เกือบเจ๊ง! “Bacha Coffee” กาแฟแก้วละ 5,000 บาท แต่ดันขายดี

ท่ามกลางการแข่งขันอย่างดุเดือดของตลาดกาแฟทั่วโลก หนึ่งในแบรนด์กาแฟที่เลือกแข่งขันด้วยการขาย “ตำนาน” และ “รสนิยม” ก็คือ Bacha Coffee ร้านกาแฟเฮอริเทจจากโมร็อกโก ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจของการนำประวัติศาสตร์กว่า 100 ปี มาสร้างมูลค่าใหม่ จนกลายเป็นแบรนด์ลักชัวรี่ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในเอเชียและตะวันออกกลาง

สิ่งที่ Bacha Coffee ทำและแตกต่างจากเชนร้านกาแฟแบรนด์อื่นๆ ทั่วโลก ก็คือ แบรนด์ไม่ได้วางตำแหน่งตัวเองเป็น “ร้านกาแฟสำหรับดื่มทุกวัน” แต่เป็นการดื่มแบบสร้างประสบการณ์พิเศษ ที่ผู้บริโภคยอมจ่ายเพื่อสัมผัสเรื่องราว ความหรูหรา และความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งของร้านกาแฟที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีต ตั้งแต่สถาปัตยกรรมแบบโมร็อกโก แพ็กเกจจิงสไตล์กิฟต์บ็อกซ์ ไปจนถึงพิธีการเสิร์ฟกาแฟที่เน้นความละเอียดอ่อน ทุกองค์ประกอบล้วนทำหน้าที่เล่าเรื่องแทนแบรนด์

ในเชิงธุรกิจการฟื้นคืนชีพของ Bacha Coffee ภายใต้การบริหารของกลุ่ม “บริษัทวีทรี กูร์เมต์” จากสิงคโปร์ สะท้อนแนวคิดการสร้างแบรนด์แบบ “Heritage as Value” หรือการเปลี่ยนมรดกทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นทรัพย์สินทางเศรษฐกิจ แบรนด์ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่หยิบตำนานในอดีตมาปรับให้เข้ากับบริบทผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเลือกขยายสาขาในเมืองใหญ่ ศูนย์กลางเศรษฐกิจ และแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อและเปิดรับประสบการณ์ระดับพรีเมียม

การเติบโตของ Bacha Coffee ยังสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่มองการดื่มกาแฟเป็นมากกว่าการบริโภค แต่เป็นการแสดงออกถึงตัวตนและรสนิยมการดื่มกาแฟของผู้บริโภค

ในโลกที่โซเชียลมีเดียมีบทบาทสูง ร้านกาแฟที่มีเรื่องเล่าและภาพให้จดจำชัดเจน ย่อมได้เปรียบในเชิงการตลาด นั่นจึงทำให้ Bacha Coffee ไม่ได้ขายแค่กาแฟอาราบิก้า 100% จากทั่วโลก แต่กำลังขายความหมายที่ซ่อนอยู่ในทุกแก้วที่มีการเสิร์ฟกาแฟ

จุดเริ่มต้น Bacha Coffee

เกือบเจ๊ง! “Bacha Coffee”
ภาพจาก www.facebook.com/BachaCoffeeOfficial

Bacha Coffee เปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1910 ที่เมืองมาร์ราเกช ประเทศโมร็อกโก ร้านตั้งอยู่ใกล้กับพระราชวังดาร์ เอล บาชา (Dar El Bacha) ซึ่งในอดีตเป็นที่พำนักของขุนนางและชนชั้นสูงในยุคนั้น ทำให้ร้านกาแฟแห่งนี้กลายเป็นแหล่งพบปะของกลุ่มชนชั้นนำ นักการเมือง และบุคคลสำคัญระดับโลก

มีบันทึกข้อมูลว่าบุคคลผู้ทรงอิทธิพลในประวัติศาสตร์หลายรายเคยแวะเวียนมานั่งจิบกาแฟอาราบิก้าที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น แฟรงคลิน ดี. โรสเวลต์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา, วินสตัน เชอร์ชิล อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ไปจนถึง ชาร์ลี แชปลิน นักแสดงตลกระดับตำนานแห่งฮอลลีวูด สะท้อนบทบาทของ Bacha Coffee ในฐานะพื้นที่ทางสังคมและวัฒนธรรมของยุคนั้น

จากความรุ่งเรืองสู่การหลับใหล

อย่างไรก็ตาม หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ร้านกาแฟบาชา คอฟฟี่ ต้องปิดตัวลง และอาคารดั้งเดิมถูกปล่อยทิ้งให้ทรุดโทรมตามกาลเวลา เรื่องราวของร้านกาแฟระดับตำนานแห่งนี้จึงค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คน

การฟื้นคืนชีพโดยกลุ่ม “วีทรี กูร์เมต์”

เกือบเจ๊ง! “Bacha Coffee”
ภาพจาก www.facebook.com/BachaCoffeeOfficial

ต่อมาจนกระทั่งปี ค.ศ. 2019 จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญก็เกิดขึ้น เมื่อกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มจากสิงคโปร์อย่าง “วีทรี กูร์เมต์ (V3 Gourmet)” เข้าไปซื้อกิจการ และทำการบูรณะฟื้นฟูร้านกาแฟดั้งเดิมในมาร์ราเกชอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้คงจิตวิญญาณและสถาปัตยกรรมดั้งเดิมเอาไว้ให้มากที่สุด

ร้าน Bacha Coffee ในโมร็อกโกจึงกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบอีกครั้งในปีเดียวกัน พร้อมกับการวางกลยุทธ์ใหม่ในการปลุกปั้นแบรนด์ให้กลายเป็นเชนร้านกาแฟลักชัวรี่สไตล์เฮอริเทจ ที่ถ่ายทอดมนต์เสน่ห์แบบโมร็อกโกสู่สายตาชาวโลก โดยเริ่มเปิดสาขาแรกในต่างประเทศที่สิงคโปร์ ซึ่งเป็นฐานเครือข่ายธุรกิจหลักของกลุ่มวีทรี กูร์เมต์

เฮอริเทจโมร็อกโกในรูปแบบร่วมสมัย

ภาพจาก www.facebook.com/BachaCoffeeOfficial

รูปแบบและโมเดลร้านของ Bacha Coffee มีความโดดเด่นจากร้านกาแฟทั่วไป มีการตกแต่งภายในโดยได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะและสถาปัตยกรรมโมร็อกโกแบบย้อนยุค เต็มไปด้วยลวดลาย สีสัน และรายละเอียดที่ชวนให้นึกถึงพระราชวังโบราณ ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ถูกใจกลุ่มลูกค้าสายอาร์ตและสายถ่ายภาพ

หากสังเกตให้ดี จะพบว่าการดีไซน์และการจัดพื้นที่ของร้านบาชา คอฟฟี่ มีความคล้ายคลึงกับร้านชา TWG Tea อยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นความหรูหรา การจัดวางสินค้า หรือการสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าภายในร้าน ซึ่งถือเป็นแนวคิดหลักของกลุ่มวีทรี กูร์เมต์ ที่ให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์” ควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์

ร้านกาแฟที่เริ่มต้นจากการโชว์สินค้า

ภาพจาก www.facebook.com/BachaCoffeeOfficial

อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่เห็นได้ชัดคือ การออกแบบร้านให้สินค้าเป็นพระเอก ร้านหลายแห่ง โดยเฉพาะสาขาในกรุงโซล ถูกออกแบบเป็นร้านสองชั้น โดยชั้นล่างเป็นพื้นที่จำหน่ายกาแฟบรรจุหีบห่อและอุปกรณ์ชงกาแฟ ส่วนชั้นบนจึงเป็นพื้นที่นั่งดื่มกาแฟ

เรียกได้ว่าเพียงลูกค้าก้าวเท้าเข้าไปในร้าน ลูกค้าจะได้เห็นผลิตภัณฑ์อันหลากหลายของแบรนด์ก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แพ็กเกจจิง “กิฟต์บ็อกซ์” ทำเลระดับพรีเมียม

เกือบเจ๊ง! “Bacha Coffee”
ภาพจาก https://citly.me/a7cnQ

แพ็กเกจจิงของ Bacha Coffee ก็เป็นอีกหนึ่งจุดขายสำคัญ ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น หรูหรา และให้ความรู้สึกเหมือนเป็นกล่องของขวัญ (Gift Box) ทำให้กาแฟร้านนี้ไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่กลายเป็นของฝากหรือของขวัญในโอกาสพิเศษ

ขณะเดียวกัน โลเคชันของร้านแต่ละสาขามักเลือกตั้งอยู่ในย่านธุรกิจใจกลางเมือง หรือแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น

  • สิงคโปร์ เปิดสาขาขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่สนามบินชางงี บนพื้นที่กว่า 7,000 ตารางฟุต
  • เกาหลีใต้ สาขาแรกตั้งอยู่ที่ถนนชองดัมดง ย่านช้อปปิ้งหรูของกรุงโซล
  • อินโดนีเซีย เลือกทำเลในศูนย์การค้าเสนายัน พลาซ่า กรุงจาการ์ตา
  • ไทย เลือกทำเลเปิดร้านสยามพารากอน ใจกลางกรุงเทพฯ

ทั้งหมดล้วนสะท้อนการวางตำแหน่งแบรนด์ระดับพรีเมียมอย่างชัดเจน

หัวใจของแบรนด์ยังคงเป็น “กาแฟ”

เกือบเจ๊ง! “Bacha Coffee”
ภาพจาก www.facebook.com/BachaCoffeeOfficial

แม้ภาพลักษณ์ร้านจะดูหรูหรา แต่หัวใจของ Bacha Coffee ยังคงอยู่ที่กาแฟอาราบิก้า 100% จากแหล่งเพาะปลูกทั่วโลกกว่า 200 รายการ โดยเฉพาะกาแฟคั่วแบบซิงเกิลออริจินที่นำเข้ามาทำตลาดจำนวนมาก

นอกจากกาแฟระดับไฮเอนด์อย่าง Paraiso Gold Coffee จากบราซิลแล้ว ยังมีกาแฟหายากชื่อดังอีกหลายชนิด บรรจุในแพ็กเกจขนาด 100 กรัม ราคาอยู่ระหว่าง 17–34 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 534 – 1,068 บาท เช่น

  • จาเมกา บลู เมาเทน
  • เอธิโอเปีย เยอร์กาเชฟ แฮร์ลูม
  • อินโดนีเซีย จาวา บลู
  • คิวบา เตอร์ควิโน
  • รวันด้า ไนมาเชค ไฮแลนด์
  • เปรู ตุงกี วัลเลย์
  • นิคารากัว แกรนด์ มาราโกกิป กาแฟเมล็ดใหญ่หรือที่เรียกกันว่า “เมล็ดช้าง”

รสชาติและสูตรต้นตำรับจากโมร็อกโก

ภาพจาก www.facebook.com/BachaCoffeeOfficial

ไม่เพียงแค่กาแฟเท่านั้น เมนูอาหารและเบเกอรี่หลายรายการยังใช้สูตรต้นตำรับจากโมร็อกโก เพื่อให้สอดคล้องกับคอนเซปต์ของร้านอย่างแท้จริง ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสวัฒนธรรมโมร็อกโกผ่านทั้งรสชาติและบรรยากาศในร้าน

ตำนานท้องถิ่น สู่แบรนด์ระดับโลก

เรื่องราวของ Bacha Coffee จึงไม่ใช่เพียงการขยายธุรกิจร้านกาแฟไปทั่วโลก แต่คือการนำตำนานกว่า 100 ปีมาปัดฝุ่นใหม่ ผสานกับกลยุทธ์การตลาดสมัยใหม่ของกลุ่มธุรกิจจากสิงคโปร์ จนกลายเป็นแบรนด์ลักชัวรี่เฮอริเทจที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคทั่วโลก และการเปิดสาขาในไทย ก็เป็นอีกบทหนึ่งของเรื่องราวการเดินทางจากมาร์ราเกช สู่สายตาคอกาแฟชาวไทย

หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้ Bacha Coffee แตกต่างจากร้านกาแฟทั่วไป คือ ความหลากหลายของเมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% ที่มีให้เลือกมากกว่า 200 รายการ จาก 35 ประเทศผู้ผลิตกาแฟระดับโลก ครอบคลุมตั้งแต่ซิงเกิลออริจินหายาก ไปจนถึงเบลนด์พิเศษและกาแฟดีแคฟ นอกจากนี้ การออกแบบร้านและแพ็กเกจจิงยังถ่ายทอดความหรูหราในบรรยากาศแบบพระราชวังดั้งเดิมได้อย่างลงตัว เสริมภาพลักษณ์ความเป็นลักชัวรี่เฮอริเทจที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

กาแฟพรีเมียมกับพฤติกรรมผู้บริโภคเอเชีย

ภาพจาก www.facebook.com/BachaCoffeeOfficial

ตลาดกาแฟในเอเชีย โดยเฉพาะอาเซียนมีความพิเศษตรงที่เป็นทั้งแหล่งปลูกกาแฟและตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ แนวโน้มในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผู้บริโภคเริ่มมองหากาแฟเกรดพรีเมียมและกาแฟแบบพิเศษ (Specialty Coffee) มากขึ้น เพื่อแสวงหารสชาติและประสบการณ์ที่แตกต่างจากเดิม ส่งผลให้อัตราการบริโภคกาแฟเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน เชนร้านกาแฟทั้งจากในและนอกภูมิภาคต่างเร่งขยายสาขาแข่งขันกันอย่างเข้มข้น โดยไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติของกาแฟเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรูปแบบร้าน ประสบการณ์ และภาพลักษณ์ของแบรนด์ ที่กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดลูกค้า

รูปแบบร้านที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร กลายเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในยุคปัจจุบัน วัฒนธรรมการถ่ายภาพและแชร์ประสบการณ์ลงบนโซเชียลมีเดีย ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากให้ความสนใจและนิยมตระเวนแวะไปตามคาเฟ่ต่างๆ เพื่อเช็กอินและถ่ายรูป หรือที่เรียกกันว่า “Cafe Hopping”

ร้านกาแฟที่มีความสวยงาม ดีไซน์โดดเด่น หรือมีบรรยากาศแปลกใหม่ จึงสามารถกลายเป็นสื่อโฆษณาในตัวเองโดยแทบไม่ต้องลงทุนเพิ่มเติม นี่คือจุดที่ Bacha Coffee ใช้ความหรูหราในสไตล์เฮอริเทจสร้างประสบการณ์ที่ทั้ง “ดื่มได้” และ “ถ่ายรูปได้”

การขยายสาขาอย่างเร็วของแบรนด์ลักชัวรี่

ภาพจาก www.facebook.com/BachaCoffeeOfficial

ไม่ว่าจะมองว่าเป็นการมีทุนหนา หรือมองเห็นช่องว่างทางการตลาดอย่างแม่นยำ เชนร้านกาแฟลักชัวรี่สไตล์เฮอริเทจอย่าง Bacha Coffee ก็ขยายสาขาอย่างรวดเร็ว โดยเริ่มจากสาขาแรกในสิงคโปร์ช่วงปลายปี ค.ศ. 2019 ก่อนขยายไปยัง ฮ่องกง มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไต้หวัน เกาหลีใต้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และคูเวต รวมแล้ว 24 สาขา ใน 12 เมืองใหญ่ทั่วโลก

มีรายงานว่าบริษัทมีแผนเปิดสาขาแรกในทวีปยุโรปที่กรุงปารีสในช่วงปลายปี 2024 และเตรียมขยายต่อไปยังโตเกียว มาเก๊า และซาอุดีอาระเบียในปีถัดมา สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดกาแฟพรีเมียมระดับโลก

กาแฟแก้วละ 5,000 กับพลังโซเชียล

เกือบเจ๊ง! “Bacha Coffee”
ภาพจาก https://citly.me/a7cnQ

ปรากฏการณ์ที่สร้างเสียงฮือฮาไม่น้อย คือ กรณีของยูทูบเบอร์ชาวเกาหลีที่สั่งกาแฟราคาสูงถึงแก้วละ 5,000 บาท จนหลายคนตั้งคำถามว่า ต้องมีรายได้มากเพียงใดจึงจะกล้าดื่มกาแฟราคาเช่นนี้ ขณะที่บางส่วนมองว่านี่อาจเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการตลาดหรือการรีวิวโดยอินฟลูเอนเซอร์ในยุคที่คอนเทนต์ออนไลน์มีอิทธิพลอย่างสูง

เมล็ดกาแฟที่ถูกพูดถึงก็คือ Paraiso Gold Coffee จากบราซิล หรือ กาแฟสวรรค์สีทอง ซึ่งเป็นกาแฟซิงเกิลออริจินที่มีราคาสูงที่สุดของร้าน ขณะที่เมนูที่มีราคาย่อมเยาที่สุดคือชุดกาแฟร้อนสำหรับ 2 คน ราคาอยู่ที่ราว 16,000 วอน หรือประมาณ 400 กว่าบาท เสิร์ฟในรูปแบบเหยือกกาแฟปริมาณ 350 มิลลิลิตร

มากกว่ากาแฟ คือการขายประสบการณ์

เมื่อมองโดยภาพรวม Bacha Coffee ไม่ได้ขายเพียงเครื่องดื่ม แต่กำลังขายประสบการณ์ รสนิยม และเรื่องราวของแบรนด์ ที่ผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์สมัยใหม่

การเปิดสาขาแรกในประเทศไทยที่สยามพารากอน จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มจุดขายอีกแห่ง แต่เป็นการทดสอบพลังของตลาดกาแฟพรีเมียมในไทยว่าพร้อมเปิดรับแบรนด์ลักชัวรี่ระดับโลกมากน้อยเพียงใด

และในยุคที่กาแฟหนึ่งแก้วอาจเป็นได้ทั้งเครื่องดื่ม คอนเทนต์ และสัญลักษณ์ของตัวตน แบรนด์อย่าง Bacha Coffee ก็กำลังพิสูจน์ว่า “ราคา” อาจไม่ใช่ข้อจำกัด หากประสบการณ์ที่ได้รับมีคุณค่ามากพอในสายตาผู้บริโภค

ปักหมุดในประเทศไทย ณ สยามพารากอน

เกือบเจ๊ง! “Bacha Coffee”
ภาพจาก https://citly.me/a7cnQ

การเปิดสาขาแรกในประเทศไทยเมื่อช่วงปลายปี 2025 นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ Bacha Coffee โดยเลือกสยามพารากอน ศูนย์การค้าระดับโลกที่เป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ของกรุงเทพฯ เป็นสถานที่ถ่ายทอดมนต์

เสน่ห์ของแบรนด์ Bacha Coffee สู่คอกาแฟชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของความหรูหรา ความประณีต และรสนิยมอันโดดเด่นที่สอดรับกับตัวตนของแบรนด์ Bacha Coffee ได้อย่างลงตัว

Bacha Coffee เป็นร้านขนาดพื้นที่กว่า 352 ตารางเมตร ออกแบบให้เสมือนคฤหาสน์อันโอ่อ่าที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกาแฟ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่ Coffee Boutique, Coffee Room และโซน Takeaway เพื่อมอบประสบการณ์ที่หลากหลายและครบครันในทุกมิติให้กับผู้บริโภค

เกือบเจ๊ง! “Bacha Coffee”
ภาพจาก https://citly.me/a7cnQ

ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อกาแฟ การนั่งดื่มเมนูกาแฟแก้วโปรด หรือการแวะซื้อกลับ ทุกมุมของร้านล้วนสะท้อนความใส่ใจในรายละเอียด ตั้งแต่การตกแต่ง สีสัน วัสดุ ไปจนถึงบรรยากาศที่ชวนให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้เดินทางข้ามกาลเวลาไปยังมาร์ราเกช

ภายใน Coffee Boutique ลูกค้าจะได้พบกับกาแฟอาราบิก้า 100% มากกว่า 200 ชนิด ที่คัดสรรจาก 35 ประเทศผู้ผลิตกาแฟชั้นนำทั่วโลก ครอบคลุมตั้งแต่กาแฟซิงเกิลออริจินที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแหล่งปลูก กาแฟเบลนด์คุณภาพเยี่ยม กาแฟปรุงแต่งกลิ่นหอมพิเศษ ไปจนถึงกาแฟดีแคฟแบบ Naturally CO₂ Decaffeinated ที่ยังคงรสชาติและกลิ่นหอมอย่างสมบูรณ์

กาแฟทุกชนิดล้วนผ่านการคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งนักดื่มกาแฟมือใหม่และคอกาแฟตัวจริงที่มองหาประสบการณ์ในรสชาติกาแฟที่แตกต่างจากที่อื่น

บริการแบบเฉพาะบุคคล โดย Coffee Master

เกือบเจ๊ง! “Bacha Coffee”
ภาพจาก https://citly.me/a7cnQ

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Bacha Coffee คือการให้บริการโดย Coffee Master ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำแบบส่วนบุคคล ตั้งแต่การเลือกเมล็ดกาแฟที่เหมาะกับรสนิยมของลูกค้าแต่ละคน ไปจนถึงการบดกาแฟสดใหม่ตามระดับความละเอียดที่เหมาะสมกับวิธีการชงที่แตกต่างกัน เพื่อให้ทุกแก้วของกาแฟถ่ายทอดรสชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

นี่คือประสบการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของแบรนด์ในการยกระดับการดื่มกาแฟให้เป็นช่วงเวลาแห่งการดื่มด่ำอย่างแท้จริง

นอกจากกาแฟคุณภาพสูงแล้ว Bacha Coffee ยังมีจำหน่ายกาแฟบรรจุซองดีไซน์หรู และอุปกรณ์ชงกาแฟงานฝีมือระดับพรีเมียม ที่เหมาะทั้งสำหรับเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษ หรือเพื่อยกระดับการดื่มกาแฟในชีวิตประจำวันให้เต็มไปด้วยรสนิยมระดับพรีเมียมและความประณีตของการชงกาแฟ

สรุป

เกือบเจ๊ง! “Bacha Coffee”
ภาพจาก https://citly.me/a7cnQ

Bacha Coffee คือกรณีศึกษาที่สะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับ “กาแฟ” จากเครื่องดื่มธรรมดาให้กลายเป็นการสร้างประสบการณ์เชิงวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์การดื่มของผู้บริโภค ผ่านการใช้ตำนานกว่า 100 ปี สถาปัตยกรรมแบบเฮอริเทจ และพิธีการเสิร์ฟอันประณีต สร้างคุณค่าเชิงสัญลักษณ์ที่ทำให้ผู้บริโภคยอมจ่ายในราคาพรีเมียม

กลยุทธ์การวางตำแหน่งแบรนด์ในฐานะร้านกาแฟลักชัวรี่ ไม่ได้แข่งขันในด้านความถี่ของการดื่ม ไม่ได้อยากให้ลูกค้ามาซื้อประจำ แต่แข่งขันด้วยเรื่องราวของแบรนด์ รสนิยมการดื่มอันหรูหรา และประสบการณ์ที่แตกต่างและจดจำได้ ซึ่งสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคโซเชียลที่ให้ความสำคัญกับอัตลักษณ์และการแชร์ประสบการณ์มากเป็นพิเศษ

การเปิดสาขาแรกในประเทศไทยที่สยามพารากอน จึงเป็นมากกว่าการขยายธุรกิจ แต่เป็นการทดสอบศักยภาพของตลาดกาแฟพรีเมียมไทยว่า มีความพร้อมเปิดรับแบรนด์ระดับโลกมากเพียงใด ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดกาแฟ

Bacha Coffee กำลังพิสูจน์ว่า หากแบรนด์สามารถผสานคุณภาพ เรื่องเล่า และประสบการณ์ได้อย่างลงตัว แม้กาแฟหนึ่งแก้วจะมีราคาสูงเพียงใด ก็ยังมีผู้บริโภคที่พร้อมจ่าย เพื่อแลกกับคุณค่าที่มากกว่าแค่รสชาติในถ้วยกาแฟ

แหล่งข้อมูล

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy

คุณมนตรี ศรีวงษ์ (อ๊อฟ)

นักเขียน ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงข่าวสาร การค้า การลงทุน มีความสนใจเรื่องของธุรกิจเอสเอ็มอี และแฟรนไช