รวม Startup ที่เจ๋งและเจ๊งในปี 2017

แต่ละปีมีเหล่า Startup ที่เปิดตัวกันใหม่เป็นจำนวนมาก แต่ในความเป็นจริงสตาร์ทอัพที่เดินหน้าต่อได้นั้นต้องเป็นสินค้าและบริการที่ดีเป็นที่ต้องการของตลาดรวมถึงต้องมีเงินทุนในการสนับสนุนและต่อยอดธุรกิจที่ดีพอ ในรอบปี 2017 ที่ผ่านมาก็เช่นกัน

มีหลายสตาร์ทอัพที่มาแรงซึ่งอาจจะเปิดตัวมาก่อนหน้านี้หรือเปิดตัวในปีนี้เป็นสตาร์ทอัพสุดเจ๋งที่พร้อมเดินหน้าได้ขณะเดียวกันก็มีสตาร์ทอัพที่บอกว่าไปไม่รอดและเจ๋งไม่เป็นท่าในปี 2017 นี้เช่นกัน ลองมาดูบรรดาสตาร์ทอัพเหล่านี้ที่ www.ThaiSMEsCenter.com รวบรวมให้ดูกันอันไหนคุ้นหูคุ้นเคยกันบ้าง

สตาร์ทอัพสุดเจ๋ง

1.Discord

Startup

ภาพจาก goo.gl/z5WqvY , goo.gl/ow6NNH

เป็นสตาร์ทอัพที่เปิดตัวเมื่อต้นปี 2017 โดยพัฒนาโปรแกรม Discord ที่เป็นการแชตข้อความและเสียงขณะเล่นเกมโดยที่ไม่ต้องคอยสลับหน้าต่างการเล่นเกมจะได้ไม่สะดุด ซึ่งแตกต่างSkype และโปรแกรมอื่นๆ ปัจจุบันมีผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 45 ล้านคน

2.Segment

n2

ภาพจาก goo.gl/E5T36J

เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2011 เป็นบริษัทที่เก็บและประมวลผลข้อมูลลูกค้าเพื่อนำมาสร้างเครื่องมือในการบริหารจัดการตลาดออนไลน์ มีจุดเด่นคือรวบรวมข้อดีของแอพพลิเคชั่นที่รวมไว้ในแพลตฟอร์มเดียวกัน มีฐานลูกค้าเป็นบริษัทชั้นนำทั่วโลกมีทุนสนับสนุนเริ่มแรกถึง 109 ล้านดอลลาร์ และในปี 2017 นี้ก็ระดมทุนได้อีกกว่า 64 ล้านดอลลาร์

3.Zipline

n3

ภาพจาก goo.gl/hp1mtB

การเข้ามาของเทคโนโลยีอย่างโดรนที่เริ่มถูกนำไปใช้ในงานต่างๆมากขึ้น Zipline ก็เปิดตัวในฐานะบริษัทด้านหุ่นยนต์โดรนเพื่อนำวัคซีน ยาและเลือดไปยังภูมิภาคต่างๆที่เข้าถึงได้ยากซึ่งในอนาคต Zipline จะสามารถสอดแทรกเข้าไปบริการได้ทั้งทางทหาร ทางพยาบาลที่คาดว่าจะมีมูลค่าของอุตสาหกรรมนี้ในปี 2025 มากถึง 82,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

4. Tink Labs

n5

ภาพจาก goo.gl/jWY4JE

ธุรกิจให้บริการเช่าโทรศัพท์มือถือกับนักท่องเที่ยวในฮ่องกงที่กำลังจะมีมูลค่าในตลาดถึง 1 พันล้านเหรียญเมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา Tink Labs ระดมทุนเพิ่มได้อีกกว่า 125 ล้านเหรียญมีพาร์ทเนอร์เป็นโรงแรมชื่อดังอยู่ทั่วโลกที่ใช้บริการ และในปัจจุบันก็มีสมาร์ทโฟนให้บริการถึง 120,000 เครื่อง

5. Salehub

n6

ภาพจาก goo.gl/R44Q5c

เป็นระบบออนไลน์ในญี่ปุ่นที่ให้คำแนะนำทางด้านธุรกิจโดยแต่ละบริษัทที่ต้องการผู้ให้คำปรึกษาสามารถมาลงทะเบียนไว้ได้และบริษัทก็จะได้ค่าตอบแทนเช่นกัน ปัจจุบันมีบริษัทที่เข้าร่วมงานกว่า 340 แห่งและมีผู้ลงทะเบียนขอเป็นที่ปรึกษากว่า 1,000 คนในเวลาเพียง 2 เดือน และทำยอดระดมทุนได้มากกว่า 800,000 ดอลลาร์สหรัฐ

สตาร์ทอัพเจ๊งยับปี 2017

1.Beepi

n7

เว็บไซต์ตลาดซื้อขายรถมือสองที่เปิดตัวเมื่อปี 2013 มีทุนเริ่มต้น 150 ล้านดอลลาร์ และมีมูลค่าบริษัทสูงถึง 560 ล้านดอลลาร์ จุดเด่นของ Beepi คือบริษัทจะนำรถที่ตกลงซื้อขายแล้วส่งให้ผู้ซื้อถึงบ้าน บริษัทได้ปิดตัวลงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเนื่องจากเงินทุนหมด

2.Yik Yak

n8

เปิดตัวธุรกิจในปี 2013 ฟังก์ชั่นใช้งานคล้ายเฟสบุ๊ค แต่มีจุดเด่นคือปกปิดตัวตนของเราได้ แม้จะดูดีแต่สุดท้าย Yik Yak กลับกลายเป็นศูนย์รวมการกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ตทำให้แอพนี้โดนแบนจากหลายโรงเรียนเสียฐานลูกค้าไปมากกว่า 76% จากที่เคยมีมูลค่าการตลาดสูงถึง 400 ล้านเหรียญในตอนปิดตัวกลับมีมูลค่าเพียงแค่ 3 ล้านเหรียญเท่านั้น

3.Jawbone

n9

สตาร์ทอัพที่บุกเบิกสายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพเป็นบริษัทแรกๆเคยมีมูลค่าการตลาดสูงถึง 3 พันล้านเหรียญ แต่ตลาดสายรัดข้อมือที่อยู่ในช่วงซบเซาและ Jawbone ก็ไม่อาจแข่งขันกับเจ้าอื่นได้ก่อให้เกิดหนี้มหาศาลและปิดตัวลงในเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมาแต่ Hosain Rahman ได้เอาเงินที่ขายกิจการนี้ไปลงทุนกับเทรนด์สุขภาพใหม่อีกครั้งด้วย

4. Quixey

n10

เป็นแอพพลิเคชั่นที่ค้นหาสารพัดข้อมูลบนมือถือ เริ่มต้นเมื่อปี 2009 ระดมทุนได้ 133 ล้านเหรียญ และมีมูลค่าสูงถึง 600 ล้านเหรียญ จุดเปลี่ยนอยู่ในปี 2016 ที่มีการเปลี่ยนตัวCEO สุดท้ายก็พาธุรกิจไปไม่รอดและปิดตัวลงในเดือนกุมภาพันธ์

5. Maple

n11

Maple คือบริการจัดส่งอาหารเดลิเวอรี่ในนิวยอร์คซิตี้ เคยมี มูลค่าการตลาดสูงสุดอยู่ที่ 115 ล้านเหรียญ สุดท้ายมีปัญหาเรื่องใบโปรชัวร์คุกกี้ และต้องมาปิดตัวลงในเดือนพฤษภาคม ปี 2017 นี้เอง

6. Sprig

n12

เป็นอีกหนึ่งสตาร์ทอัพด้านบริการส่งอาหารโดย Sprig ให้บริการในซานฟรานซิสโก แต่เน้นไปที่อาหารคุณภาพสูงและอาหารในท้องถิ่น และบอกเลยว่าจะส่งอาหารภายใน 15 นาที แต่สุดท้ายไปไม่ไหวเพราะรูปแบบธุรกิจไม่ยั่งยืน สู้กับคู่แข่งที่มีราคาต่ำกว่าอย่าง Seamless ไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องปิดตัวในที่สุด

7. Hello

n13

Hello เป็นบริษัทที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเป็นเซ็นเซอร์เพื่อติดตามการนอน แรกๆ ดูเหมือนว่าจะไปได้สวย เพราะเปิดตัวอย่างดี ระดมทุนได้ 40 ล้านเหรียญ มีมูลค่าสูงไปถึง 300 ล้านเหรียญแต่สุดท้ายก็ไปไม่รอดเหมือนกัน

หลังจากนี้ไม่ว่าเราจะคิดเริ่มต้นธุรกิจใดก็ต้องวางแผนทางธุรกิจให้ดีที่สำคัญมีแผนในยามฉุกเฉินเพื่อกรณีที่จำเป็นเมื่อก้าวพลาดจะได้เจ็บตัวน้อยที่สุดหรือจะได้เริ่มตั้งหลักใหม่ได้เร็วที่สุดด้วยเช่นกัน

สำหรับท่านใดที่ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจเรามีรวบรวมบทความมากมาย ติดตามได้ที่ goo.gl/Io5k2S

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก goo.gl/vUMFd6

[Total: 0    Average: 0/5]

peak-goe

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด

Main Sponsors

Happy Sponsors