ใคร คือบิดาแห่งร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ตัวจริง?
เมื่อ “มาซาโตชิ อิโตะ” คือผู้สร้างอาณาจักร และ “โทชิฟูมิ ซูซูกิ” คือผู้ปฏิวัติโมเดลร้านสะดวกซื้อโลก
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ในญี่ปุ่นไม่ได้ทำหน้าที่เพียง “ขายสินค้า” แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน ตั้งแต่เรื่องอาหาร การเดินทาง การเงิน ไปจนถึงบริการสาธารณะ
และหนึ่งในบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงร้านสะดวกซื้อดังกล่าว คือ Toshifumi Suzuki ชายผู้ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็น “บิดาแห่งอุตสาหกรรมร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่น”
รายงานข่าวล่าสุด บริษัท Seven & i Holdings ประกาศเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2026 ว่า Toshifumi Suzuki เสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ด้วยวัย 93 ปี ถือเป็นการปิดฉากชีวิตของนักธุรกิจผู้เปลี่ยนร้านค้าปลีกขนาดเล็กริมถนน ให้กลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของสังคมเมืองญี่ปุ่นยุคใหม่
หากมีสถานที่ใดสะท้อน “วิถีชีวิตของญี่ปุ่นร่วมสมัย” ได้ชัดเจนที่สุด สถานที่แห่งนั้นอาจไม่ใช่วัดโบราณ ไม่ใช่รถไฟชินคันเซ็น หรือย่านธุรกิจใจกลางกรุงโตเกียว หากแต่เป็นร้าน 7-Eleven ที่เปิดไฟสว่างตลอด 24 ชั่วโมง
เพราะสำหรับชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก ร้านสะดวกซื้อไม่ใช่เพียงร้านค้า แต่คือส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และชายผู้วางรากฐานให้ระบบร้านสะดวกซื้อดังกล่าวเติบโตจนกลายเป็นวัฒนธรรมในระดับประเทศ เพิ่งจากโลกใบนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ
Toshifumi Suzuki คือผู้ก่อตั้งจริงหรือ?

แม้การจากไปของ Toshifumi Suzuki จะทำให้สื่อจำนวนมากยกย่องเขาในฐานะ “ผู้ก่อตั้ง 7-Eleven ญี่ปุ่น” หรือ “บิดาแห่งร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่น” แต่เมื่อย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ธุรกิจอย่างละเอียด จะพบว่า ความสำเร็จของอาณาจักรร้านค้าปลีกแห่งนี้ไม่ได้เกิดจากชายเพียงคนเดียว
เบื้องหลังการเติบโตของ 7-Eleven Japan ยังมีอีกชื่อหนึ่งที่แทบไม่อาจแยกออกจากกัน นั่นคือ Masatoshi Ito มหาเศรษฐีธุรกิจค้าปลีกผู้สร้างรากฐานของกลุ่มธุรกิจ Ito-Yokado และต่อยอดจนกลายเป็นเครือค้าปลีกระดับโลกในเวลาต่อมา
หากอิโตะคือผู้สร้าง “อาณาจักรค้าปลีก” ซูซูกิก็คือผู้สร้าง “ระบบปฏิบัติการ” ให้ร้านสะดวกซื้อกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่น หนึ่งคนวางรากฐานองค์กร อีกคนเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ หนึ่งคนสร้างอาณาจักร อีกคนสร้างระบบ
และเมื่อชื่อของทั้งคู่ถูกนำมาวางเคียงกัน จึงเกิดคำถามสำคัญขึ้นว่า แท้จริงแล้ว ใครกันแน่คือ “บิดาแห่งร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven” ตัวจริง
จากร้านเสื้อผ้าหลังสงคราม สู่จักรวาลค้าปลีกญี่ปุ่น

เรื่องราวของอาณาจักร Seven & i Holdings ไม่ได้เริ่มต้นจากร้านสะดวกซื้อ แต่เริ่มจากร้านขายเสื้อผ้าขนาดเล็กของครอบครัวในกรุงโตเกียว หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้ชายผู้เข้ามารับช่วงต่อธุรกิจดังกล่าวคือ Masatoshi Ito ซึ่งในเวลานั้นญี่ปุ่นกำลังฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการขยายตัวของชนชั้นกลางในเมืองใหญ่
อิโตะมองเห็นว่า พฤติกรรมผู้บริโภคญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนไป ผู้คนไม่ได้ต้องการเพียงร้านขายของแบบดั้งเดิมอีกต่อไป แต่ต้องการค้าปลีกสมัยใหม่ที่ครบวงจร สะดวก และมีสินค้าหลากหลายมากขึ้น
จากร้านเสื้อผ้าเล็กๆ ธุรกิจจึงค่อยๆ ขยายตัวเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตในชื่อ Ito-Yokado ก่อนเติบโตขึ้นเป็นหนึ่งในเครือค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ สิ่งสำคัญที่อิโตะสร้างขึ้น ไม่ได้มีเพียงยอดขายหรือจำนวนสาขา
แต่คือ โครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ทั้งระบบกระจายสินค้า เครือข่ายโลจิสติกส์ เงินทุน และการบริหารจัดการองค์กรขนาดใหญ่
ชายที่มองเห็นอนาคตใน “ร้านเล็กๆ”
ในช่วงต้นทศวรรษ 1970 ขณะที่ญี่ปุ่นกำลังหลงใหลกับซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่และห้างสรรพสินค้าแบบอเมริกัน ผู้บริหารส่วนใหญ่ต่างเชื่อว่า “ร้านค้าขนาดเล็ก” กำลังจะหมดอนาคต
แต่ Toshifumi Suzuki กลับมองต่างออกไป ระหว่างเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา เขาได้พบกับร้านสะดวกซื้อภายใต้การบริหารของ Southland Corporation เจ้าของแบรนด์ 7-Eleven และมองเห็นศักยภาพบางอย่างที่คนอื่นมองข้าม
แม้ในเวลานั้น หลายฝ่ายจะเชื่อว่าญี่ปุ่นกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ยุค “ค้าปลีกขนาดใหญ่” และร้านโชห่วยกำลังถูกแทนที่ แต่ซูซูกิเชื่อว่า โครงสร้างเมืองของญี่ปุ่นแตกต่างจากอเมริกาโดยสิ้นเชิง เช่น เมืองญี่ปุ่นมีประชากรหนาแน่น พื้นที่อยู่อาศัยขนาดเล็ก และผู้คนจำนวนมากเดินเท้าและใช้ระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก
นั่นหมายความว่า ร้านค้าขนาดเล็กที่เข้าถึงง่าย อาจตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้มากกว่าห้างขนาดใหญ่เสียอีก

อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าวถูกคัดค้านอย่างหนัก ทั้งจากผู้บริหาร นักวิชาการ และที่ปรึกษาทางธุรกิจ หลายคนมองว่า การนำโมเดลร้านสะดวกซื้อจากสหรัฐฯ มาใช้ในญี่ปุ่นไม่มีทางประสบความสำเร็จ
แต่ซูซูกิยังคงเดินหน้าต่อ ในปี 1974 ร้าน 7-Eleven Japan สาขาแรกจึงถือกำเนิดขึ้นที่ย่านโทโยสุ กรุงโตเกียว และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมค้าปลีกญี่ปุ่น
สิ่งสำคัญคือ ซูซูกิไม่ได้เพียง “คัดลอก” โมเดลจากอเมริกา หากแต่ปรับมันใหม่ทั้งหมดให้เข้ากับสังคมญี่ปุ่น ไม่ว่าจะร้านมีขนาดเล็กลง สินค้าหมุนเวียนเร็วขึ้น เพิ่มอาหารพร้อมรับประทาน เติมสินค้าหลายรอบต่อวัน ตลอดจนการใช้ข้อมูลยอดขายวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคแบบเรียลไทม์
จากร้านสะดวกซื้อธรรมดา 7-Eleven จึงค่อยๆ กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตเมือง ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับอาหาร บริการ การเงิน และวิถีชีวิตประจำวันอย่างแนบแน่น
และนั่นคือจุดที่ทำให้หลายคนยกย่องซูซูกิว่า ไม่ใช่เพียงนักธุรกิจ แต่คือ “ผู้ปฏิวัติร้านสะดวกซื้อ” ของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
7-Eleven ญี่ปุ่น เปลี่ยนโลกค้าปลีกอย่างไร
1. Data-Driven Retail ค้าปลีกขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

7-Eleven ญี่ปุ่น เป็นผู้บุกเบิกการใช้ระบบ Point of Sale (POS) วิเคราะห์ยอดขายแบบรายชิ้น เพื่อนำข้อมูลมาปรับสินค้าให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ ช่วงเวลา และพฤติกรรมลูกค้า ร้านแต่ละสาขาจึงมีสินค้าแตกต่างกันตามความต้องการของคนในย่านนั้นๆ
แนวคิด “ค้าปลีกขับเคลื่อนด้วยข้อมูล” ซึ่งเริ่มต้นในญี่ปุ่น ได้กลายเป็นมาตรฐานของธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ในเวลาต่อมา
2. Ready-to-Eat Revolution ปฏิวัติอาหารพร้อมกิน
ซูซูกิยังเปลี่ยนร้านสะดวกซื้อจากพื้นที่ขายขนมและเครื่องดื่ม ให้กลายเป็นแหล่งอาหารพร้อมรับประทานสำหรับคนเมือง เบนโตะ โอนิกิริ แซนด์วิช และอาหารสำเร็จรูป ถูกพัฒนาอย่างจริงจัง ทั้งคุณภาพ ความสดใหม่
และระบบกระจายสินค้า 7-Eleven ญี่ปุ่น ยังใช้ระบบเติมสินค้าหลายรอบต่อวัน เพื่อรักษาคุณภาพอาหารสด ซึ่งแตกต่างจากร้านสะดวกซื้อแบบดั้งเดิมในสหรัฐฯ โมเดลดังกล่าวต่อมากลายเป็นต้นแบบของร้านสะดวกซื้อทั่วเอเชีย รวมถึงไทย
3. Dominant Strategy ยิ่งกระจุก ยิ่งแข็งแกร่ง
แทนที่จะเปิดสาขากระจายทั่วประเทศ ซูซูกิเลือกเปิดร้านจำนวนมากในพื้นที่เดียวกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และลดต้นทุนขนส่ง
กลยุทธ์นี้ช่วยให้สินค้าเติมได้รวดเร็ว สดใหม่ และสร้างการจดจำแบรนด์ จน 7-Eleven กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คน โมเดลดังกล่าวถูกยกให้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ค้าปลีกที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดของญี่ปุ่น
4. Convenience as Infrastructure ร้านสะดวกซื้อกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของชีวิต
เมื่อเวลาผ่านไป 7-Eleven ในญี่ปุ่นเริ่มทำหน้าที่มากกว่า “ร้านค้า” ผู้คนสามารถจ่ายบิล ถอนเงิน รับพัสดุ ซื้อตั๋ว หรือเข้าถึงบริการต่างๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก
ร้านสะดวกซื้อจึงกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตคนเมือง ไม่ต่างจากระบบขนส่งสาธารณะ นี่คือเหตุผลที่หลายคนมองว่า สิ่งที่ซูซูกิสร้างขึ้น ไม่ใช่เพียงโมเดลค้าปลีก แต่คือ “ระบบชีวิต” ของสังคมเมืองยุคใหม่
วันที่ญี่ปุ่นซื้อ 7-Eleven กลับจากอเมริกา

แม้ 7-Eleven จะถือกำเนิดขึ้นในสหรัฐฯ แต่จุดเปลี่ยนสำคัญของแบรนด์กลับเกิดขึ้นที่ญี่ปุ่น ตลอดช่วงทศวรรษ 1970–1980 โมเดลร้านสะดวกซื้อแบบญี่ปุ่นเติบโตอย่างรวดเร็ว ภายใต้การบริหารของ 7-Eleven Japan จนมีประสิทธิภาพและทำกำไรสูงกว่าต้นแบบในอเมริกา
ในขณะเดียวกัน บริษัทแม่ในสหรัฐฯ อย่าง Southland Corporation กลับเผชิญปัญหาหนี้สินจำนวนมหาศาลจากการขยายธุรกิจและการซื้อกิจการ ก่อนจะยื่นขอล้มละลายในช่วงต้นทศวรรษ 1990
สถานการณ์ดังกล่าวนำไปสู่เหตุการณ์ที่แทบไม่มีใครคาดคิด บริษัทญี่ปุ่นที่เคย “นำเข้า” โมเดล 7-Eleven จากอเมริกา กลับกลายเป็นฝ่ายเข้าซื้อหุ้นกว่า 70% และเข้าไปฟื้นฟูกิจการของบริษัทแม่ในสหรัฐฯ
ภายใต้การนำของ Masatoshi Ito และ Toshifumi Suzuki ญี่ปุ่นได้เข้าควบคุมธุรกิจ 7-Eleven ในอเมริกา พร้อมปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงดีลธุรกิจธรรมดา
แต่สะท้อนการกลับด้านอำนาจในโลกเศรษฐกิจยุคหลังสงคราม จากเดิมที่ญี่ปุ่นเคยเรียนรู้ระบบค้าปลีกจากอเมริกา กลายเป็นญี่ปุ่นที่เข้าไปช่วยกอบกู้แบรนด์อเมริกันระดับโลก และในที่สุด ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เคยนำเข้า 7-Eleven กลับกลายเป็นผู้กอบกู้แบรนด์จากเจ้าของเดิม
หลังการปรับโครงสร้างธุรกิจ 7-Eleven ได้ขยายตัวต่อเนื่องไปทั่วโลก จนกลายเป็นเครือร้านสะดวกซื้อที่มีสาขามากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในปัจจุบัน โดยมี 85,000 สาขาทั่วโลก ญี่ปุ่นมีสาขามากที่สุด 21,600+ สาขา ส่วนไทยมีสาขามากเป็นอันดับ 2 จำนวน 16,084 สาขา อันดับที่ 3 สหรัฐอเมริกา 12,300+ สาขา อันดับ 4 เกาหลีใต้ 11,000+ สาขา
ใครคือ “บิดาแห่งร้านสะดวกซื้อ” ตัวจริง

การจากไปของ Toshifumi Suzuki ทำให้ชื่อของเขาถูกกล่าวถึงอีกครั้งในฐานะ “บิดาแห่งร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่น” ชายผู้เปลี่ยนร้านสะดวกซื้อให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คน แต่เมื่อย้อนมองประวัติศาสตร์ของ 7-Eleven Japan อย่างรอบด้าน คำถามสำคัญก็ยังคงอยู่ที่ว่า หากไม่มี Masatoshi Ito อาณาจักรดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้หรือไม่
อิโตะ คือ ผู้สร้างรากฐานของธุรกิจค้าปลีกญี่ปุ่นยุคใหม่ เขาวางเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ต สร้างระบบทุน โลจิสติกส์ และองค์กรขนาดใหญ่ผ่าน Ito-Yokado จนกลายเป็นฐานสำคัญให้ 7-Eleven สามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว
ขณะที่ Toshifumi Suzuki คือผู้มองเห็นอนาคตใน “ร้านเล็กๆ” และเปลี่ยนมันให้กลายเป็นโมเดลค้าปลีกที่ทรงอิทธิพลที่สุดรูปแบบหนึ่งของโลก หาก Masatoshi Ito คือ “นักสร้างอาณาจักร” ซูซูกิก็คือ “นักปฏิวัติระบบ”
ในอีกมุมหนึ่ง บทบาทของเขาอาจถูกเปรียบได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่ Ray Kroc ทำกับ McDonald’s ซึ่งเขาไม่ใช่ผู้คิดค้นต้นแบบธุรกิจ แต่คือผู้เปลี่ยน “ระบบธุรกิจ” ให้กลายเป็นโครงสร้างเครือข่ายแฟรนไชส์ที่ขยายได้ทั่วโลกอย่างมีประสิทธิภาพ
Kroc ทำให้ระบบแฟรนไชส์ของ McDonald’s กลายเป็นมาตรฐานระดับโลก ซูซูกิก็ทำให้ร้านสะดวกซื้อไม่ได้เป็นเพียงร้านค้าเล็กๆ อีกต่อไป แต่กลายเป็นระบบปฏิบัติการที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล โลจิสติกส์ และพฤติกรรมผู้บริโภคแบบเรียลไทม์
หนึ่งคนสร้างแบรนด์ อีกคนออกแบบ “ระบบที่ทำให้แบรนด์ทำงานได้ทุกวัน” และนั่นคือจุดที่ 7-Eleven ไม่ได้เป็นแค่ร้านสะดวกซื้อ แต่กลายเป็นโมเดลค้าปลีกที่ถูกศึกษาทั่วโลกในฐานะระบบมากกว่าร้าน
อิทธิพลดังกล่าวไม่ได้หยุดอยู่แค่ในญี่ปุ่น แต่ยังขยายมาถึงประเทศไทย ซึ่ง CP All นำโมเดลร้านสะดวกซื้อแบบญี่ปุ่นมาพัฒนาต่อ จน 7-Eleven กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทยเช่นกัน ตั้งแต่การซื้ออาหารพร้อมทาน การจ่ายบิล การส่งพัสดุ ไปจนถึงการเป็นพื้นที่พักของผู้คนในเมืองตลอด 24 ชั่วโมง
แม้วันนี้ผู้บุกเบิกทั้ง 2 จะจากไปแล้ว แต่โลกค้าปลีกที่พวกเขาร่วมกันสร้างยังคงดำเนินต่อไป ภายใต้แสงไฟของร้านสะดวกซื้อที่ไม่เคยดับ ทั้งในโตเกียว กรุงเทพฯ และอีกหลายเมืองทั่วโลก
แหล่งข้อมูล
- https://citly.me/9WirN
- https://citly.me/zTS38
- https://citly.me/ToLCS
- https://citly.me/krKgP
- https://citly.me/CdSn2
- https://citly.me/85d6N
- https://citly.me/dvlD4
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
- อยากสร้างแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Ive14C
- อยากทำเป็นแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3IrrH0k
- รู้เรื่องกฎหมาย สัญญาแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Iu5WNu
- รวมความรู้แฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Pe0m5s
อ้างอิงจาก คลิกที่นี่
สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น
ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี
ลักษณะงาน
- เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
- ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
- มอบหมายงานและติดตามงาน
- อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ
1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้
- ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
- ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
- การปฏิบัติงาน
- เป้าหมายในอนาคต
2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ
- การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
- การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
- การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
- การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)
3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)
- การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
- สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
- กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
- มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม
4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ
- แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
- แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์
5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์
- รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
- ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
- ปรับปรุงแก้ไข
- พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง
การปฎิบัติงาน
- สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
- ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา
เงื่อนไขอื่นๆ
- การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์
อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้
สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy




