เด็ก 8 ขวบสร้างธุรกิจกาแฟรายได้ 5 ล้านบาทในปีเดียว คว้าดีลลงทุนจาก Shark Tank มูลค่า 1.6 ล้านบาท

ถ้ามีคนบอกคุณว่า เด็กประถมวัย 8 ขวบสามารถสร้างธุรกิจกาแฟที่ทำรายได้กว่า 150,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 5 ล้านบาทภายในปีเดียว คุณอาจคิดว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อ แต่สำหรับ Ethan Sanborn เขาไม่ได้แค่เปลี่ยนไอเดียเล็กๆ ให้กลายเป็นธุรกิจจริง แต่ยังพาธุรกิจของตัวเองไปคว้าดีลลงทุนจากรายการ Shark Tank รายการเรียลลิตี้ธุรกิจชื่อดังของสหรัฐฯ ได้สำเร็จ

ธุรกิจที่ว่าคือ Kiid Coffee กาแฟสูตรสำหรับเด็กที่ Ethan ร่วมพัฒนากับ David Sanborn ผู้เป็นพ่อ โดยเปิดตัวในเดือนเมษายน 2024 และสามารถสร้างรายได้ประมาณ 150,000 ดอลลาร์ภายในปีแรก ก่อนจะได้รับข้อเสนอเงินลงทุน 50,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1.7 ล้านบาท จาก Daniel Lubetzky ผู้ก่อตั้งแบรนด์ขนม KIND Snacks

เรื่องราวนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากนักลงทุนรายใหญ่หรือโรงงานผลิตขนาดมหึมา แต่เริ่มจากเด็กคนหนึ่งที่ลองชิมกาแฟของพ่อ แล้วเกิดคำถามง่ายๆ ว่า ถ้าเขาชอบกาแฟเหมือนผู้ใหญ่ จะเป็นไปได้ไหมที่จะมีกาแฟที่เหมาะกับเด็กด้วย

จากเด็กที่ชอบคิดธุรกิจ สู่ไอเดียกาแฟสำหรับเด็ก

เด็ก 8 ขวบสร้างธุรกิจกาแฟ
ภาพจาก https://citly.me/d18pcv

Ethan สนใจเรื่องธุรกิจมาตั้งแต่ก่อนก่อตั้ง Kiid Coffee เขาเคยเสนอไอเดียให้พ่อฟังหลายครั้ง ตั้งแต่การขายน้ำมะนาวไปจนถึงการขายการ์ด Pokémon ส่วน David ผู้เป็นพ่อก็มีประสบการณ์ทำธุรกิจมาก่อนหลายครั้ง รวมถึงธุรกิจเกี่ยวกับสารปรุงแต่งรสชาติอาหารสัตว์เลี้ยงที่เขาขายในปี 2020

จุดเริ่มต้นของ Kiid Coffee เกิดขึ้นในวันที่ Ethan ได้ลองชิมกาแฟของพ่อ ก่อนจะเกิดแนวคิดว่าอยากมีกาแฟในแบบที่เด็ก ๆ สามารถดื่มได้ แต่สำหรับ David ไอเดียนี้ฟังดูเสี่ยงไม่น้อย เพราะเขากังวลว่าผู้ปกครองอาจไม่เห็นด้วยกับการให้เด็กดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนสูง

อย่างไรก็ตาม Ethan มีเหตุผลที่เรียบง่ายแต่ชวนให้พ่อกลับมาคิดใหม่ เขาเชื่อว่า หากตัวเองชอบผลิตภัณฑ์นี้ ก็ย่อมมีเด็กคนอื่นที่อาจชอบเหมือนกัน ทั้งคู่จึงเริ่มตรวจสอบความเป็นไปได้ โดย David ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับความสนใจของเด็กที่มีต่อกาแฟ ขณะที่ Ethan ช่วยสอบถามความคิดเห็นจากเพื่อนๆ ที่โรงเรียน เมื่อได้รับเสียงตอบรับที่ดี พ่อลูกจึงตัดสินใจทดลองทำผลิตภัณฑ์ขึ้นมาจริงๆ

ทดลองมากกว่า 100 สูตร ก่อนเจอสูตรที่ใช่

เด็ก 8 ขวบสร้างธุรกิจกาแฟ
ภาพจาก https://citly.me/d18pcv

การเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นสินค้าที่ขายได้ไม่ง่ายอย่างที่คิด Ethan และ David ทดลองสูตรกาแฟมากกว่า 100 สูตร โดยปรับทั้งชนิดของกาแฟที่ผ่านกระบวนการลดคาเฟอีน กลิ่นรส และสารอาหารที่เติมลงไป เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายในช่วงแรก พวกเขาทดลองผลิตกันภายในครัวที่บ้าน ก่อนนำตัวอย่างใส่ถุงพลาสติกแจกให้เพื่อนบ้านที่สนใจทดลองชิม โดย Ethan และน้องชายยังเป็นผู้ทดสอบรสชาติหลักด้วยตัวเอง

สำหรับ David คำถามสำคัญที่สุดไม่ได้อยู่ที่ว่าผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมอะไรบ้าง แต่อยู่ที่ว่าเด็กจะยอมดื่มจริงหรือไม่ เพราะต่อให้ผลิตภัณฑ์มีแนวคิดดีแค่ไหน หากเด็กไม่ชอบรสชาติ ธุรกิจก็ยากที่จะเติบโต Kiid Coffee จึงถูกพัฒนาให้มีคาเฟอีนในปริมาณที่น้อยมากตามข้อมูลของบริษัท พร้อมเพิ่มใยอาหารพรีไบโอติกและแร่ธาตุ เช่น แคลเซียมและธาตุเหล็ก

การพัฒนาสูตรดังกล่าวช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีจุดขายที่แตกต่างจากกาแฟทั่วไป โดยมุ่งไปยังตลาดครอบครัวที่สนใจเครื่องดื่มรสชาติกาแฟสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่มีคาเฟอีนต่ำก็ไม่ได้หมายความว่าเหมาะสำหรับเด็กทุกคนโดยอัตโนมัติ ผู้ปกครองยังควรพิจารณาส่วนผสมและคำแนะนำด้านโภชนาการด้วย

ธุรกิจอายุไม่ถึงปี แต่ทำรายได้แตะ 5 ล้านบาท

เด็ก 8 ขวบสร้างธุรกิจกาแฟ
ภาพจาก https://citly.me/d18pcv

Kiid Coffee เปิดตัวในเดือนเมษายน 2024 และเริ่มสร้างยอดขายได้อย่างน่าสนใจ เอกสารที่ CNBC Make It ตรวจสอบระบุว่า ธุรกิจทำรายได้ประมาณ 150,000 ดอลลาร์ในปี 2024 หรือราว 5 ล้านบาท แม้จะเพิ่งเริ่มดำเนินงานได้ไม่ถึงหนึ่งปีเต็มสิ่งที่น่าสนใจคือ ธุรกิจนี้ยังไม่ได้มีทีมงานขนาดใหญ่ David ยังคงทำงานประจำอีกหนึ่งงานควบคู่ไปด้วย และอาศัยพนักงานพาร์ตไทม์เพียง 3 คนช่วยดูแลงานต่างๆ

ขณะเดียวกัน กำไรจากธุรกิจยังถูกนำกลับไปลงทุนต่อ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และขยายกิจการ แทนที่จะรีบนำเงินออกมาใช้ส่วนตัว Ethan เองก็มีส่วนร่วมในการทำธุรกิจ โดยเฉพาะการตลาดบนโซเชียลมีเดีย เขาช่วยถ่ายวิดีโอสำหรับบัญชี TikTok ของ Kiid Coffee ซึ่งมีผู้ติดตามเกือบ 10,000 คนในช่วงที่ CNBC รายงาน

พ่อลูกคู่นี้ยังใช้เวลาประมาณวันละ 30 นาทีร่วมกันอ่านความคิดเห็นของลูกค้าและระดมความคิดสำหรับการพัฒนาธุรกิจในอนาคต แม้ Ethan จะจริงจังกับธุรกิจมาก แต่ David ยืนยันว่าลูกชายยังมีเวลาเล่นและใช้ชีวิตตามวัยของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องทำงานตลอดทั้งวันเพื่อพิสูจน์ความสำเร็จ

จาก Shark Tank ที่เกือบไม่ได้ลงทุน สู่ดีล 1.7 ล้านบาท

เด็ก 8 ขวบสร้างธุรกิจกาแฟ
ภาพจาก https://citly.me/d18pcv

ความสำเร็จอีกขั้นเกิดขึ้นเมื่อ Ethan และ David นำ Kiid Coffee ไปนำเสนอในรายการ Shark Tank ของสถานีโทรทัศน์ ABC ในตอนแรก นักลงทุนบางคนกังวลว่าธุรกิจยังมีขนาดเล็กเกินไปและมีงานอีกมากที่ต้องทำ Mark Cuban ถึงกับชี้ว่า ปัญหาของธุรกิจนี้คือยังมีสิ่งที่ต้องจัดการอีกมากมาย

อย่างไรก็ตาม ความสนใจของ Cuban กลับมาอีกครั้งเมื่อทราบว่า Kiid Coffee ไม่ได้ขายผ่านช่องทางออนไลน์เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีจำหน่ายในร้านกาแฟหลายแห่ง ทั้งในรูปแบบถุงสำหรับซื้อกลับบ้านและกาแฟที่เสิร์ฟเป็นแก้ว เขามองว่าการใช้ร้านกาแฟเป็นช่องทางจัดจำหน่ายช่วยให้ธุรกิจขยายตลาดได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาการขายออนไลน์เพียงอย่างเดียว

ในระหว่างการเจรจา นักลงทุนเสนอเงื่อนไขที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • Mark Cuban และ Lori Greiner เสนอเงินลงทุน 50,000 ดอลลาร์ แลกกับหุ้น 20%
  • Daniel Lubetzky ผู้ก่อตั้ง KIND Snacks เสนอเงิน 50,000 ดอลลาร์ แลกกับหุ้น 20% พร้อมเงื่อนไขที่เปิดโอกาสให้ผู้ก่อตั้งซื้อหุ้นคืน 5% หาก David เข้ามาทำธุรกิจเต็มเวลา
  • Kevin O’Leary ปรับข้อเสนอเป็นเงิน 50,000 ดอลลาร์ แลกกับหุ้น 15% ท้ายที่สุด Ethan และ David เลือกรับข้อเสนอของ Lubetzkyเหตุผลสำคัญไม่ได้อยู่ที่เงินลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นประสบการณ์ของนักลงทุนรายนี้ในธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหาร ซึ่งอาจช่วยให้ Kiid Coffee เติบโตได้ในระยะยาวDavid ยังยืนยันกับ CNBC Make It ภายหลังการถ่ายทำว่า ดีลดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหลังจากรายการถ่ายทำเสร็จสิ้นแล้ว

สำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นได้ไม่ถึงปี การได้รับเงินลงทุนจากนักธุรกิจที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมอาหารจึงเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดจากผลิตภัณฑ์เล็กๆ ไปสู่ตลาดที่ใหญ่ขึ้น

บทเรียนจากเด็ก 8 ขวบที่มองเห็นโอกาสจากสิ่งใกล้ตัว

เด็ก 8 ขวบสร้างธุรกิจกาแฟ
ภาพจาก https://citly.me/d18pcv

เรื่องราวของ Ethan Sanborn แสดงให้เห็นว่า ไอเดียธุรกิจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการค้นพบเทคโนโลยีที่ซับซ้อน หรือการมองเห็นตลาดขนาดใหญ่ตั้งแต่วันแรกบางครั้ง จุดเริ่มต้นอาจเป็นเพียงการสังเกตว่าตัวเองต้องการอะไร แล้วตั้งคำถามว่ายังมีคนอื่นที่ต้องการสิ่งเดียวกันหรือไม่

แต่สิ่งที่ทำให้ Kiid Coffee ไปไกลกว่าความคิดเล่นๆ ของเด็กคนหนึ่ง คือการนำไอเดียนั้นมาทดสอบจริง ทดลองสูตรซ้ำมากกว่า 100 ครั้ง รับฟังความคิดเห็นจากลูกค้า และสร้างช่องทางจัดจำหน่ายที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนอินเทอร์เน็ตอีกปัจจัยสำคัญคือการมีพ่อที่ช่วยเปลี่ยนจินตนาการให้กลายเป็นกระบวนการทางธุรกิจ โดยยังเปิดโอกาสให้ลูกมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและเรียนรู้จากประสบการณ์จริง

รายได้ 150,000 ดอลลาร์ในปี 2024 และดีลลงทุน 50,000 ดอลลาร์จาก Shark Tank จึงเป็นมากกว่าตัวเลขที่น่าประทับใจ เพราะมันสะท้อนให้เห็นว่า แม้แต่ไอเดียที่เริ่มต้นจากบทสนทนาระหว่างพ่อกับลูก ก็อาจกลายเป็นธุรกิจที่มีลูกค้าจริงได้ หากมีการทดลองและพัฒนาอย่างจริงจัง และบางครั้ง โอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจที่สุดก็ไม่ได้เริ่มจากการถามว่า “เราจะขายอะไรให้คนได้มากที่สุด” แต่อาจเริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่า “ทำไมสิ่งที่เราอยากได้ ถึงยังไม่มีใครทำออกมาขาย”

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy

คุณมนตรี ศรีวงษ์ (อ๊อฟ)

นักเขียน ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงข่าวสาร การค้า การลงทุน มีความสนใจเรื่องของธุรกิจเอสเอ็มอี และแฟรนไช