Ohmee จากร้านโชห่วยจีน 40,000 สาขา สู่เกมค้าปลีกยุคใหม่ในอาเซียน
จาก Meiyijia สู่ Ohmee เมื่อยักษ์ค้าปลีกจีน 40,000 สาขาข้ามพรมแดน พร้อมนำแบรนด์สินค้า เทคโนโลยี และโมเดลร้านสะดวกซื้อแบบใหม่ เข้าสู่ตลาดเวียดนามและมาเลเซีย
หากพูดถึงร้านสะดวกซื้อในเอเชีย ชื่ออย่าง 7-Eleven หรือ Lawson อาจเป็นแบรนด์ร้านค้าปลีกที่ผู้บริโภคคุ้นเคยกันดี แต่ในประเทศจีนมีอีกหนึ่งยักษ์ใหญ่ที่ขยายเครือข่ายไปไกลกว่าคู่แข่งหลายเท่า นั่นคือ Meiyijia (美宜佳)
วันนี้ Meiyijia กำลังเริ่มบทบาทใหม่ในต่างประเทศ โดยไม่ได้ใช้ชื่อเดิม แต่เลือกเปิดตลาดภายใต้แบรนด์ “Ohmee”
การขยายตัวครั้งนี้อาจไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของร้านสะดวกซื้อรายใหม่ที่เข้ามาแข่งขันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่สะท้อนถึงการส่งออก “ระบบนิเวศค้าปลีกจีน” ตั้งแต่สินค้า FMCG ระบบหลังเทคโนโลยีหน้าร้านบ้าน ไปจนถึงโมเดลการบริหารร้าน
จากร้านแรกในตงก่วน สู่เครือข่าย 40,000 สาขา

ย้อนกลับไปปี 1997 ร้าน Meiyijia สาขาแรกเปิดขึ้นบนถนน Huayuan ในเมืองตงก่วน มณฑลกวางตุ้ง
เกือบ 30 ปีต่อมา ธุรกิจเติบโตจนกลายเป็นเครือข่ายร้านสะดวกซื้อที่ใหญ่ที่สุดของจีน โดยมีจำนวนสาขา 40,147 แห่งในปี 2025 และครองอันดับหนึ่งของการจัดอันดับ China Convenience Store TOP100 ของ China Chain-Store & Franchise Association (CCFA) ติดต่อกันหลายปี
ขนาดของเครือข่ายสะท้อนความแตกต่างอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับคู่แข่งระดับโลกในตลาดจีน โดย Meiyijia มีจำนวนสาขามากกว่า 7-Eleven China ราว 8 เท่า และมากกว่า Lawson China ราว 5.7 เท่า
ด้านรายได้ บริษัทมีรายได้ประมาณ 55.9 พันล้านหยวน หรือราว 8.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่าขนาด คือความเร็วในการขยายสาขา โดยในปี 2025 Meiyijia เปิดร้านใหม่เฉลี่ยประมาณ 10 สาขาต่อวัน
เบื้องหลังการเติบโตดังกล่าวไม่ได้มาจากการทำร้านให้เหมือนกันทุกสาขา แต่เป็นผลจากโมเดลแฟรนไชส์ที่ใช้ค่าธรรมเนียมในระดับต่ำและเปิดให้ผู้ประกอบการมีความยืดหยุ่นสูง ขณะที่บริษัทสร้างรายได้สำคัญจากธุรกิจค้าส่งและระบบกระจายสินค้า
โมเดลนี้ทำให้ Meiyijia สามารถกระจายร้านได้อย่างรวดเร็วในตลาดจีนที่มีขนาดใหญ่และมีความแตกต่างระหว่างแต่ละพื้นที่สูง
เมื่อ Meiyijia ไม่ได้ใช้ชื่อ Meiyijia
เดือนเมษายน 2026 บริษัทเปิดร้าน Ohmee แห่งแรกในกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม จากนั้นเพียงไม่กี่เดือน จำนวนสาขาในฮานอยเพิ่มขึ้นเป็น 9 แห่งภายในวันที่ 31 กรกฎาคม ขณะที่ในมาเลเซียมีการเปิดร้านแล้วอีก 4 แห่งในกัวลาลัมเปอร์และปีนัง
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ การออกนอกประเทศครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการนำร้าน Meiyijia เดิมไปวางในตลาดใหม่ บริษัทเลือกสร้างแบรนด์ใหม่ในชื่อ Ohmee พร้อมปรับรูปแบบร้านให้เหมาะกับผู้บริโภคในต่างประเทศ
ร้านใหญ่ขึ้น และไม่ได้มีไว้แค่ซื้อของ

