7 แฟรนไชส์ลงทุนในวัยเกษียณ! ไม่ง้อลูกหลาน ทำงานด้วยระบบ

คำว่า “เกษียณ” เรามักนึกถึงภาพคนวัย 60 ที่ออกจากงานราชการหรือบริษัท แล้วไปเลี้ยงหลาน ปลูกผัก อยู่บ้านในต่างจังหวัด แต่ในความเป็นจริงแล้ว “เกษียณ” (Retirement) อาจหมายถึง ช่วงชีวิตที่บุคคลหนึ่งเลิกพึ่งพารายได้จากการทำงานหลักเป็นหลัก และเริ่มใช้ชีวิตโดยมีแหล่งเงินจากที่อื่นแทน เช่น

  • เงินสะสมส่วนตัว (กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, LTF/RMF/SSF, ประกันชีวิตแบบบำนาญ)
  • เงินจากรัฐ (บำนาญข้าราชการ, เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ, ประกันสังคมมาตรา 33/39/40)
  • รายได้จากการลงทุน (หุ้น ปันผล ค่าเช่าอสังหาฯ)
  • การหารายได้จากประสบการณ์ที่มีเช่น Freelance, ที่ปรึกษา, ธุรกิจส่วนตัวขนาดเล็ก
  • การสร้างธุรกิจของตัวเอง เช่นการลงทุนในระบบแฟรนไชส์

คนที่ “เกษียณ” ควรมีเงินสะสมแค่ไหนถึงจะพอใช้จ่าย?

อย่างที่ทราบว่าการเกษียณก็คือออกจากระบบการทำงานที่เคยทำอยู่เดิม แต่ถึงแม้จะไม่ได้ทำงานแต่หลังเกษียณก็ยังต้องกินต้องใช้ ต้องมีค่าใช้จ่าย ซึ่งเงินสะสมที่จะใช้หลังเกษียณก็ขึ้นอยู่กับการวางแผนด้านการเงินของแต่ละคนร่วมด้วย

หากเป็นกลุ่มที่รับราชการจะได้เปรียบค่อนข้างมากเพราะส่วนใหญ่มีบำเหน็จ บำนาญ และเงินสะสมจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับอายุราชการของแต่ละคน หากวางแผนดีๆ กลุ่มข้าราชการจะมีเงินใช้หลังเกษียณได้อย่างไม่เดือดร้อน

แต่ถ้าเป็นบุคคลทั่วไปหรือคนที่ทำงานบริษัท แน่นอนว่าจะมีรายได้จากเงินประกันสังคมที่สะสมไว้ เช่น หากส่งสมทบมา 25 ปี และมีฐานเงินเดือนเฉลี่ยเกิน 17,500 บาท จะได้รับบำนาญประมาณ 6,125 บาท/เดือน และหากใครโชคดีทำงานในบริษัทที่มีกองทุนเลี้ยงชีพก็จะได้รับเงินก้อนนี้หลังจากเกษียรณด้วย และยังมีสวัสดิการ จากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่เริ่มรับได้ตั้งแต่อายุ 60 ปี เป็นเงินแบบขั้นบันได 600 – 1,000 บาทต่อเดือน

ซึ่งปัจจุบันคนที่มีอายุสูงกว่า 60 ปีขึ้นไปมีประมาณ 14 ล้านคน คิดเป็น 20% ของประชากร และคาดว่าภายในปี 2574 จะมีผู้สูงอายุเกินกว่า 28% ของประชากรด้วย ถ้าถามว่าหลังเกษียณต้องมีเงินแค่ไหน ก็ต้องถามย้อนกลับไปเช่นกัน เพราะคำว่า “พอ” ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับ ไลฟ์สไตล์ และ อายุขัยที่คาดว่าจะอยู่ถึง แต่ถ้าอ้างอิงตามหลักการวางแผนการเงินที่เป็นสากลและปรับให้เข้ากับค่าครองชีพในปัจจุบันมีสูตรคำนวณคือ

[ค่าใช้จ่ายต่อปีที่คาดว่าจะใช้] x [จำนวนปีที่คาดว่าจะอยู่หลังเกษียณ] = เงินก้อนที่ควรมี

ตัวอย่างเช่น:ถ้าอยากใช้เงินเดือนละ 20,000 บาท (ปีละ 240,000 บาท)

คาดว่าจะอยู่หลังเกษียณไปอีก 25 ปี (ตายตอนอายุ 85)

ต้องมีเงินก้อน 240,000 x 25 = 6,000,000 บาท

แต่ก็ต้องระวังเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นทุกปีเฉลี่ย 2-3% ทำให้มูลค่าของเงินที่ใช้จ่ายซื้อของได้น้อยลง ไหนจะค่ารักษาพยาบาลที่น่าจะเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ของคนวัยเกษียณที่ควรต้องวางแผนรับมือในเรื่องนี้ไว้ด้วย

7 แฟรนไชส์เลือกลงทุนในวัยเกษียณ! ไม่ต้องง้อลูกหลาน

หากมีการวางแผนดีๆ ก่อนถึงวัยเกษียณ อาจทำให้มีเงินทุนสักก้อนมาเพื่อดูแลตัวเอง และหากต้องการต่อยอดให้เงินงอกเงยอาจเลือกการลงทุนในรูปแบบแฟรนไชส์ซึ่งปัจจุบันมีการวางระบบมาเป็นอย่างดี คนวัยเกษียณไม่ต้องออกแรงเอง ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ โดยมีหลายแฟรนไชส์ที่น่าสนใจให้เลือกลงทุนได้แก่

1.แซวอรี่ หม่าล่าทั่ง

ภาพจาก แซวอรี่ หม่าล่าทั่ง

แฟรนไชส์ร้านอาหารจากจีนที่ก่อตั้งในปี 2018 เป็นบริษัทด้านอาหารและเครื่องดื่ม แบบครบวงจร เน้นรูปแบบ Business Model ที่มีจุดเด่นคือเมนูอาหารยอดฮิตอย่างเช่นหม่าล่าทั่ง DIY, ปลาต้มผักกาดดอง และหม่าล่าผัดแห้ง รวมถึงอีกหลายเมนูพร้อมให้บริการลูกค้า คนลงทุนจะได้รับการสนับสนุนครบวงจรทั้งวัตถุดิบ ระบบการบริหารร้าน สนับสนุนด้านการตลาด เงินลงทุน 2.5-4.8 ล้านบาทขึ้นอยู่กับแพ็กเกจการลงทุนที่เลือก

แซวอรี่ หม่าล่าทั่ง

สนใจลงทุน คลิก https://citly.me/hGHL9

โทร. 066-1243196 , 062-1849624065-5026036 , 091-4694562

 


2.กะเพราขุนช้าง

ภาพจาก กะเพราขุนช้าง

ร้านอาหารสตรีทฟู้ดในระบบแฟรนไชส์ที่มีน้ำซอสกะเพราขุนช้างที่ช่วยให้ผู้ลงทุนทำอร่อยเป็นมาตรฐานเดียวกันทุกจาน ง่ายและรวดเร็ว คนวัยเกษียณสามารถเริ่มธุรกิจได้เพราะมีการวางระบบบริหารจัดการในร้านให้อย่างมืออาชีพ สามารถขายได้ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ไม่มีหักเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย ค่าแฟรนไชส์ 299,000 บาท งบลงทุน 3-5 แสนบาท โอกาสคืนทุน 5-12 เดือนโดยขึ้นอยู่กับทำเลเป็นสำคัญ

กะเพราขุนช้าง

สนใจลงทุน คลิก https://citly.me/EKnhR

โทร. 02-0244747

 


3.วูโกกิ

ภาพจาก วูโกกิ

ร้านอาหารเกาหลี โดย Sukishi intergoup ผสมผสานระหว่างความเป็นเกาหลี+ญี่ปุ่นไว้ในร้านเดียว เน้นทั้งความอร่อยและสุขภาพของลูกค้าทุกคน ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์แฟรนไชส์ที่พร้อมให้เลือกลงทุนเพื่อสร้างรายได้ในระยะยาว ค่าแฟรนไชส์ 800,000 งบลงทุน 6.2 ล้านบาท มีทีมงานพร้อมให้คำปรึกษาในเรื่อง Locations คำนวน Feasibility ก่อนการลงทุน และประสานงานกับ Landlord ทั้งก่อนและหลังเปิดการขาย รวมถึงการสรรหาบุคลากร + ฝึกอบรมให้ก่อนเริ่มธุรกิจ ค่าแฟรนไชส์ 220,000 บาท งบลงทุน 300,000 – 500,000 บาท

วูโกกิ

สนใจลงทุนแฟรนไชส์ คลิก https://citly.me/8r0pS

โทร. 092-2810851 , 092-2810931 , 063-2621755


4.ยอนนี่ปลาต้มผักกาดดอง

ภาพจาก ยอนนี่ ปลาต้มผักกาดดอง

YONNY แบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดปลาต้มผักกาดดองอันดับ 1 ของโลก เป็นแฟรนไชส์ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจมายาวนาน คนลงทุนต่อยอดสร้างรายได้ทันที าแฟรนไชส์ในการลงทุน 900,000 บาท งบในการลงทุน 7-9 ล้านบาท มีทีมงานวิเคราะห์ทำเลก่อนเปิดร้าน , การออกแบบและแต่งร้านตามมาตรฐานของ YONNY รวมถึงการสนับสนุนด้านวัตถุดิบ การตลาด การฝึกอบรมบุคลากร สำหรับคนวัยเกษียณถือเป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่มั่นคงและสร้างรายได้ระยะยาว

ยอนนี่ ปลาต้มผักกาดดอง

สนใจลงทุน แฟรนไชส์ คลิก https://citly.me/KvhMS

โทร. 098-5092778 , 063-2530166


5.ปัญจะรส แฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวเรือ

ภาพจาก ปัญจะรส แฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวเรือ

 

เป็นแฟรนไชส์ที่เหมาะกับคนอยากมีรายได้เพิ่มต้องการสร้างธุรกิจที่คุ้มค่าระยะยาว ไม่มีประสบการณ์ก็สามารถลงทุนได้เพราะมีการวางระบบบริหารจัดการที่ครบวงจร ผู้ลงทุนไม่จำเป็นต้องอยู่ประจำร้าน สามารถสร้างรายได้แบบ passive income ได้เป็นอย่างดี มีน้ำปรุงรสสำเร็จรูปช่วยให้ทุกเมนูอร่อยเป็นมาตรฐานเดียวกัน และมีการพัฒนารูปแบบร้านส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง งบลงทุน 199,000 – 329,000 บาท

ปัญจะรส แฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยวเรือ

สนใจลงทุน คลิก https://citly.me/RZwBL

โทร. 080-6526542


6.แคทคาร์วอร์ช ล้างรถหยอดเหรียญ

ภาพจาก แคทคาร์วอร์ช ล้างรถหยอดเหรียญ

 

เป็นธุรกิจการล้างรถแบบหยอดเหรียญมาพร้อมเทคโนโลยีการชำระเงินทุกรูปแบบ ตั้งแต่หยอดเหรียญ, ธนบัตร, QR CODE มีระบบบริหารจัดการหลังบ้านผ่านสมาร์ทโฟนเป็นตัวช่วยให้ผู้ประกอบกิจการสามารถดูแลธุรกิจแม้ไม่ได้อยู่ร้าน

ค่าแฟรนไชส์ 40,000 บาท / ปี งบลงทุน 3.29 – 5 แสนบาท โดยมีจุดเด่นของธุรกิจคือติดตั้งไว ดูแลง่าย ไม่จำเป็นต้องจ้างพนักงานประหยัดต้นทุนด้านบุคลากรเป็นหนึ่งในธุรกิจแฟรนไชส์ที่สามารถสร้างรายได้แบบ Passiveincome ที่เหมาะกับคนวัยเกษียณมาก

แคทคาร์วอร์ช ล้างรถหยอดเหรียญ

สนใจลงทุน คลิก https://citly.me/HBo5f

โทร. 065-3516155


7.บ้านธรรมชาติ บาย เฌ้อสเซอรี่โฮม

ภาพจาก บ้านธรรมชาติ บาย เฌ้อสเซอรี่ โฮม

สังคมผู้สูงวัยที่เติบโตต่อเนื่องทำให้บ้านธรรมชาติ บาย เฌ้อสเซอรี่โฮม เป็นอีกแฟรนไชส์ที่เหมาะสมกับการลงทุนในวัยเกษียณ นับเป็น Nursing Home มาตรฐาน AACI มุ่งเน้นงานบริการด้านการแพทย์และสุขภาพให้เหมาะสมกับผู้สูงวัย โดยทีมแพทย์และพยาบาลที่มีประสบการณ์ พร้อมบริการที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนผู้สนใจลงทุนโดยทีมงานพร้อมให้คำปรึกษาดูแลทุกขั้นตอนเพื่อสร้างธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า ค่าแฟรนไชส์ 1.8 ล้านบาท งบลงทุน 20 ล้านบาท

บ้านธรรมชาติ บาย เฌ้อสเซอรี่ โฮม

สนใจลงทุน แฟรนไชส์ คลิก https://citly.me/6iwhv

โทร. 089-1130110

 

แม้บางแฟรนไชส์จะมีตัวเลขการลงทุนที่ค่อนข้างสูงเหมาะกับการลงทุนของคนวัยเกษียณที่มีศักยภาพด้านการเงิน แต่ถ้าทุนน้อยหรือไม่ต้องการใช้งบลงทุนมาก ก็สามารถเลือกแฟรนไชส์ที่เหมาะสมกับความต้องการได้ ทุกแฟรนไชส์มีระบบบริหารจัดการให้พร้อม คนลงทุนไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ เป็นการสร้างรายได้ในวัยเกษียณที่ไม่ต้องง้อลูกหลาน และหากเน้นการบริหารจัดการที่ดีอาจกลายเป็นมรดกเพื่อส่งต่อให้ลูกหลานได้อีกด้วย

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy

คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก)

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด