NO YEYE NO TEA ร้านชาในอู่ฮั่น สู่แฟรนไชส์ที่คนจีนต่อคิวซื้อ กว่า 3,000 สาขา

ถ้าพูดถึงแบรนด์ชาจีนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชื่อ 爷爷不泡茶 (Yéye Bù Pào Chá) หรือ NO YEYE NO TEA เป็นอีกแบรนด์ที่น่าจับตามอง

ชื่อแบรนด์แปลตรงตัวว่า “คุณปู่ไม่ชงชา” ฟังครั้งแรกอาจดูแปลก แต่ความแปลกนี่เองที่กลายเป็นหนึ่งในจุดจำของแบรนด์

ภาพจาก https://citly.me/ivficq

NO YEYE NO TEA เริ่มต้นที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ในปี 2018 เดิมใช้ชื่อว่า “爷爷泡的茶” (Yéye Pào de Chá) ก่อนจะปรับภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ในปี 2022 และเปลี่ยนชื่อเป็น “爷爷不泡茶” (Yéye Bù Pào Chá)

แนวคิดของแบรนด์ไม่ได้ต้องการแข่งด้วยการเป็นร้านชานมที่มีเมนูหวานๆ เยอะที่สุด แต่เลือกสร้างตัวตนด้วย “กลิ่นหอมของชาแบบตะวันออก” และการนำวัตถุดิบ รวมถึงรสชาติที่มีความเป็นท้องถิ่น มาทำให้เข้ากับพฤติกรรมการดื่มของคนรุ่นใหม่

พูดง่ายๆ คือ เอาของที่คนจีนคุ้นเคยอยู่แล้ว มาตีความใหม่ให้กลายเป็นเครื่องดื่มที่ดูทันสมัยขึ้น หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนคือเมนู 荔枝冰酿 หรือชาลิ้นจี่ที่ผสม “米酿” ซึ่งเป็นวัตถุดิบหมักพื้นเมืองจากหูเป่ยการนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาใส่ในเครื่องดื่มสมัยใหม่ ทำให้เมนูของแบรนด์มีเรื่องราวมากกว่าการเป็นชานมหนึ่งแก้ว และกลายเป็นหนึ่งในสินค้าที่สร้างชื่อให้ NO YEYE NO TEA

ร้านชาในอู่ฮั่น
ภาพจาก https://citly.me/ivficq

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือแบรนด์ไม่ได้หยุดอยู่กับเมนูเดิม ช่วงปี 2025–2026 NO YEYE NO TEA เริ่มสร้างกระแสใหม่จาก “柠檬奶” หรือ Lemon Milk เครื่องดื่มที่นำเลมอน ชา และนมมาผสมกันความพิเศษอยู่ที่วิธีใช้เลมอน แทนที่จะใส่เนื้อเลมอนหรือคั้นนํ้าลงไป แบรนด์เลือกใช้ เปลือกเลมอน เพื่อดึงกลิ่นหอม เพราะหากใส่นํ้าหรือเนื้อเลมอนมากเกินไป กรดจากเลมอนอาจทำให้นมแยกตัวได้

ตอนแรกวิธีนี้ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนสงสัยว่า “ทำไมใส่แต่เปลือก” แต่เมื่อแบรนด์อธิบายว่าเป้าหมายคือการดึงกลิ่นหอมของเลมอนและควบคุมรสชาติให้เข้ากับนม กระแสก็เริ่มเปลี่ยนไป

เมนู 兰香青柠 (ชานมมะนาวเขียวกลิ่นกล้วยไม้) กลายเป็นหนึ่งในสินค้าขายดี โดยข้อมูลที่แบรนด์เปิดเผยระบุว่า ภายในเดือนสิงหาคม 2026 มียอดขายสะสมมากกว่า 13 ล้านแก้ว และเมื่อรวมกับเมนูคู่กันอย่าง 奇香青柠(ชานมมะนาวหอมกลิ่นกล้วยไม้) สูตรชาอู่หลง ยอดขายสูงสุดในวันเดียวเคยทะลุ 100,000 แก้ว

ร้านชาในอู่ฮั่น
ภาพจาก https://citly.me/ivficq

ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นว่า NO YEYE NO TEA ไม่ได้พยายามขาย “ชาแบบเดิม” แต่พยายามสร้างเมนูใหม่จากสิ่งที่ผู้บริโภคคุ้นเคย แล้วเติมเรื่องราวและเอกลักษณ์เข้าไป

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือการสร้างแบรนด์ ชื่อ “爷爷不泡茶” หรือ NO YEYE NO TEA ทำให้แบรนด์แตกต่างตั้งแต่แรกเห็น ขณะเดียวกันภาพลักษณ์ของแบรนด์ก็พยายามเชื่อมโยงกับความทรงจำเกี่ยวกับชาในครอบครัว ความอบอุ่น และวัฒนธรรมการดื่มชาแบบจีน

แต่ทั้งหมดถูกนำเสนอผ่านดีไซน์และผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย เพื่อให้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่า “ชาแบบดั้งเดิม” ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องเก่า จากร้านแรกในอู่ฮั่นเมื่อปี 2018 แบรนด์เริ่มขยายออกนอกเมืองอย่างต่อเนื่อง

  • ปี 2022 คือช่วงที่รีแบรนด์เป็น NO YEYE NO TEA
  • ปี 2024 แบรนด์เร่งขยายสาขาอย่างชัดเจน พร้อมสร้างเมนูอย่าง荔枝冰酿ให้กลายเป็นสินค้าหลัก
  • ปี 2025 จำนวนสาขาทะลุ 2,500 แห่ง

และข้อมูลในปี 2026 ระบุว่ามีมากกว่า 3,000 สาขา ครอบคลุมกว่า 310 เมืองทั่วจีน

ร้านชาในอู่ฮั่น
ภาพจาก https://citly.me/ivficq

สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่แค่ตัวเลขการขยายสาขา แต่คือวิธีที่แบรนด์ใช้ “ความเป็นท้องถิ่น” มาเป็นจุดแข็งในการขยายสาขาระดับประเทศ แทนที่จะพยายามทำให้สินค้าดูเป็นสากลจนไม่มีตัวตน NO YEYE NO TEA กลับหยิบชา วัตถุดิบ และเรื่องราวจากภูมิภาคต่างๆ ของจีนมาเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ ตั้งแต่ชา วัตถุดิบหมักแบบพื้นเมือง ไปจนถึงผลไม้และกลิ่นดอกไม้

ทั้งหมดถูกนำมาผสมกับเครื่องดื่มรูปแบบใหม่ที่คนรุ่นใหม่เข้าใจง่ายและพร้อมทดลอง นี่จึงเป็นอีกตัวอย่างของธุรกิจที่น่าสนใจในตลาดเครื่องดื่มจีน เพราะในตลาดที่มีร้านชานมและชาแฟรนไชส์จำนวนมาก การมีแค่ “สินค้าที่อร่อย” อาจไม่เพียงพออีกต่อไป แบรนด์ต้องมีทั้ง ตัวตน เรื่องราว เมนูที่แตกต่าง และเหตุผลที่ทำให้ลูกค้าอยากหยิบมือถือขึ้นมาแชร์

ร้านชาในอู่ฮั่น
ภาพจาก https://citly.me/ivficq

NO YEYE NO TEA จึงไม่ได้ขายแค่ชาแก้วหนึ่ง แต่กำลังเอาวัฒนธรรมชา ความทรงจำของคนจีน และวัตถุดิบท้องถิ่น มาทำให้กลายเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับคนรุ่นใหม่ จากร้านเล็กๆ ในอู่ฮั่น สู่เครือข่ายกว่า 3,000 สาขาทั่วจีน และทั้งหมดเริ่มต้นจากแนวคิดที่เรียบง่ายว่าชาแบบจีนอาจไม่จำเป็นต้องถูกเล่าในรูปแบบเดิมๆ เสมอไป

อ้างอิง

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy

 

คุณมนตรี ศรีวงษ์ (อ๊อฟ)

นักเขียน ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงข่าวสาร การค้า การลงทุน มีความสนใจเรื่องของธุรกิจเอสเอ็มอี และแฟรนไช