Meiyijia ในจีนโดยทั่วไปมีพื้นที่ราว 80 ตารางเมตร ขณะที่ Ohmee ในเวียดนามและมาเลเซียมีพื้นที่ประมาณ 150–200 ตารางเมตร พื้นที่ที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ถูกใช้เพียงเพื่อเพิ่มจำนวนสินค้า แต่ถูกออกแบบให้ร้านมีลักษณะใกล้เคียงกับคาเฟ่และพื้นที่พักผ่อนมากขึ้น
Ohmee เพิ่มพื้นที่นั่งรับประทานอาหาร ทั้งบริเวณชั้นสองและที่นั่งกลางแจ้ง รวมถึงปรับพื้นที่ร้านให้เหมาะกับการนั่งกินและใช้เวลาในร้านนานขึ้น นี่เป็นความแตกต่างสำคัญจากร้าน Meiyijia ในจีน ซึ่งโดยทั่วไปเน้นการซื้อสินค้าแบบรวดเร็ว และอาจมีเพียงโต๊ะยืนสำหรับรับประทานอาหาร
กล่าวอีกอย่างคือ Ohmee กำลังเปลี่ยนภาพของ “convenience store” จากร้านที่ผู้บริโภคแวะซื้อของให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับกิน ดื่ม นั่ง และใช้เวลานานๆ
กาแฟและอาหารสดตั้งแต่วันแรก
อีกหนึ่งจุดที่ Ohmee ให้ความสำคัญคือ Foodservice ร้านเปิดตัวพร้อมอาหารสดและบริการกาแฟ โดยมี NOWWA Coffee เข้ามาในรูปแบบ shop-in-shop
แนวคิดนี้ช่วยให้ร้านมีโอกาสสร้างทราฟฟิกมากกว่าการพึ่งพาการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันยังเชื่อมต่อกับช่องทางเดลิเวอรี ซึ่งเป็นพฤติกรรมสำคัญของผู้บริโภคในเมืองใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ผลที่เกิดขึ้นคือร้านสะดวกซื้อกำลังถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าจุดขายสินค้า แต่เป็นทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ จุดนั่งพัก และ fulfillment point สำหรับออเดอร์ออนไลน์
เปลี่ยนหน้าร้านใหม่ ตั้งแต่สีจนถึงเคาน์เตอร์

การเปลี่ยนแปลงไม่ได้หยุดอยู่ที่ขนาดพื้นที่ Ohmee ปรับภาพลักษณ์ร้านให้สว่างและดูเป็นแบรนด์สำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้น ขณะเดียวกันลดองค์ประกอบที่สะท้อนภาพร้านสะดวกซื้อแบบดั้งเดิม เช่น การนำผนังบุหรี่ออก
พื้นที่เคาน์เตอร์ด้านหน้าถูกขยายออกไปประมาณ 2–3 เมตร และพื้นที่ชำระเงินมีขนาดใหญ่ขึ้นมากกว่าเดิม
ทั้งหมดนี้สะท้อนความพยายามสร้างประสบการณ์หน้าร้านที่แตกต่างจาก Meiyijia ในจีน และตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศ
สิ่งที่กำลังตามมาอาจใหญ่กว่าร้าน Ohmee
สิ่งที่น่าจับตาที่สุดจากการเข้ามาของ Ohmee คือ ไม่ใช่แค่จำนวนร้านที่จะเพิ่มขึ้น แต่คือ ecosystem ของธุรกิจจีนที่กำลังเคลื่อนตามเข้ามา ชั้นวางของ Ohmee เปิดพื้นที่ให้สินค้า FMCG จากจีนเข้าถึงผู้บริโภคในตลาดใหม่ ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์นมของ Mengniu และ Yili ไปจนถึงเครื่องดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนม และอาหารว่างจากแบรนด์จีนจำนวนมาก
สินค้าอย่าง Uni-President, KangShiFu, Holly Foods, Eastroc Beverage, Amos Sweets, DC24 และ Jialong Food จึงมีโอกาสใช้เครือข่ายร้านสะดวกซื้อเป็นช่องทางเข้าสู่ตลาด Southeast Asia โดยตรง
นี่อาจเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญของการ “ส่งออกแบรนด์จีน” เพราะแทนที่จะต้องสร้างช่องทางจัดจำหน่ายขึ้นมาใหม่ทั้งหมด แบรนด์ต่างๆ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคผ่านเครือข่ายร้านที่มีระบบจัดซื้อและกระจายสินค้าอยู่แล้ว
ไม่ใช่แค่สินค้า แต่มีเทคโนโลยีมาด้วย

การขยายตลาดของ Ohmee ยังสะท้อนอีกปรากฏการณ์ นั่นคือการส่งออก Chinese retail technology ตั้งแต่ระบบ POS และอุปกรณ์ชำระเงิน ไปจนถึงระบบจัดการร้านและเทคโนโลยีหลังบ้าน
บริษัทอย่าง WINTEC, HiStone POS, Posiflex Technology, KOZEN และ EJETON Technology ถูกนำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ ecosystem ของร้าน
ในระดับระบบหลังบ้าน Ohmee ยังนำเทคโนโลยีจาก Huawei Cloud มาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ขณะที่ DMALL เข้ามาเกี่ยวข้องกับระบบ retail middle platform และการประยุกต์ใช้ AI ในการบริหารธุรกิจค้าปลีก
ขณะเดียวกัน Weidian Beijing ถูกนำมาใช้สนับสนุนการบริหารร้านแบบ remote และ unattended operations
ภาพที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียง “ร้านจีนมาเปิดในอาเซียน” แต่เป็นการนำ โมเดลค้าปลีก เทคโนโลยี ซัพพลายเชน สินค้า และระบบบริหารร้านจากจีน เข้ามาทดลองในตลาดใหม่พร้อมกัน
จาก Convenience Store สู่ Retail Ecosystem

การเดินทางของ Meiyijia จากร้านเล็กในตงก่วนเมื่อปี 1997 มาสู่เครือข่ายกว่า 40,000 สาขา สะท้อนว่าจีนได้พัฒนาโมเดล convenience retail ของตัวเองขึ้นมาอย่างจริงจัง และวันนี้ โมเดลดังกล่าวกำลังออกนอกประเทศ
Ohmee อาจยังเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ใน Southeast Asia แต่สิ่งที่บริษัทนำเข้ามาด้วยไม่ได้มีเพียงโลโก้บนหน้าร้าน มีทั้งสินค้า ผู้ผลิต เทคโนโลยี POS ระบบ AI ระบบคลาวด์ อุปกรณ์ร้านค้า ไปจนถึงโมเดลแฟรนไชส์และซัพพลายเชน
คำถามต่อจากนี้จึงอาจไม่ใช่เพียงว่า “Ohmee จะเปิดได้กี่สาขา”
แต่คือ “เมื่อยักษ์ค้าปลีกจีนเริ่มส่งออกทั้ง ecosystem เข้ามาในอาเซียน ใครจะเป็นผู้ได้ประโยชน์ และใครต้องเร่งปรับตัว”
สำหรับตลาดค้าปลีก Southeast Asia การมาของ Ohmee จึงอาจเป็นมากกว่าการเปิดร้านสะดวกซื้อแบรนด์ใหม่
แต่มันอาจเป็นสัญญาณว่า เกมค้าปลีกเอเชียกำลังเข้าสู่บทใหม่ที่จีนไม่ได้เป็นเพียงตลาดปลายทางอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นผู้ส่งออกโมเดลค้าปลีกสู่ภูมิภาค
อ้างอิงข้อมูล
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
- อยากสร้างแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Ive14C
- อยากทำเป็นแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3IrrH0k
- รู้เรื่องกฎหมาย สัญญาแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Iu5WNu
- รวมความรู้แฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Pe0m5s
อ้างอิงจาก คลิกที่นี่
สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น
ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี
ลักษณะงาน
- เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
- ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
- มอบหมายงานและติดตามงาน
- อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ
1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้
- ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
- ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
- การปฏิบัติงาน
- เป้าหมายในอนาคต
2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ
- การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
- การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
- การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
- การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)
3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)
- การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
- สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
- กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
- มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม
4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ
- แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
- แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์
5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์
- รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
- ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
- ปรับปรุงแก้ไข
- พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง
การปฎิบัติงาน
- สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
- ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา
เงื่อนไขอื่นๆ
- การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์
อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้
สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy




