนมากขึ้น ประกอบกับคนจีนรุ่นใหม่เริ่มเปิดโลกทรรศน์สู่ต่างประเทศและนำวัฒนธรรมที่หลากหลายกลับเข้ามา จากเบเกอรี่สไตล์ยุโรปที่คนจีนไม่นิยม กลายเป็นเบเกอรี่ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันถ้ามองมูลค่าตลาดตอนนี้ประเมินไว้สูงกว่า 83,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.8 ล้านล้านบาท แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือตลาดนี้ยังโตได้อีกมากสะท้อนจากตัวเลขว่าคนจีนบริโภคเบเกอรี่เพียง 7-8 กิโลกรัม/คน/ปี ซึ่งยังต่ำมากเมื่อเทียบกับญี่ปุ่นที่บริโภคเฉลี่ย 25 กก./คน/ปี หรือในสหรัฐที่บริโภคเฉลี่ย 40 กก./คน/ปี โดยที่ฐานผู้บริโภคหลักคือกลุ่มผู้หญิงคิดเป็น 65% ของผู้ซื้อทั้งหมด ในขณะที่คนกลุ่มอายุ 20-39 ปี มีสัดส่วนการซื้อเบเกอรี่มากกว่า 60% ของจำนวนคนซื้อในตลาด

ตลาดเบเกอรี่จีน แข่งกันที่ Character Marketing

เซี่ยงไฮ้ ไทยแลนด์
ภาพจาก https://citly.me/m7QYI

ประเมินว่าตอนนี้ในจีนมีหน้าร้านเบเกอรี่รวมทุกแบรนด์น่าจะไม่ต่ำกว่า 338,000 แห่ง ซึ่งตลาดส่วนมากไม่ได้ถูกครองโดยแบรนด์ใหญ่ แต่กว่า 50% คือธุรกิจในระดับกลางและขนาดเล็ก และด้วยการแข่งขันที่สูงนี้มีแบรนด์ดังไม่น้อยที่ต้องปิดตัวไปอย่างเช่น Christine ที่เคยมีสาขากว่า 1,000 แห่งแต่สุดท้ายกลายเป็นต้องปิดกิจการถาวร หรือแบรนด์ดังอย่าง 85°C ที่ต้องปรับลดปริมาณร้านและปิดสาขาไปมากกว่า 100 แห่ง

พูดถึงในแง่การแข่งขันต้องยอมรับว่าเบเกอรี่ในจีนไม่ได้แข่งกันแค่รสชาติเท่านั้น แต่แข่งกันที่บรรยากาศร้าน หรือการสร้าง Character Marketing ที่ชัดเจนเพื่อกระตุ้นให้เกิดการรีวิวและบอกต่อบนโซเชียลมีเดียอย่าง RED (Xiaohongshu) และ Douyin (TikTok จีน) นอกจากนี้โมเดลร้านเบเกอรี่จีนส่วนใหญ่ไม่ได้ขายแค่ขนมปังอย่างเดียว แต่ทำควบคู่กับเครื่องดื่มเช่นชานม/ชาผลไม้ / กาแฟ เพื่อเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อบิลให้มากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันมีแบรนด์เบเกอรี่ในจีนที่น่าสนใจมากมายยกตัวอย่างในเบื้องต้นเช่น

  • Holiland เป็นเจ้าใหญ่ที่สุดในตลาดจีน เน้นทำตลาดด้วยการคอลแลบ (Co-branding) กับกระแสระดับโลก เช่น Harry Potter, Pokémon, และ Disney จนกลายเป็นแบรนด์ที่มีการพูดถึงในโซเชี่ยลมาก
  • Bao Shi Fu ชูจุดเด่นคือการทำเบเกอรี่สดใหม่หน้าร้าน มีการขยายสาขาไปทั่วประเทศและลูกค้าต่อคิวซื้อยาว
  • KUMO KUMO ร้านชีสเค้กสไตล์ญี่ปุ่นในจีนที่เป็นกระแสไวรัลโดดเด่นด้วยบรรยากาศร้านแบบโทนสีส้ม
  • Baba Tong แบรนด์อันดับ 1 ด้าน Handcrafted Toast เน้นทำขนมปังปอนด์หลากหลายไส้ เช่น ไส้ชาเขียว, ไส้เผือก, ไส้ช็อกโกแลต เป็นต้น
  • AMAM LONBAKERY TOWN ร้านเบเกอรี่และคาเฟ่สไตล์อังกฤษจากเซี่ยงไฮ้ โดดเด่นด้วยดีไซน์มาสคอตรูปสุนัข
  • GANSO แบรนด์เบเกอรี่และไอศกรีมเค้ก ที่ลูกค้ามักซื้อเป็นของวันในวันเกิดหรือของฝากตามเทศกาลต่างๆ

ซึ่งก็ไม่ใช่มีเพียงเท่านี้แต่ยังมีอีกหลายแบรนด์ที่ต่างก็มีจุดเด่น มีเอกลักษณ์ในตัวเอง แต่สิ่งที่เหมือนกันคือทุแบรนด์ต้องแข่งขันสูงเพื่อแย่งส่วนแบ่งการตลาดและครองใจลูกค้า นำไปสู่การพัฒนาสินค้าและบริการที่หลากหลาย เหนือสิ่งอื่นใดเจ้าของธุรกิจเองก็จำเป็นต้องมีความสามารถในการควบคุมต้นทุนสำหรับการบริหารจัดการให้แข่งชันได้อย่างต่อเนื่องด้วย

AMAM LONBAKERY TOWN เบเกอรี่สไตล์ยุโปร ดังมากในจีน

เซี่ยงไฮ้ ไทยแลนด์
ภาพจาก https://citly.me/m7QYI

หนึ่งในแบรนด์ที่น่าสนใจของตลาดเบเกอรี่จีนคือ AMAM LONBAKERY TOWN ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท Shanghai Ke Cong He Chu Brand Management Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจ F&B ในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เคยโด่งดังจากการเปิดแบรนด์ร้านของหวานระดับพรีเมียมอย่าง Doko Bar ก่อนจะขยายไลน์ธุรกิจมาสร้างแบรนด์เบเกอรี่สไตล์ยุโรปอย่าง AMAM LONBAKERY TOWN

AMAM เริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2024 ที่ศูนย์การค้า Huangpuhui Food Plaza เมืองเซี่ยงไฮ้ วางภาพลักษณ์เป็น London Bakery โดยจำลองบรรยากาศร้านขนมอบสไตล์อังกฤษแบบคลาสสิก ผสมผสานกลิ่นอายของร้านคาเฟ่ และมีมาสคอตเป็นรูปสุนัขตัวใหญ่ที่กลายเป็นจุดถ่ายรูปสำคัญสำหรับคนชอบเช็กอิน ส่วนเมนูในร้านเน้นเบเกอรี่ขนาดชิ้นใหญ่ รสชาติไม่หวานจัด และมีให้เลือกหลากหลาย เช่นทาร์ตผลไม้ , เค้กสตรอว์เบอร์รีครีมสด , ครัวซองต์, เบเกิล, สโคน, เพรทเซล และขนมปังหน้าต่างๆ

กระแสตอบรับในประเทศจีนและกลุ่มนักท่องเที่ยวถือว่าฮิตและประสบความสำเร็จสูงกลายเป็นหนึ่งในลิสต์

ร้านคาเฟ่/เบเกอรี่ ที่ต้องแวะเมื่อไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ ซึ่งปัจจุบันมีสาขาประมาณ 15 แห่ง เน้นตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ หรือย่านช้อปปิ้งที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเช่น ย่าน West Nanjing Road, Xintiandi, Wukang Road , หนานจิง, อู๋ซี และ ปักกิ่ง เป็นต้น

ส่วนที่หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องใช้มาสคอตเป็นรูปสุนัข วิเคราะห์ได้ในเชิงการตลาดว่าเป็นการวาง Brand Positioning ที่ต้องการให้แบรนด์เข้าถึงอารมณ์ / ความรู้สึกของลูกค้า เนื่องจาก สุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงที่มนุษย์รู้สึกผูกพัน สื่อถึงความซื่อสัตย์ ความน่ารัก และการต้อนรับอย่างอบอุ่น

การใช้สุนัขเป็นหน้าตาของร้านเบเกอรี่จึงช่วยลดระยะห่างระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ทำให้ร้านดูเข้าถึงง่าย อบอุ่น และเป็นมิตรทันทีที่มองเห็น นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงกับคอนเซปต์ร้านคือ London / British Style เพราะเมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษมีวัฒนธรรมการเลี้ยงสุนัขที่โดดเด่นมาก การใช้มาสคอตรูปสุนัขตัวใหญ่จึงช่วยสะท้อนกลิ่นอาย London Bakery ได้ชัดเจนมากขึ้น

AMAM LONBAKERY TOWN เตรียมเปิดสาขาในไทย

เซี่ยงไฮ้ ไทยแลนด์
ภาพจาก https://citly.me/m7QYI

อย่างไรก็ดีแม้จะเป็นธุรกิจที่ได้การยอมรับจากลูกค้าสูงเป็นแบรนด์ดังในโลกโซเชี่ยล แต่รูปแบบการบริหารงานก็เน้นการขยายสาขา ที่บริษัทบริหารเอง และ การขยายสาขาระหว่างประเทศผ่านตัวแทนสิทธิ์/พันธมิตร (Master Franchise / Joint Venture) เพื่อควบคุมมาตรฐานวัตถุดิบ บรรยากาศร้าน และดีไซน์ระดับสูงเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของแบรนด์พรีเมียม

ล่าสุดมีข่าวว่า AMAM LONBAKERY TOWN เตรียมขยายสาขามาเปิดในเมืองไทยที่ Siam Paragon ชั้น G ช่วงเดือนกันยายนนี้ คาดการณ์ว่าจะกลายเป็นแบรนด์ที่มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงในระยะสั้นถึงกลาง จากฐานแฟนคลับที่มีอยู่จำนวนมาก ผสมผสานกับการได้ทำเลทองที่มี Traffic ทั้งจากคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ หากวิเคราะห์ในด้านพฤติกรรมการซื้อคาดการณ์ว่าช่วงแรกๆ อาจมีปรากฏการณ์ต่อคิวยาวจากกลุ่ม Gen Z, Millennials และ Cafe Hoppers ที่ต้องการมาเช็กอิน ถ่ายรูป และทดลองทานสินค้าเป็นกลุ่มแรกๆ

และการที่บรรจุภัณฑ์ของ AMAM ถูกออกแบบมาอย่างสวยงามพร้อมถุงเก็บความเย็น จะช่วยกระตุ้นให้เกิด Basket Size ที่ใหญ่ขึ้น เพราะลูกค้าจะไม่ซื้อเพียงชิ้นเดียว แต่จะซื้อยกกล่องหรือซื้อหลายชิ้นเพื่อนำไปฝากคนรู้จัก อย่างไรก็ดี
สิ่งที่แบรนด์ต้องคิดและวางแผนต่อไปคือเมื่อกระแสเริ่มแผ่วลง จะมีแผนการตลาดแบบไหนอย่างไรเพื่อให้ลูกค้ามีอัตราการซื้อซ้ำ (Repeat Purchase) ได้มากขึ้น

ทั้งนี้ตลาดเบเกอรี่ในเมืองไทยแม้จะไม่ใหญ่เท่าในตลาดจีนแต่การแข่งขันก็มีสูงไม่แพ้กันทั้งแบรนด์ที่เป็นของไทยและแบรนด์จากต่างชาติอื่นๆ รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วก็อาจเป็นปัจจัยที่เจ้าของธุรกิจต้องศึกษาเพื่อวางแผนรับมือได้อย่างถูกต้อง หากดำเนินแผนการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำและอยู่ในใจลูกค้าได้โอกาสที่สร้างยอดขายจากตลาดเมืองไทยก็มีสูงมากตามไปเช่นกันด้วย

อ้างอิง :

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy

คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก)

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด