เปิดโมเดลแฟรนไชส์ ซูกิชิ โคเรียน ชาร์โคล กริลล์ ระบบบริหารพร้อม เน้นการตลาดเชิงรุก

ธุรกิจร้านอาหารยุคปัจจุบัน ถ้าไม่มีฐานลูกค้าที่มากพอ การนับหนึ่งเพื่อเริ่มจากศูนย์ถือเป็นความเสี่ยงที่สูงมาก โดยเฉพาะในตลาด “ปิ้งย่าง” ที่แม้ว่ามูลค่าการตลาดจะสูงกว่า 9,000 ล้านบาท และเป็นส่วนหนึ่งในมูลค่ารวมของตลาดร้านอาหารที่มีมูลค่ากว่า 572,000 ล้านบาท แต่ตัวเลขที่ดูสวยงามดังกล่าวนี้ ในอีกมุมหนึ่งคือการแข่งขันที่สูงมาก


คำถามคือหากเราสนใจลงทุนจะมีวิธีไหนอย่างไรที่เพิ่มโอกาสสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น แน่นอนว่าการลงทุนในระบบแฟรนไชส์คือทางลัดที่ดีที่สุด ยิ่งเป็นแฟรนไชส์ที่มี Brand Loyalty มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสสู่ความสำเร็จได้มากเท่านั้น ซึ่ง “ ซูกิชิ โคเรียน ชาร์โคล กริลล์” ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่พร้อมเป็นทางเลือกของผู้ลงทุน

อย่างไรก็ดีหากวิเคราะห์เจาะลึกในธุรกิจร้านปิ้งย่าง จะพบว่ายังเป็นการลงทุนที่เติบโตได้อีกมากโดยมีหลายปัจจัยสนับสนุนได้แก่

เปิดโมเดลแฟรนไชส์ ซูกิชิ โคเรียน ชาร์โคล กริลล์

1.เทรนด์ “ความคุ้มค่า” ที่เลือกได้ ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน พฤติกรรมลูกค้าเป็น Hybrid Consumer คือประหยัดกับสิ่งทั่วไป แต่ยอมจ่ายหนักให้กับมื้ออาหารที่สร้างความสุข ข้อมูลจากสมาคมร้านอาหารพบว่า โมเดล Buffet ที่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ล่วงหน้า (Predictable Cost) มีอัตราการเติบโตสูงกว่าร้านอาหารทั่วไปถึง 15%

2.ธุรกิจที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบาย ยิ่งการเปิดร้านปิ้งย่างในทำเลห้างสรรพสินค้าที่ตอบโจทย์ในเรื่องการจอดรถ ลูกค้าส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก ยิ่งถ้าเป็นแบรนด์แฟรนไชส์ที่สามารถต่อรองหรือคุยกับเจ้าของพื้นที่ได้ จะเพิ่มอำนาจในการตัดสินใจของผู้ลงทุนได้มากขึ้นด้วย

3.สินค้าฮิตไม่มีตกเทรนด์ คำว่า “ร้านอาหารเกาหลี – ญี่ปุ่น” มีเสน่ห์ในทุกยุคสมัย ยิ่งกระแสโซเชี่ยลมาแรงเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้สินค้ากลุ่มนี้ดูมีความน่าสนใจมากขึ้น สอดคล้องกับข้อมูลที่ระบุว่าพฤติกรรมผู้บริโภคกว่า 70% นิยมรับประทานอาหารตามรอยซีรีย์ ยิ่งถ้ามีการปรับเมนูให้อัพเดทต่อเนื่อง จะยิ่งเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น

เจาะลึกความแข็งแกร่งของ “ซูกิชิ” อาณาจักธุรกิจร้านอาหาร

เปิดโมเดลแฟรนไชส์ ซูกิชิ โคเรียน ชาร์โคล กริลล์

ซูกิชิ โคเรียน ชาร์โคล กริลล์ เป็นธุรกิจในเครือของ บริษัท ซูกิชิ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัดที่ก่อตั้งมานานกว่า 25 ปี ปัจจุบันมี 6 ธุรกิจในเครือได้แก่ Sukishi Korean Charcoal Grill , Woogogi , Wawacha , Suki King , BAR B Q KING และ Bogeul Bogrill

หากวิเคราะห์ถึงความน่าสนใจในส่วนของ ซูกิชิ โคเรียน ชาร์โคล กริลล์ พบว่ามีจุดเด่นได้แก่

  1. เป็นธุรกิจที่มีภาพลักษณ์แข็งแกร่ง เป็นที่ยอมรับในประเทศไทย ปัจจุบันมี 41 สาขาทั่วประเทศ
  2. เป็นธุรกิจที่ Brand Loyalty สูงเป็นที่รู้จักของลูกค้าในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
  3. เน้นคัดสรรวัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยม เช่น เนื้อวัวลายหินอ่อน , กิมจิสูตรท้องถิ่นจากเกาหลี เป็นต้น
  4. ธุรกิจที่มีเอกลักษณ์ใช้เตาถ่านชาร์โคลช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติ
  5. บรรยากาศร้าน + บริการร้านที่สร้างความเป็น First Impression ได้อย่างดี
  6. มีความยืดหยุ่นในรูปแบบการให้บริการ มีทั้งแบบบุฟเฟต์ และ A La Carte
  7. ธุรกิจที่เข้าถึงลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่วัยรุ่น ครอบครัว ไปจนถึงนักท่องเที่ยว
  8. มีระบบครัวกลาง ที่ลงทุนมูลค่าราว 1,000 ล้านบาท ช่วยควบคุมคุณภาพและระบบ Supply Chain
  9. เป็นธุรกิจที่สร้าง Cash Return ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  10. ระบบแฟรนไชส์ครบวงจรที่พร้อมสนับสนุนผู้สนใจลงทุนให้เริ่มธุรกิจได้ทันที

แนวคิดของ ซูกิชิ โคเรียน ชาร์โคล กริลล์ คือการนำหัวใจสำคัญของอาหาร ญี่ปุ่นและเกาหลีมารวมกันไว้ในร้านเดียว คือ “ความเป็นอยู่ที่ดี และ การมีสุขภาพชีวิตที่ยืนยาว” ดังนั้นร้าน ซูกิชิ โคเรียน ชาร์โคล กริลล์ จึงไม่ได้เน้นแค่เรื่องรสชาติ แต่ยังเป็นธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพของลูกค้าเป็นสำคัญด้วย

โมเดลตัวเลข : ลงทุนเท่าไหร่? คืนทุนไวแค่ไหน?

เปิดโมเดลแฟรนไชส์ ซูกิชิ โคเรียน ชาร์โคล กริลล์

สำหรับผู้ที่ต้องการร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ความสำเร็จกับ ซูกิชิ โคเรียน ชาร์โคล กริลล์ โมเดลการลงทุนถูกออกแบบมาให้เป็นระบบกึ่งอัตโนมัติ (Turnkey Solution) ที่พร้อมซัพพอร์ตตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงเปิดร้าน โดยมีค่าแฟรนไชส์ 1 ล้านบาท งบในการลงทุน 12.5 ล้านบาท และถ้าถามว่าธุรกิจนี้มีโอกาสคืนทุนได้เร็วแค่ไหน เราจึงได้คำนวณให้เห็นภาพในเบื้องต้นโดยใช้เกณฑ์ลูกค้าเฉลี่ย 100 คน/วัน, ยอดใช้จ่ายเฉลี่ย 600 บาท/คน

รายได้ต่อวัน = 100 x 600 = 60,000 บาท

รายได้ต่อเดือน = 60,000 x 30 = 1,800,000 บาท

หักต้นทุน (วัตถุดิบ 48%, ค่าเช่าและพนักงาน 30%) = 1,800,000 x 0.22 = 396,000 บาท (กำไรสุทธิต่อเดือน)

คืนทุนใน 12.5 ล้าน ÷ 396,000 ≈ 31 เดือน (กรณีบริหารจัดการทั่วไป)

หากอยู่ในทำเลดีและมีลูกค้ามากขึ้น (เช่น 150-200 คน/วัน) ระยะเวลาคืนทุนอาจลดลงเหลือ 16-21 เดือน

อย่างไรก็ดีการลงทุนกับ ซูกิชิ โคเรียน ชาร์โคล กริลล์ คือการได้ร่วมงานกับธุรกิจที่มีความเป็นมืออาชีพ พร้อมสนับสนุนผุ้ลงทุนทุกด้านได้แก่

  • ให้คำปรึกษาในเรื่องของ Locations คำนวน Feasibility ก่อนการลงทุน และประสานงานกับ Landlord ทั้งก่อนและหลังเปิดการขาย
  • สรรหาบุคลากรให้จนครบตามมาตรฐานของสาขาก่อนเปิดสาขา และ ให้คำปรึกษาเรื่องบุคลากรหลังเปิดสาขา
  • จัดให้มีการฝึกอบรมทั้งก่อน และ หลังเปิดสาขา เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานสามารถทำงานตามมาตรฐานของบริษัทแม่ได้
  • ทีมงานให้คำปรึกษาเรื่องการบริหารร้านตลอดอายุสัญญา
  • มีทีมงานให้คำปรึกษา และคอยประสานงานกับ Landlord ตลอดอายุสัญญา
  • มีทีมงานให้คำปรึกษาเรื่องบุคลากรตลอดอายุสัญญา
  • มีทีมงานตรวจมาตรฐานสาขาและให้คำปรึกษางานในส่วน ฯหน้าร้านตลอดอายุสัญญา

Sukishi พร้อมเปิดตลาดเชิงรุก! เน้นครองใจผู้บริโภค

ถือเป็นจุดเด่นของการได้ร่วมลงทุนกับ Sukishi ที่ผู้ลงทุนสบายใจว่ามีทีมการตลาดมืออาชีพระดับประเทศ” คอยขับเคลื่อนแบรนด์ให้เป็นกระแสอยู่ตลอดเวลา โดยมีเป้าหมายหลักคือการดึงลูกค้าใหม่และรักษาฐานลูกค้าเก่า (Drive Traffic & Retention) ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก คือ

1. Seasonal Marketing ซึ่ง Sukishi ผู้นำเทรนด์การออกเมนูพิเศษในแคมเปญ Sukishi สุข Overload ทุกๆ 2-3 เดือน เช่น ซีซันหม่าล่า, ซอสไวน์แดง, เมนูดองซีอิ๊วเกาหลี การตลาดแบบนี้ช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าประจำกลับมาใช้บริการต่อเนื่องเพราะไม่อยากพลาดเมนู Limited Edition และช่วยสร้างความแปลกใหม่ให้ร้านมีสีสันตลอดปี

2. Omnichannel & Data-Driven Marketing โดยแบรนด์มีการทำ CRM และการตลาดบนแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง มีฐานข้อมูลลูกค้าจำนวนมากทำให้สามารถยิงโปรโมชันตรงใจกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ รวมถึงการ Collaboration กับอินฟลูเอนเซอร์และแบรนด์ชั้นนำ เพื่อขยายฐานลูกค้าสู่วัยรุ่นและคนรุ่นใหม่อยู่เสมอ

3. Local Store Marketing (LSM) นอกจากแคมเปญใหญ่ระดับประเทศแล้ว Sukishi ยังมีแผนการตลาดเฉพาะพื้นที่ให้กับแต่ละสาขา เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้าและสู้กับคู่แข่งในทำเลนั้นๆ ได้อย่างตรงจุดอีกด้วย

ด้วยระบบบริหารจัดการแบบครบวงจรของ Sukishi จึงไม่ใช่แค่การขายแฟรนไชส์แต่คือการเติบโตไปพร้อมกัน ช่วยเหลือดูแลกันตั้งแต่ก่อนเปิดร้านจนถึงเปิดกิจการแล้ว

ภาพจาก ซูกิชิ โคเรียน ชาร์โคล กริลล์

การลงทุนกับ Sukishi ไม่ใช่แค่การได้สร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งแต่คือการได้พาร์ทเนอร์ระดับประเทศ มีทีม Area Manager คอยเข้าตรวจเช็กมาตรฐานหน้าร้าน ระบบบัญชี และการควบคุมวัตถุดิบอย่างสม่ำเสมอ หากสาขาของไหนเกิดปัญหาด้านยอดขายหรือบุคคล ทีมงานพร้อมจะส่งสเปเชียลลิสต์เข้ามาช่วยโค้ชชิ่งและแก้ปัญหาหน้างานทันที จึงเหมาะกับการเป็นธุรกิจที่พาผู้ลงทุนก้าวสู่ความสำเร็จได้แท้จริงทั่วประเทศ

สนใจลงทุนแฟรนไชส์ซูกิชิ โคเรียน ชาร์โคล กริลล์

โทร. 092-2810851 , 092-2810931 , 063-2621755

 

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy

 

คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก)

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด