ถอดสูตรสำเร็จ “กุยช่ายสวรรค์” แฟรนไชส์ “สตรีทฟู้ด” ลงทุนง่าย กำไรกว่า 60%

ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ปัญหาเรื่อง “ค่าครองชีพพุ่งสูง รายได้โตไม่ทันรายจ่าย” กลายเป็นสิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่ต้องเจอ ความต้องการมองหาช่องทางสร้างรายได้เสริมหรือการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ในยุคที่ความเสี่ยงรอบด้านสูง การทุ่มเงินก้อนใหญ่ไปกับธุรกิจที่ไม่แน่นอนอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีนัก

กุยช่ายสวรรค์

 

ทางตรงกันข้ามสิ่งที่คนอยากเริ่มธุรกิจมองหามากที่สุดในตอนนี้ คือ “ธุรกิจที่เริ่มต้นง่าย ใช้เงินทุนไม่สูง แต่สร้างกระแสเงินสดหมุนเวียนได้ทันที ซึ่งการเริ่มธุรกิจที่ใช้ทุนน้อย มีปัจจัยที่เอื้อประโยชน์หลายด้านได้แก่

 

  • ลดอัตราความเสี่ยงในการล้มเหลว เป็นการเริ่มต้นแบบเซฟตัวเองว่าถ้าคาดการณ์ผิด เลือกทำเลผิด หรือเทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยน ธุรกิจที่ใช้ทุนน้อยจะไม่สร้างภาระด้านการเงินให้ผู้ลงทุนมากนัก ละหากต้องการปรับเปลี่ยนโมเดล หรือเปลี่ยนสินค้าขายใหม่ ก็ทำได้รวดเร็ว
  • อัตราการคืนทุนไว เมื่อเงินลงทุนเริ่มต้น ไม่สูงมาก ระยะเวลาในการขายเพื่อดึงเงินทุนกลับคืนมา (Break-Even Point) จึงสั้นลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผู้ลงทุนมองเห็น “กระแสเงินสดสุทธิ” (Cash Flow) เข้ากระเป๋าได้ตั้งแต่การขายสินค้าในช่วงแรกๆ
  • อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) สูงกว่า เพระร้านขนาดเล็กมีโครงสร้างค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม ไม่ต้องเสียค่าจ้างพนักงานจำนวนมาก ไม่ต้องเช่าพื้นที่ขนาดใหญ่ และมีค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์ต่ำ ทำให้เงินที่ขายได้กลายเป็นกำไรในสัดส่วนที่มากกว่า สอดคล้องกับตัวเลขที่ระบุว่าร้านอาหารขนาดใหญ่มีกำไรสุทธิคงเหลือเฉลี่ยเพียง 10% – 15% ขณะที่ธุรกิจอาหารขนาดเล็ก/สตรีทฟู้ด สามารถสร้าง Gross Margin สูงถึง 50% – 60% ได้ไม่ยาก
  • มีความยืดหยุ่นปรับตัวเข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคได้ดี การเปิดร้านแบบใช้พื้นที่น้อย เช่น คีออส, รถเข็น สามารถแทรกตัวเข้าไปอยู่ในจุดที่มีสัญจรสูง (Traffic) เช่น หน้าตลาด, สถานีรถไฟฟ้า, หน้าคอนโด หรือย่านชุมชน ได้ง่ายกว่าร้านขนาดใหญ่

มีข้อมูลน่าสนใจระบุว่าตลาดอาหารทานง่าย/ทานเล่น (Snack & Street Food) ในประเทศไทยมีมูลค่าสูงกว่า 40,000 ล้านบาท สินค้ากลุ่มนี้จัดอยู่ในหมวด Low Price Point หรือตัดสินใจซื้อง่าย ส่งผลให้อัตราการซื้อซ้ำ (Repeat Purchase Rate) ของลูกค้าในพื้นที่สูงถึง 60% – 70% ต่อเดือน

ถอดสูตรสำเร็จ “กุยช่ายสวรรค์” ลงทุนง่าย กำไรกว่า 60%

กุยช่ายสวรรค์

ทั้งนี้ “กุยช่ายสวรรค์” ถือเป็นแฟรนไชส์สร้างอาชีพที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและผู้สนใจลงทุนในยุคนี้ได้อย่างดี ตอกย้ำด้วยสาขาทั่วประเทศที่มีกว่า 160 แห่ง โดยการลงทุนมีให้เลือก 4 รูปแบบ เริ่มต้นเพียง 9,999 – 59,999 บาท ทีมงานพร้อมสนับสนุนให้คำปรึกำษา มีวัตถุดิบ + อุปกรณ์ให้พร้อมเปิดร้าน การพัฒนาเมนูใหม่ต่อเนื่อง การส่งเสริมด้านการตลาดเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น

ทั้งนี้ลองมาวิเคราะห์เบื้องต้นจะทำให้มองเห็นแนวทางการสร้างรายได้ของกุยช่ายสวรรค์ได้ชัดเจน โดยสมมุติฐานว่าเป็นร้านที่เปิดทำเลหน้าตลาดนัด / ย่านคนพลุกพล่าน

คำนวณจากช่วงเวลาขายดีเฉลี่ย 15-20 ชุด/ชั่วโมง เท่ากับว่า ยอดขายรวมต่อวันประมาณ 80 ชุด คิดราคาขายชุดละ 40 บาท เท่ากับว่าสร้างรายได้ประมาณ 3,200 บาทต่อวัน หากคำนวณเป็นรายได้ต่อเดือนประมาณ 83,200 บาท คิดอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) 60% เท่ากับว่าจะมีกำไรประมาณ 49,920 บาท

จากตัวเลขกำไรขั้นต้นนี้ถ้านำมาหักค่าใช้จ่ายประจำต่างๆ ที่มีในแต่ละเดือน เช่น ค่าเช่าที่ , ค่าน้ำค่าไฟ , ค่าแก๊ส / ค่าไฟ / น้ำมันทอด รวมถึงค่าใช้จ่ายจิปาถะต่างๆ จะมีกำไรสุทธิประมาณ 35,000 บาท เป็นอย่างน้อย

กุยช่ายสวรรค์

** เป็นตัวเลขที่คำนวณเบื้องต้น ซึ่งการลงทุนจริงอาจมีปัจจัยรายจ่ายอื่นๆ มาเกี่ยวข้อง ขึ้นอยู่กับแต่ละทำเลพื้นที่**

อย่างไรก็ดีสิ่งที่เห็นได้ชัดคือกุยช่ายสวรรค์ให้ผลตอบแทนการลงทุนที่คุ้มค่า ก็ขึ้นอยู่กับผู้ลงทุนเองด้วยที่ต้องขยัน ตั้งใจทำจริง และหากมีกลยุทธ์การตลาดที่ดีก็จะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ที่คุ้มค่ามากขึ้น

ซึ่งหากตัวเลขกำไรสุทธิอยู่ในระดับนี้นั่นหมายความว่าโอกาสคืนทุนจากธุรกิจนี้ประมาณ 1-2 เดือนเท่านั้น และเนื่องจากเป็นธุรกิจที่ระบบไม่ซับซ้อน หากเจ้าของเซ็ตระบบและจ้างพนักงานขาย โดยสมมุติว่าจ่ายค่าจ้างวันละ 350 – 400 บาท หรือประมาณ10,000 บาท/เดือน กำไรสุทธิต่อสาขาจะยังเหลือประมาณ 25,000 – 27,000 บาท/เดือน ซึ่งเปิดโอกาสให้เจ้าของสามารถขยายเป็น 2 – 3 สาขา เพื่อสร้างรายได้ Passive Income หลักแสนบาทต่อเดือนได้ไม่ยาก

กุยช่ายสวรรค์

และนี่คือเหตุผลที่ทำให้หลายคนหันมาสนใจลงทุนในแฟรนไชส์ที่ใช้เงินทุนน้อย เพราะมองเห็นโอกาสเติบโตได้ชัดเจน ยิ่งเป็นการลงทุนในธุรกิจอาหารที่มีความต้องการสูง จะขายง่ายขายดี แต่ก็ขึ้นอยู่กับทำเลสำหรับเปิดร้าน และต้องใช้ความขยันตั้งใจทำจริงด้วย หลายสาขาของกุยช่ายสวรรค์ที่เปิดตัวในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ผู้ลงทุนบางรายขยายสาขาเพิ่มได้ 2-3 แห่ง

อย่างไรก็ดีสำหรับคนที่สนใจลงทุนขอแนะนำว่าควรเข้าไปสอบถามศึกษารายละเอียดจากทางแฟรนไชส์ วิเคราะห์ข้อมูลการลงทุนให้รอบด้านก่อนตัดสินใจ หรืออาจลองศึกษาจากสาขาที่เปิดดำเนินการอยู่ดูว่ามีลูกค้ามากน้อยแค่ไหน ความพอใจจากลูกค้าเป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้ก็ล้วนใช้เป็นข้อมูลสำหรับประกอบการตัดสินใจเลือกลงทุนได้

กุยช่ายสวรรค์
ภาพจาก กุยช่ายสวรรค์

 

สนใจลงทุนแฟรนไชส์กุยช่ายสวรรค์

โทร. 064-8657927, 095-1166415

 

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy

 

คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก)

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด