ปี 2026 Brand as a Creator ไม่ทำไม่รอด!
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกดิจิทัล ถ้าพูดถึงเรื่องของ “คอนเทนต์” เชื่อหรือไม่ว่าในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทางการตลาดอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างแบรนด์ในยุคใหม่ เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคหันไปเสพสื่อผ่านโซเชียลมีเดีย และให้ความเชื่อถือ “ครีเอเตอร์” มากขึ้นกว่าการสื่อสารแบบดั้งเดิม
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “แบรนด์จะขายสินค้าอย่างไร” แต่คือ “แบรนด์จะเล่าเรื่องอย่างไรให้คนอยากติดตาม”
แนวคิดนี้เอง นำไปสู่เทรนด์ใหญ่ของปี 2026 ที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในวงการการตลาด นั่นคือ Brand as a Creator หรือการที่แบรนด์ต้องลุกขึ้นมาสร้างคอนเทนต์ และสื่อสารกับผู้บริโภคด้วยตัวเอง
สอดคล้องกับมุมมองของ “คุณขจร เจียรนัยพานิชย์” บรรณาธิการบริหาร RAiNMaker และผู้จัดงาน iCreator Conference ที่ชี้ชัดว่า “วันนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว แบรนด์ไม่ได้มีหน้าที่แค่ขายของ แต่ต้องเป็นครีเอเตอร์ด้วย”

เมื่อแบรนด์ลุกขึ้นมาเป็น Creator

เขาอธิบายว่า เทรนด์ Brand as a Creator กำลังกลายเป็น Game Changer ของธุรกิจยุคใหม่ จากเดิมที่แบรนด์พึ่งพาสื่อหรือจ้างอินฟลูเอนเซอร์รีวิวสินค้า วันนี้แบรนด์จำนวนมากเริ่มลุกขึ้นมาทำคอนเทนต์เอง และสร้างตัวตนในฐานะครีเอเตอร์อย่างจริงจัง
“เมื่อก่อนแบรนด์ส่งข่าวให้สื่อ แต่วันนี้แบรนด์ต้องเปลี่ยนเป็นสื่อเอง” คุณขจรกล่าว พร้อมชี้ว่าหลายองค์กรในปัจจุบันมีทีมคอนเทนต์ขนาดใหญ่กว่า 30 คน ซึ่งในบางกรณีใหญ่กว่าสำนักข่าวเสียอีก
ตัวอย่างในประเทศไทยเริ่มเห็นชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น “เนื้อแท้” ที่ใช้คอนเทนต์ขับเคลื่อนแบรนด์ทั้งออนไลน์และออฟไลน์, “Goodsunday Coffee Bar” ที่สร้างตัวตนผ่านการเล่าเรื่อง หรือ “Farose” ที่ต่อยอดจากโรงเรียนสอนภาษา สู่การเป็นครีเอเตอร์ที่มีฐานผู้ติดตามจำนวนมาก
เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงนี้ มาจาก “พฤติกรรมผู้บริโภค” ที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ผู้คนมีแนวโน้มตัดสินใจซื้อสินค้าจาก KOL หรือครีเอเตอร์ แตกต่างจากบางประเทศอย่างญี่ปุ่นที่เน้นมองหาคุณภาพสินค้าเป็นหลัก

“เมื่อผู้บริโภคฟังคนมากกว่าแบรนด์ แบรนด์ก็ต้องกลายเป็นคนคนนั้น” เขาอธิบาย พร้อมเสริมว่า หลายแบรนด์เริ่มสร้าง KOL ของตัวเอง สร้างคาแรคเตอร์ สร้างเรื่องราว เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคโดยตรง
อย่างไรก็ตาม การเป็น Brand as a Creator ไม่ใช่แค่การ “ขายของเก่ง” แต่คือการ “เล่าเรื่องให้คนอยากติดตาม”
คุณขจรเตือนว่า หนึ่งในความผิดพลาดสำคัญของหลายแบรนด์ คือ การทำคอนเทนต์ที่เน้นขายสินค้าในทุกโพสต์
“ถ้าคนเปิดมาแล้วเจอแต่ขายของ เขาจะไม่กดติดตาม”
สิ่งที่แบรนด์ต้องทำ คือ เปลี่ยนมุมมอง คิดเหมือนผู้ชมว่า “ทำไมเราต้องติดตามช่องนี้” และ “คอนเทนต์แบบไหนที่คนอยากแชร์”
วิดีโอสั้นยังเติบโต

ในเชิงแพลตฟอร์ม ปี 2026 ยังคงเป็นปีของวิดีโอ โดยเฉพาะวิดีโอสั้น และแพลตฟอร์มอย่าง TikTok ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในไทย มีผู้ใช้งานเกือบ 50–56 ล้านคน เป็นรองเพียง Facebook เท่านั้น ขณะเดียวกัน “ไลฟ์คอมเมิร์ซ” ก็กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการปิดการขาย
นอกจากนั้น เขายังชี้ให้เห็นภาพใหญ่ของ Creator Economy ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีมูลค่ากว่า 252.3 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 และคาดว่าจะพุ่งสู่ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2033 ซึ่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เติบโตเร็วที่สุด
“วันนี้ไม่ใช่แค่ครีเอเตอร์ที่กลายเป็นผู้ประกอบการ แต่แบรนด์เองก็ต้องกลายเป็นครีเอเตอร์ด้วย”
ท้ายที่สุด คุณขจรทิ้งมุมมองความคิดสำคัญว่า ปี 2026 จะเป็นปีแห่งการแข่งขันด้าน “คุณภาพคอนเทนต์” อย่างแท้จริง เพราะในวันที่ทุกคนสามารถผลิตคอนเทนต์ได้ ความแตกต่างจะอยู่ที่ใคร “ทำได้ดีกว่า และน่าจดจำกว่า”
และสำหรับแบรนด์ที่ยังลังเล เขาย้ำชัดว่า “ถ้าไม่เริ่มวันนี้ โอกาสจะยิ่งห่างออกไป”
https://www.facebook.com/khajochi
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
- อยากสร้างแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Ive14C
- อยากทำเป็นแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3IrrH0k
- รู้เรื่องกฎหมาย สัญญาแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Iu5WNu
- รวมความรู้แฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Pe0m5s
อ้างอิงจาก คลิกที่นี่
สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น
ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี
ลักษณะงาน
- เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
- ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
- มอบหมายงานและติดตามงาน
- อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ
1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้
- ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
- ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
- การปฏิบัติงาน
- เป้าหมายในอนาคต
2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ
- การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
- การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
- การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
- การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)
3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)
- การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
- สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
- กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
- มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม
4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ
- แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
- แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์
5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์
- รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
- ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
- ปรับปรุงแก้ไข
- พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง
การปฎิบัติงาน
- สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
- ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา
เงื่อนไขอื่นๆ
- การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์
อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้
สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy




