ประเด็นฮอต! ใบปริญญาสำคัญกับรายได้หรือไม่

สมัยก่อนเรียนอะไรมาก็สามารถนำวิชาชีพนั้นไปประกอบอาชีพทำเงินได้ตลอดทั้งชีวิต การแข่งขันในสมัยก่อนค่อนข้างน้อย เพราะคนที่จะมีโอกาสได้เรียนน้อยกว่าสมัยนี้มาก ทำให้จำนวนคนที่จบออกมาน้อยลงไปอีก ตำแหน่งจึงว่างมากมาย ทำอาชีพไหนก็ทำได้แทบจะตลอดชีวิตจนกว่าจะเกษียณ

แต่ปัจจุบันนี้การแข่งขันด้านการศึกษาค่อนข้างสูง จำนวนคนที่เรียนจบปริญญานั้นมีค่อนข้างมาก คนเก่ง ๆ มีให้เห็นเต็มไปหมด หรือบางคนเรียนจบไม่ตรงกับสายงาน แน่นอนว่าใครหลายคนอาจคิดว่าการได้รับปริญญาจากวิทยาลัยอาจไม่สำคัญสำหรับอาชีพของเราอีกต่อไป สู้ออกมาทำงานเลยดีกว่า

20

ภาพจาก bit.ly/30R7AkA

วันนี้ www.ThaiSMEsCenter.com จะพาคุณผู้อ่านไปดูข้อมูลจากฝั่งของอเมริกาว่าทัศนคติของวัยรุ่นหนุ่มสาวอเมริกานั้นคิดเห็นในเรื่องความสำคัญของการศึกษาอย่างไร รวมถึงนำเสนอข้อมูลจากสถิติแรงงานสหรัฐว่าผู้ที่จบมัธยมปลายในสหรัฐจะมีรายได้มากหรือน้อยกว่าคนที่มีใบปริญญา

จอห์นฟอลลอนซีอีโอของบริษัทการศึกษาเพียร์สันกล่าวใน “Street Signs Europe” ของซีเอ็นบีซีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า การเปลี่ยนไปคาดหวังในอาชีพการงานและความคาดหวังในชีวิตที่มั่นคงมากขึ้นนั้น ยิ่งลดความสำคัญของการเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย

19

ภาพจาก abcnews.go.com

“ลองคิดดูสิถ้าคุณเป็นเด็กมัธยมปลายอายุ 18 ปีที่ลาออกจากโรงเรียนในปีนี้ พวกเขามีโอกาสทำมากกว่า 50% แต่ถ้าเป็นคณอาจจะมีโอกาสทำมากกว่า 100%” เขากล่าว

“ คุณจะทำงานได้ดีในอายุ 70 ปีหรือ 80 ปี และในช่วงเวลานั้นคุณคงมีอาชีพที่แตกต่างกัน 5-6 อาชีพ ดังนั้นความคิดที่คุณคิดตอนเรียนมัธยมว่าตอนอายุ 20 และ 22 จะได้มีชีวิตแบบที่คิดฝันไว้นั้น จะไม่มีอีกต่อไป เพราะคุณจะต้องเรียนรู้ใหม่ reskill และ retrain ตลอดชีวิตการทำงานของคุณ”

Pearson ผู้ให้บริการการศึกษารายใหญ่ที่สุดของโลกสร้างเนื้อหาด้านการศึกษาและการประเมินผลและดำเนินงานใน 70 ประเทศทั่วโลก ทางบริษัทประกาศเมื่อเดือนที่แล้วว่า การวางจำหน่ายหนังสือ 1,500 เล่มในสหรัฐอเมริกาทั้งหมดจะเป็นแบบ “ดิจิตอลก่อน”

18

ภาพจาก bit.ly/2PjZUpR

ฟอลลอนบอกกับ CNBC ว่า ทัศนคติต่อการศึกษาและอาชีพเปลี่ยนไป เนื่องจากความจริงที่ว่า คนรุ่นใหม่เติบโตขึ้นมาใน “โลกแห่งดิจิตอลครั้งแรก”

“พวกเขาไม่ต้องการใช้โชคกับการศึกษาระดับอุดมศึกษา เพียงเพื่อจะพบว่า มันไม่เกี่ยวข้องกับความต้องการของพวกเขาในโลกแห่งการทำงาน” เขากล่าว “ความจริงคือ เราจะต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต” ตัวเลขแสดงให้เห็นว่าคนหนุ่มสาวกำลังพิจารณาทางเลือกอื่นๆในการศึกษาระดับอุดมศึกษามากขึ้น

สถิติของศูนย์วิจัยนักศึกษาแห่งชาติ แสดงให้เห็นว่าภาพรวมการลงทะเบียนการศึกษาระดับมัธยมศึกษาในสหรัฐอเมริกาลดลง 1.7% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วในฤดูใบไม้ผลิปี 2562 ในปี 2019 ข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่าการลงทะเบียนเรียนที่สถาบันของรัฐและเอกชน 4 ปีลดลงจากปีที่แล้ว

17

ภาพจาก bit.ly/2KYuHUY

ในขณะเดียวกันผลสำรวจความคิดเห็นจากนักเรียนโรงเรียนในประเทศอังกฤษเกือบ 3,000 คนที่ตีพิมพ์ในเดือนนี้ พบว่า 20% ของคนหนุ่มสาวอายุ 16 ปี ไม่คิดว่าการเข้ามหาวิทยาลัยเป็นเรื่องสำคัญ บริษัทวิจัยตลาด Ipsos Mori ยังพบว่าคนหนุ่มสาวรู้สึกว่าการรู้ว่าคนที่เหมาะสมนั้นสำคัญกว่าการได้รับปริญญา

อย่างไรก็ตาม Fallon กล่าวว่า มหาวิทยาลัยสามารถทำให้ตัวเองมีความเกี่ยวข้องกับอาชีพได้มากขึ้น โดยการเผยแพร่ความจริงที่ว่า พวกเขากำลังฝึกอบรมนักเรียนในเรื่องทักษะชีวิตที่สำคัญที่ไม่สามารถทำได้ง่ายๆเองแบบอัตโนมัติ

“ (เรากำลังตรวจสอบ) ทักษะที่ไม่สามารถขัดขวางได้ด้วยเทคโนโลยี และยากที่สุดสำหรับเครื่องจักรที่จะเลียนแบบทักษะนี้ได” เขากล่าวกับ CNBC

“ ขณะนี้ทักษะที่กำลังสนใจคือ ทักษะการเรียนรู้ วิธีการเรียนรู้ ความคล่องแคล่วของการคิด – ความสามารถในการสร้างสรรค์และเกิดความคิดอะไรใหม่ ๆ – ความสามารถในการโน้มน้าวใจคนในมุมมองที่ต่างออกไป ความสามารถในการเป็นผู้นำ ความสามารถในการเอาใจใส่ (และ) เพื่อดูแลใครบางคน”

16

ภาพจาก bit.ly/1Seb3QS

ฟอลลอนกล่าวว่าสิ่งเหล่านี้เป็น “ทักษะของมนุษย์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ” และเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่ามหาวิทยาลัยเป็นสถาบันที่ทำงานได้ดีที่สุดในการสอนพวกเขา

“มหาวิทยาลัยอาจไม่ได้ทำหน้าที่ได้ดีมากพอในการอธิบายเกี่ยวกับสังคมว่า นั่นคือสิ่งที่พวกเขาควรทำนะ หรือเราควรต้องใช้ทักษะทั้งหมดที่กล่าวไป ซึ่งคุณลักษณะเหล่านั้นแหละที่จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับงานของเรา ซึ่งเราการศึกษาจะทำ” เขาอธิบาย “ดังนั้นต้องเปลี่ยนแปลง และฉันคิดว่ามันจะเปลี่ยนได้”

ถึงแม้ว่า Fallon จะทำนายว่า การศึกษาในวิทยาลัยจะมีความสำคัญน้อยลงในอนาคต แต่สถิติแสดงให้เห็นว่าการไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยนั้นยังคงมีเหตุผลในด้านการเงิน

เพราะจากข้อมูลที่เผยแพร่โดยสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ ในเดือนกุมภาพันธ์ พนักงานที่มีระดับปริญญาตรี มูลค่าที่ได้รับมากกว่ารายได้เฉลี่ยต่อสัปดาห์ของวุฒิมัธยมปลาย และคนที่เป็นอาจารย์และวุฒิปริญญาเอกมีรายได้มากกว่าสามเท่าของรายได้วุฒิมัธยมปลาย

15

ภาพจาก cnb.cx/2znjZAW

ในขณะเดียวกันรายงานประจำปี 2018 จากแผนกการศึกษาของรัฐบาลอังกฤษ และสถาบันเพื่อการศึกษาด้านการคลังพบว่าผู้ชายในสหราชอาณาจักรได้รับเงินเพิ่ม 6% หากพวกเขาสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย ในขณะที่ผู้หญิงมีรายได้เพิ่มขึ้น 28%

สำหรับในสหรัฐอเมริกานั้น ใบปริญญายังเป็นส่วนสำคัญที่จะสร้างรายได้ให้แก่ผู้ที่จบการศึกษาในวิทยาลัยอยู่ และทางฝั่งวิทยาลัยก็พยายามที่จะพัฒนาหลักสูตรเพื่อให้ผู้ที่มาเข้าเรียนเห็นว่า การเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยนั้นยังคงมีประโยชน์ในการสอนทักษะต่าง ๆ ในชีวิตที่แตกต่างจากหุ่นยนต์หรือเครื่องจักร

ฝั่งประเทศไทยนั้นกระแสคนที่เรียนไม่จบ แต่ก็สามารถสร้างรายได้ให้แก่ตนเองก็มีมากมาย บางคนเรียนจบปริญญาตรีมีรายได้น้อยกว่าผู้ที่จบมัธยม แต่ถ้าหากจะฟันธงเลยว่าแบบไหนจะประสบความสำเร็จมากกว่าก็คงเป็นเรื่องที่ยาก เพราะแต่ละคนมีเกณฑ์คำว่า “ประสบความสำเร็จ” หรือ “ความพอใจในชีวิต” แตกต่างกัน

www.ThaiSMEsCenter.com ก็เห็นว่าการที่เราจะเลือกเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งก็ต้องเจออุปสรรคเหมือนกัน อยู่ที่ตัวเราแล้วว่า เรามีเป้าหมายในชีวิตแบบใดและเส้นทางไหนจะสอดคล้องกับเป้าหมายมากที่สุด


คุณผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

01

อ่านบทความอื่นๆ จากไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ www.thaifranchisecenter.com/document
เลือกซื้อแฟรนไชส์ไทยขายดี เปิดร้าน www.thaifranchisecenter.com/directory/index.php

อ้างอิงข้อมูล https://cnb.cx/2znjZAW

คุณรุ่งทิพย์ จรีรัตนประกร (มายด์)

จบปรัชญามาทำงานเขียนเกี่ยวกับธุรกิจ มีใจรักในการเขียนและการคิดวิเคราะห์ ชอบค้นคว้าหาความรู้ พร้อมแก้ไขและพัฒนาตัวเองเสมอ