จากอดีตนายธนาคาร JPMorgan สู่ธุรกิจเสื้อยืดที่ทำเงิน 3.5 แสนบาทใน 21 ชั่วโมง

ใครจะคิดว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่สร้างความตกใจให้กับคนทั้งเมือง จะกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ทำเงินได้เกือบ 10,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 350,000 บาท ภายในเวลาเพียง 21 ชั่วโมง

สำหรับ Kerry Colley อดีตผู้บริหารของ JPMorgan Chase เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเพียง 15 นาทีหลังแผ่นดินไหวขนาด 4.5 แมกนิจูดเขย่านครนิวยอร์ก เมื่อเขาตัดสินใจเริ่มพิมพ์เสื้อยืดที่มีข้อความว่า “I Survived the NYC Earthquake” หรือ “ฉันรอดจากแผ่นดินไหวในนิวยอร์กมาได้”

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเกินกว่าที่เขาคาดไว้ เพราะภายในเวลาเพียง 21 ชั่วโมง ร้านของเขาขายเสื้อได้ประมาณ 1,000 ตัว สร้างยอดขาย 9,800 ดอลลาร์ หรือประมาณ 350,000 บาท กลายเป็นสุดสัปดาห์ที่ทำรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ของร้าน

จากชีวิตในธนาคาร สู่การเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง

จากอดีตนายธนาคาร jpmorgan
ภาพจาก https://citly.me/p4l1d

ก่อนจะกลายเป็นเจ้าของร้านเสื้อยืด Colley ใช้เวลามากกว่าสองทศวรรษทำงานในอุตสาหกรรมธนาคาร โดยทำงานกับ JPMorgan Chase เป็นเวลาราว 12 ปี และก้าวขึ้นไปถึงตำแหน่ง Executive Director

แต่หลังจากทำงานในสายธนาคารมานาน เขาเริ่มรู้สึกหมดไฟและตั้งคำถามกับเส้นทางอาชีพของตัวเอง ในที่สุด Colley ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ หลังได้รับคำแนะนำจากโค้ชด้านธุรกิจให้ลองเข้าสู่โลกของการเป็นผู้ประกอบการ

เดิมทีเขามองว่าธุรกิจใหม่อาจเป็นเพียงงานกึ่งเกษียณ หรือ “semi-retirement job” ที่ทำเพื่อความสนุกและมีรายได้เสริม แต่สุดท้ายมันกลับกลายเป็นงานหลักของเขา

Colley เลือกลงทุนในแฟรนไชส์ Big Frog Custom T-Shirts ซึ่งเป็นธุรกิจรับออกแบบและผลิตเสื้อยืดแบบสั่งทำ โดยปัจจุบันมีสาขามากกว่า 75 แห่งทั่วสหรัฐฯ เหตุผลหนึ่งที่เขาสนใจแฟรนไชส์นี้คือ เจ้าของแฟรนไชส์เองยังไม่แน่ใจว่าจะทำการตลาดร้านในนิวยอร์กอย่างไร ทำให้ Colley มีอิสระค่อนข้างมากในการบริหารและสร้างแนวทางการตลาดของตัวเอง

จากเสื้อธรรมดา สู่สินค้าที่เกิดขึ้นเพียง 15 นาทีหลังแผ่นดินไหว

จากอดีตนายธนาคาร jpmorgan
ภาพจาก https://citly.me/p4l1d

วันที่ 5 เมษายน 2024 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.5 แมกนิจูดในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ และสามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ในนิวยอร์ก เพียง 15 นาทีหลังเกิดเหตุ Colley

ก็เริ่มพิมพ์เสื้อที่มีข้อความว่า “I Survived The NYC Earthquake” ในตอนแรกเขาไม่ได้คิดว่ามันจะกลายเป็นกระแสใหญ่โต เขาเพียงมองเห็นโอกาสที่จะสร้างสินค้าที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในเมือง แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้เปลี่ยนไปคืออินเทอร์เน็ต

Colley ไม่ได้เป็นคนโพสต์ภาพเสื้อแล้วทำให้มันกลายเป็นไวรัลด้วยตัวเอง เขาบอกว่าเป็นลูกค้าและคนอื่นๆ ที่นำเรื่องราวของร้านไปเผยแพร่ต่อ จนกระแสเริ่มขยายออกไปอย่างรวดเร็ว

“เราไม่ได้เป็นคนโพสต์เอง มีคนอื่นโพสต์ แล้วก็มีคนอื่นทำให้เราไวรัล”

หลังจากนั้น ลูกค้าจำนวนมากเริ่มเดินทางมาที่ร้าน ลูกค้าต่อแถวยาว 2 ชั่วโมง ในช่วงที่กระแสกำลังพุ่งขึ้น ร้านมีลูกค้าประมาณ 70 คนต่อแถวรอซื้อเสื้อ โดยบางคนต้องรอนานถึง 2 ชั่วโมง สิ่งที่น่าสนใจคือกระแสไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในกลุ่มคนท้องถิ่นเท่านั้น นักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งเดินทางมายังร้านหลังจากเห็นข่าวและวิดีโอเกี่ยวกับเสื้อดังกล่าวผ่านสื่อในต่างประเทศ รวมถึงสื่อในอิตาลี

ภายในเวลาเพียง 21 ชั่วโมง ร้านสามารถขายเสื้อได้ประมาณ 1,000 ตัว และสร้างยอดขายประมาณ 9,800 ดอลลาร์ หรือราวๆ 350,000 บาท สำหรับร้านที่ไม่ได้วางแผนแคมเปญการตลาดล่วงหน้า นี่ถือเป็นยอดขายที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจากกระแสที่เกิดขึ้นแบบแทบจะทันที

เสื้อราคา 10 ดอลลาร์ แต่ขายได้เกือบ 10,000 ดอลลาร์

จากอดีตนายธนาคาร jpmorgan
ภาพจาก https://citly.me/p4l1d

Colley ตั้งราคาพิเศษสำหรับเสื้อแผ่นดินไหวไว้ที่ตัวละ 10 ดอลลาร์ หรือประมาณ 350 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาเสื้อ Big Frog ทั่วไปที่อยู่ราว 30 ดอลลาร์ เขายืนยันว่าจะไม่ขึ้นราคาสินค้า แม้ว่าความต้องการจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

หากขายได้ประมาณ 1,000 ตัวที่ราคา 10 ดอลลาร์ ก็เท่ากับยอดขายราว 10,000 ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับตัวเลข 9,800 ดอลลาร์ที่ร้านทำได้ในช่วง 21 ชั่วโมง เมื่อกระแสเริ่มขยายไปบนโลกออนไลน์ ร้านจึงตัดสินใจนำเสื้อออกมาขายผ่านช่องทางออนไลน์ด้วย ภายในวันจันทร์ถัดมา ร้านทำยอดขายออนไลน์จากเสื้อแผ่นดินไหวเพิ่มอีก 1,600 ดอลลาร์ หรือราว 57,000 บาท

จากงาน “กึ่งเกษียณ” สู่ธุรกิจที่ทำให้เขาไม่อยากกลับไปเป็นพนักงานอีก

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในเรื่องนี้อาจไม่ใช่ยอดขายจากเสื้อแผ่นดินไหว แต่เป็นเส้นทางก่อนหน้านั้นของ Colley เขาเคยอยู่ในโลกการเงินและธนาคารมานานกว่า 25 ปี ก่อนจะตัดสินใจทิ้งเส้นทางอาชีพเดิมเพื่อเริ่มต้นธุรกิจ

จากเดิมที่คิดว่าจะทำร้านแบบสบายๆ หลังออกจากงานประจำ กลายเป็นว่าเขาต้องทำงานเต็มเวลา โดยปัจจุบันมีพนักงานประจำ 3 คน และพนักงานพาร์ตไทม์อีก 3 คน ขณะที่ Joshua Drumm สามีของเขาก็เข้ามาช่วยดูแลธุรกิจด้วย Colley บอกว่าตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เขาได้เรียนรู้มากกว่าที่เคยจินตนาการไว้ และไม่คิดว่าจะกลับไปทำงานในโลกธนาคารอีก สิ่งที่เขาชอบมากที่สุดคือความรู้สึกที่ได้สร้างสรรค์ผลงาน ได้พบปะผู้คนหลากหลาย และสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับธุรกิจของตัวเองได้

ไม่ได้ตั้งใจสร้างเงินล้าน แต่กลับได้เรียนรู้ธุรกิจที่ตัวเองรัก

จากอดีตนายธนาคาร jpmorgan
ภาพจาก https://citly.me/p4l1d

Colley ไม่ได้เริ่มต้นธุรกิจด้วยเป้าหมายว่าจะต้องสร้างรายได้มหาศาล เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะทำเงินเป็นล้านดอลลาร์ และไม่ได้เริ่มต้นจากความคิดว่าจะต้องสร้างธุรกิจขนาดใหญ่ สิ่งที่เขาต้องการคือการมีงานที่สนุกและได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ

แต่เหตุการณ์แผ่นดินไหวแสดงให้เห็นอีกด้านหนึ่งของธุรกิจ นั่นคือ เมื่อผู้ประกอบการสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ก็อาจสร้างโอกาสทางธุรกิจขึ้นมาได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที เสื้อที่เริ่มพิมพ์เพียง 15 นาทีหลังเกิดแผ่นดินไหว กลายเป็นสินค้าที่ขายได้ประมาณ 1,000 ตัวภายใน 21 ชั่วโมง

บทเรียนจากเสื้อยืด 10 ดอลลาร์

เรื่องราวของ Kerry Colley ไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบการทุกคนจะสามารถเปลี่ยนเหตุการณ์ไวรัลให้กลายเป็นรายได้หลายแสนบาทได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่สิ่งที่น่าสนใจคือความเร็วในการตัดสินใจ Colley เห็นเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น และภายในเวลาเพียง 15 นาที เขาก็สามารถเปลี่ยนมันให้กลายเป็นสินค้าได้

เขาไม่ได้ใช้เวลาหลายเดือนในการวางแผนผลิตภัณฑ์ ไม่ได้รอให้กระแสเกิดขึ้นก่อนแล้วจึงค่อยลงมือ แต่ใช้จุดแข็งของธุรกิจที่มีอยู่แล้ว นั่นคือเครื่องมือ บุคลากร และความสามารถในการพิมพ์เสื้อ เพื่อสร้างสินค้าที่ตอบสนองต่อเหตุการณ์แบบเรียลไทม์

จากอดีตผู้บริหารธนาคารที่ใช้เวลามากกว่า 20 ปีในโลกการเงิน วันนี้ Colley กลายเป็นเจ้าของธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้จากโอกาสเล็กๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัว และเสื้อ “I Survived the NYC Earthquake” อาจเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดว่า บางครั้งโอกาสทางธุรกิจไม่ได้เริ่มต้นจากแผนธุรกิจขนาดใหญ่

แต่อาจเริ่มจากการสังเกตว่า “ตอนนี้ผู้คนกำลังพูดถึงอะไร” แล้วลงมือทำให้เร็วกว่าคนอื่น

แหล่งข้อมูล

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy

คุณมนตรี ศรีวงษ์ (อ๊อฟ)

นักเขียน ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงข่าวสาร การค้า การลงทุน มีความสนใจเรื่องของธุรกิจเอสเอ็มอี และแฟรนไช