ซูโม่ลูกชิ้นปลาระเบิด ลงทุนน้อย! ขายได้ทุกวัน! เงินหมุนเวียนตลอด ทำเลดียอดขายเกินพัน/วัน
ในยุคที่สภาพเศรษฐกิจผันผวนหนัก ค่าครองชีพและราคาสินค้าต่างปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง การพึ่งพารายได้จากงานประจำเพียงทางเดียวอาจเริ่มไม่เพียงพอต่อการรับมือกับค่าใช้จ่ายประจำวัน หลายคนจึงมองหา อาชีพเสริม ที่จะช่วยสร้างกระแสเงินสด (Cash Flow) เพื่อหมุนเวียนเข้ามาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
ลองคิดกันเล่นๆ หากเรามีเงินเข้ามาเพิ่มวันละ 500 – 1,000 บาท หมายความว่าในหนึ่งเดือนเราจะมีเงินสดหมุนเวียนเพิ่มขึ้นถึง 15,000 – 30,000 บาท ซึ่งมากพอที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นค่านํ้า ค่าไฟ ค่าเดินทาง ค่านํ้ามันรถ หรือแม้กระทั่งเก็บไว้เป็นเงินออมสำรองฉุกเฉิน และการมีเงินหมุนเวียนยังทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายทางการเงินลดความตึงเครียดที่เคยเกิดขึ้น ส่งผลให้คุณภาพชีวิตในแต่ละวันดีขึ้นอย่างชัดเจน
แต่คำถามคือเราจะไปหา “เงินหมุนเวียน” ได้จากที่ไหน ยิ่งตอนนี้เงินลงทุนก็แทบจะไม่มี หรือบางคนก็บอกว่าไม่มีประสบการณ์ ไม่มีความรู้ ดังนั้นโจทย์แรกสุดคือเราต้องหาสินค้าที่ขายง่าย ขายดี คนซื้อทุกวัน และลงทุนไม่แพง ซึ่ง “ลูกชิ้นทอด” น่าจะตอบโจทย์เรื่องนี้ได้ดีที่สุด
ทำไมลูกชิ้นทอดถึงขายดี! มีลูกค้าซื้อได้ทุกวัน

หนึ่งในแบรนด์ที่พร้อมให้ลงทุนได้ทันทีคือ “ซูโม่ลูกชิ้นปลาระเบิด” ซึ่งเป็นแฟรนไชส์ที่ก่อตั้งมานานกว่า 17 ปี ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 1,000 แห่ง ซึ่งลูกชิ้นทอดแม้จะดูเป็นสินค้าที่ง่ายๆ แต่ใช่ว่าใครทำแล้วจะขายดีได้เหมือนกัน เคล็ดลับสำคัญคือต้องเน้นวัตถุดิบที่คุณภาพ เป็นลูกชิ้นที่อร่อยได้มาตรฐาน เรื่องการสร้างแบรนด์ก็สำคัญ ถ้าทำให้ลูกค้าจดจำและเชื่อมั่น ก็มีโอกาสเพิ่มยอดขายได้มาก สิ่งเหล่านี้คือกลยุทธ์ที่ซูโม่ลูกชิ้นปลาระเบิด คิดมาเป็นลำดับขั้นเพื่อให้คนลงทุนไม่ต้องไปเริ่มจากศูนย์ มีอุปกรณ์และวัตถุดิบให้พร้อมเปิดร้าน
ถ้าวิเคราะห์ว่าทำไมลูกชิ้นทอดไม่ว่ายุคไหนสมัยใดก็ยังเป็นสินค้าที่ขายดี มีปัจจัยเบื้องต้นที่น่าสนใจคือ
1.ราคาซื้อง่าย เข้าถึงคนทุกกลุ่ม
ด้วยราคาเริ่มต้นเพียงชุดละ 20-40 บาท ทำให้ลูกชิ้นทอดเป็นของทานเล่นที่คนไม่ต้องคิดเยอะก่อนซื้อ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก นักเรียน วัยทำงาน หรือพ่อบ้านแม่บ้านต่างก็สามารถซื้อรับประทานได้โดยไม่รู้สึกว่าเป็นภาระทางการเงิน
2.ตอบโจทย์พฤติกรรมคนยุคใหม่
เน้นความสะดวก เพราะเป็นอาหารประเภท ทานง่าย วิธีการปรุงก็ไม่ยุ่งยาก ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองที่เร่งรีบ ซื้อได้ง่ายไม่ต้องรอนาน สามารถเดินทาน หรือซื้อกลับไปทานที่บ้านและที่ทำงานได้ทันที
3.รสชาติถูกปากคนไทย
จุดขายของลูกชิ้นทอดคือกรอบนอกนุ่มในและการทานคู่กับนํ้าจิ้มอร่อยลงตัวมาก และคนไทยชอบอาหารที่รสจัด เปรี้ยว หวาน เผ็ด ผสมผสานลงตัวทำให้ลูกชิ้นทอดกลายเป็นสินค้าที่เกิดการซื้อซํ้า ถี่กว่าอาหารประเภทอื่น
4.ความหลากหลายของสินค้าในร้าน

คำว่าลูกชิ้นทอดก็แยกย่อยไปอีกหลายอย่างทั้งลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นหมู ไส้กรอก ลูกชิ้นกุ้ง เป็นต้น ด้วยความหลากหลายนี้ ทำให้ลูกค้าไม่รู้สึกจำเจและเพิ่มมูลค่าต่อบิล (Average Ticket Size) ได้ง่ายขึ้น
คำนวณรายได้เบื้องต้น ลงทุน “ซูโม่ลูกชิ้นระเบิด” ขายดีแค่ไหน?
ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนาน เป็นแบรนด์ที่ลูกค้าเชื่อมั่น ที่สำคัญคือใช้เงินลงทุนไม่สูง รายได้จะมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของคนลงทุน + ทำเล เป็นสำคัญโดยหากคำนวณจากราคาขายเฉลี่ยชุดละ 30-40 บาท ความเป็นไปได้ของยอดขายต่อวันจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้
1. ทำเลระดับทั่วไป (ขายได้ประมาณ 30 – 50 ชุด/วัน)
ลักษณะทำเล: หน้าบ้านตัวเอง, ตลาดนัดชุมชนขนาดเล็ก, หอพักทั่วไป
ยอดขายต่อวัน: ประมาณ 1,000 – 1,800 บาท
จุดเด่น: เหมาะสำหรับผู้ที่ทำเป็นอาชีพเสริมหลังเลิกงาน หรือขายควบคู่กับสินค้า/เครื่องดื่มอื่น เพื่อเพิ่มเงินหมุนเวียนรายวัน
2. ทำเลดี / ปานกลาง (ขายได้ประมาณ 60 – 100 ชุด/วัน)
ลักษณะทำเล: หน้าโรงเรียน, ตลาดนัดประจำอำเภอ/ตำบล, ใกล้โรงงาน, ปั๊มนํ้ามัน
ยอดขายต่อวัน: ประมาณ 2,000 – 3,500 บาท
จุดเด่น: เป็นระดับยอดขายมาตรฐานที่ร้านลูกชิ้นทอดส่วนใหญ่ทำได้ หากตั้งอยู่ในจุดที่มีสัญจรของผู้คนสมํ่าเสมอ
3. ทำเลทองเกรดยอดนิยม (ขายได้ประมาณ 120 – 200+ ชุด/วัน)
ลักษณะทำเล: หน้าสถานศึกษาขนาดใหญ่ (ช่วงหลังเลิกเรียน), ตลาดเปิดท้าย/ตลาดท่องเที่ยวชื่อดัง, ใกล้จุดเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้า
ยอดขายต่อวัน: ประมาณ 4,000 – 7,000+ บาท
จุดเด่น: สร้างรายได้ระดับสูง แต่ต้องอาศัยการทอดที่ต่อเนื่อง รวดเร็ว และการบริหารจัดการที่ดีเพื่อรองรับชั่วโมงเร่งด่วน
โดยทั่วไปอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ของธุรกิจลูกชิ้นทอดจะอยู่ที่ประมาณ 40 – 50% ของยอดขาย (หลังหักต้นทุนต่างๆ) หากคำนวณจากทำเลแบบปานกลาง ยอดขายเฉลี่ย 2,500 บาท/วัน จะมียอดขายรวมต่อเดือนประมาณ 75,000 บาท หักต้นทุนวัตถุดิบ 55% ประมาณ 41,250 บาท , หักค่าเค่าเช่า ค่านํ้า ค่าไฟ ประมาณเดือนละ 8,000 บาท เบ็ดเสร็จคาดว่าจะมีกำไรสุทธิต่อเดือนประมาณ 25,000 บาท
** นี่คือตัวเลขที่เกิดจากการประมาณการเพื่อให้มองเห็นภาพได้มากขึ้น ยอดขายที่แท้จริงยังมีปัจจัยแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ และตัวเลขที่ยกตัวอย่างนี้คือการที่เจ้าของร้านลงมือขายด้วยตนเอง หากมีการจ้างพนักงานจำเป็นต้องนำค่าจ้างมาหักออกด้วย **

ซูโม่ลูกชิ้นปลาระเบิด งบลงทุน 2,490 – 48,990 บาท
ความน่าสนใจของซูโม่ลูกชิ้นปลาระเบิดคือการใช้ทุนน้อยเพื่อเริ่มต้น งบลงุทน 2,490 – 48,990 บาท สามารถเลือกแพ็กเกจลงทุนได้ตามเหมาะสม มีที่น่าสนใจคือ
- ชุดป้าย บน – ล่าง งบลงทุน 2,490 บาท
- ชุดตลาดนัดพับเก็บได้ งบลงทุน 9,900 บาท
- ชุดเคาน์เตอร์มาตรฐาน งบลงทุน 12,490 บาท
- ชุดรถเข็น งบลงทุน 19,490 บาท
- ชุดมอเตอร์ไซด์พ่วง งบลงทุน 24,490 บาท (ไม่รวมราคารถมอเตอร์ไซด์)
- ชุดซุ้มมาตรฐานเปิดขายในสถานีบริการนํ้ามัน งบลงทุน 48,990 บาท
ทุกแพ็กเกจได้อุปกรณ์ + วัตถุดิบพร้อมขาย เช่น ลูกชิ้น 20 กก. , ไส้กรอกคอกเทล 5 กก. , ปลาเส้น 3 รส (คละรสชาติ) นํ้าจิ้ม 1 แกลลอน เป็นต้น ระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ย 1-4 เดือน โดยขึ้นอยู่กับทำเลและกลยุทธ์การขายเป็นสำคัญ
เคล็บการขาย! เพิ่มรายได้ให้โตมากขึ้น

ร้านลูกชิ้นทอดแม้จะเป็นสินค้าน่าสนใจที่คนซื้อง่าย ทานง่าย แต่หากต้องการสร้างรายได้เพิ่มและต้องการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตมีเคล็ดลับน่าสนใจที่ควรรู้คือ
- การควบคุมคุณภาพ ซึ่งเป็นข้อดีของระบบแฟรนไชส์ที่มีการจัดส่งวัตถุดิบมาตรฐานจากโรงงาน คนลงทุนไม่ต้องหาซื้อวัตถุดิบเอง จึงควบคุมคุณภาพได้ดี เป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกสาขา
- นํ้าจิ้มสูตรเฉพาะที่เป็นเอกลักษณ์ คือจุดขายสำคัญที่บ่งบอกถึงความเป็นร้านลูกชิ้นทอดนั้นๆ ได้ชัดเจน ยิ่งนํ้าจิ้มอร่อยก็ยิ่งทำให้ลูกค้าจดจำร้านได้ง่ายขึ้น
- เพิ่มช่องทางการขายแบบเดลิเวอรี่ รวมถึงการพัฒนาช่องทางรับเงินที่หลากหลายไม่ใช่แค่การรับเงินสดเพียงอย่างเดียว รวมถึงการขายในช่องทางเดลิเวอรี่ที่แม้จะมีค่า GP แต่ถ้าคำนวณแล้วว่าคุ้มค่ากับการได้ลูกค้ามากขึ้นก็ถือว่าน่าสนใจมาก
สำหรับคนที่สนใจและกำลังมองหาโอกาสเพิ่มรายได้ , เพื่อสร้างเงินหมุนเวียน การลงทุนกับซูโม่ลูกชิ้นระเบิดคือทางเลือกน่าสนใจที่สามารถเริ่มต้นได้ทันที ขอแค่ตั้งใจทำจริง เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ดีมาก ผสมผสานกับการบริหารจัดการเพื่อให้ทำคู่กับงานประจำจะกลายเป็นรายได้ในแต่ละเดือนที่มากขึ้นจนทำให้รู้สึกหมดกังวลเรื่องภาระทางการเงินได้ทันที
สนใจลงทุนแฟรนไชส์ซูโม่ลูกชิ้นปลาระเบิด โทร.082-4986999 , 089-2090088
อ้างอิงจาก คลิกที่นี่
สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น
ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี
ลักษณะงาน
- เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
- ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
- มอบหมายงานและติดตามงาน
- อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ
1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้
- ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
- ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
- การปฏิบัติงาน
- เป้าหมายในอนาคต
2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ
- การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
- การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
- การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
- การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)
3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)
- การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
- สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
- กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
- มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม
4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ
- แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
- แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์
5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์
- รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
- ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
- ปรับปรุงแก้ไข
- พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง
การปฎิบัติงาน
- สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
- ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา
เงื่อนไขอื่นๆ
- การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์
อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้
สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy



