รวมแฟรนไชส์ จากภูธร สู่เมืองกรุง มากกว่า 2,400 สาขาทั่วประเทศ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทยเริ่มมีจุดเปลี่ยนสำคัญ จากเดิมที่เริ่มต้นและกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล กลายเป็นการเติบโตจากต่างจังหวัดสู่ระดับประเทศ
หลายแบรนด์เริ่มต้นจากร้านเล็กๆ ในต่างหวัด เช่น เชียงใหม่ สงขลา ลพบุรี ขอนแก่น ร้อยเอ็ด หรือระยอง ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาระบบและขยายสาขาเข้าสู่พื้นที่ทั่วประเทศในเวลาต่อมา
สิ่งที่น่าสนใจคือ แฟรนไชส์เหล่านี้ไม่ได้อาศัยแค่ทำเลหรือเงินทุน แต่ใช้จุดแข็งของพื้นที่ต้นกำเนิดมาต่อยอดเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นอาหารท้องถิ่นสูตรดั้งเดิมอย่างก๋วยเตี๋ยวหรือผัดไทย ไปจนถึงธุรกิจยุคใหม่อย่างชานมไข่มุก คาเฟ่ และร้านขนมหวาน
ซึ่งหลายแบรนด์สามารถสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด มีตั้งแต่หลักสิบสาขาไปจนถึงเกือบพันสาขาทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจจากต่างจังหวัดสามารถแข่งขันและขยายแฟรนไชส์ในตลาดใหญ่ได้อย่างมีศักยภาพ
ตัวอย่างแบรนด์ที่นำเสนอในชุดนี้ เช่น ร้านค้าปลีก ว้าว! 20 สโตร์ จากนครศรีธรรมราช, สถาบันจินตคณิตจากเชียงใหม่และลพบุรี, ร้านเครื่องดื่มจากกาญจนบุรี บุรีรัมย์ และสงขลา ไปจนถึงร้านอาหารระดับตำนานอย่างเกาเหลาเนื้อ ธัญรส และก๋วยเตี๋ยวกระทุ่มแบน
รวมถึงแฟรนไชส์ยุคใหม่อย่าง MANOI, Bunny Shake และ AKITA CHA ล้วนแสดงให้เห็นการเติบโตจาก “ท้องถิ่น” ไปสู่ “ระดับประเทศ” อย่างเป็นระบบ
1.ว้าว! 20 สโตร์

ธุรกิจแฟรนไชส์ร้านสินค้าราคาเดียวและสินค้าต่างราคา เริ่มต้นจากร้านค้าปลีกขนาดเล็กในพื้นที่ต่างอำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี พ.ศ. 2557 ก่อนพัฒนารูปแบบร้านและขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง
จนปัจจุบันมีสาขารวมกว่า 96 แห่ง แบ่งเป็นสาขาของบริษัท 13 สาขา และแฟรนไชส์ซี่กว่า 83 สาขาทั่วภาคใต้และหลายพื้นที่ของประเทศ
โดยจุดเด่นของแบรนด์คือการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันในราคาคุ้มค่า ทั้งกลุ่มสินค้า 20 บาท และสินค้าต่างราคา อาทิ ของใช้ในบ้าน เครื่องครัว เครื่องเขียน เครื่องสำอาง อุปกรณ์ไอที และเครื่องมือช่าง พร้อมระบบบริหารร้านและการจัดวางสินค้าที่พัฒนาขึ้นจากประสบการณ์ค้าปลีกจริงของผู้ก่อตั้ง
ด้านการลงทุน ว้าว! 20 สโตร์ มีรูปแบบแฟรนไชส์ให้เลือกถึง 7 แพ็กเกจ รองรับพื้นที่ตั้งแต่ 12–144 ตารางเมตร ใช้งบลงทุนเริ่มต้นประมาณ 86,900 บาท ไปจนถึง 696,900 บาท โดยบริษัทระบุระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ยประมาณ 3–6 เดือน ภายใต้สัญญาแฟรนไชส์ 3 ปี นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นด้านความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ
เช่น ไม่บังคับสั่งสินค้าจากบริษัทเพียงแห่งเดียว สามารถตั้งชื่อร้านเองได้ รวมถึงมีบริการออกแบบร้าน จัดเรียงสินค้า จัดส่งสินค้า โฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่าน Facebook และ TikTok ตลอดจนรับเปลี่ยนสินค้าที่ขายช้าหรือชำรุด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงให้กับผู้ลงทุนและเพิ่มโอกาสในการบริหารร้านค้าปลีกในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ว้าว! 20 สโตร์
สนใจลงทุน แฟรนไชส์ คลิก
https://citly.me/xjk3L
โทร.084-4421932 , 075-800890
2. นาด้า

NADA หรือ “นาด้า” แฟรนไชส์โรงเรียนจินตคณิตและคณิตคิดเร็วจากจังหวัดเชียงใหม่ เริ่มทดลองเปิดการเรียนการสอนครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2540 โดยนำหลักสูตรจินตคณิตที่ใช้ลูกคิดญี่ปุ่นมาพัฒนาร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ผ่านเกมวัน เดือน และปี เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสนุกกับการคำนวณและไม่เกิดความเครียดระหว่างเรียน
จุดเด่นสำคัญของหลักสูตรคือการพัฒนาทักษะคิดเลขเร็ว ควบคู่กับความสามารถในการคำนวณปฏิทินย้อนหลังและล่วงหน้าได้ถึง 1,000 ปีอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ถือเป็นหนึ่งในหลักสูตรจินตคณิตที่ได้รับการพัฒนาขึ้นในประเทศไทย และมีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ
ด้านการลงทุน NADA (New Arithmetic Development Academy) เปิดให้ลงทุนในรูปแบบแฟรนไชส์ด้วยค่าแฟรนไชส์เริ่มต้นประมาณ 50,000–100,000 บาท ไม่รวมสถานที่ประกอบการ โดยบริษัทระบุว่าสามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 4 เดือน หากมีนักเรียนประมาณ 30 คน
ผู้ลงทุนจะได้รับการสนับสนุนด้านการอบรมครูผู้สอน การบริหารจัดการ การตลาด และการตรวจสอบคุณภาพการเรียนการสอนจากส่วนกลางอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันมีสาขารวมกว่า 85 แห่งทั่วประเทศ ภายใต้การดูแลมาตรฐานเดียวกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพให้กับผู้เรียนและผู้ปกครองในทุกพื้นที่บริการ
นาด้า
สนใจลงทุน แฟรนไชส์ คลิก
https://bit.ly/3hA76tI
โทร. 085-1371677
3. สตาร์แมท จินตคณิต

สตาร์แมท จินตคณิต สถาบันกวดวิชาและจินตคณิตจากจังหวัดลพบุรี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2554 มีแนวคิดสำคัญในการสร้างให้เด็ก “เรียนอย่างมีความสุข” ควบคู่กับการพัฒนาทักษะด้านคณิตศาสตร์ การคิดวิเคราะห์ และความกล้าแสดงออก
จุดเริ่มต้นของธุรกิจมาจากความตั้งใจของผู้ก่อตั้งที่ต้องการปลูกฝังให้บุตรหลานรักคณิตศาสตร์ ก่อนต่อยอดเป็นสถาบันการเรียนรู้ที่พัฒนาหลักสูตรจินตคณิตให้สอดคล้องกับแกนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ
โดยเน้นการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงสอดแทรกโจทย์เชาวน์ปัญญาและการคิดเชิงตรรกะสำหรับเด็กอายุ 5–12 ปี
นอกจากนี้ยังขยายหลักสูตรเพิ่มเติม ทั้ง “จูเนียร์แมท” สำหรับเด็กเล็ก และหลักสูตรคณิตคิดวิเคราะห์ รวมถึงภาษาไทยเพื่อเสริมทักษะการอ่าน วิเคราะห์ และการสื่อสารในระดับประถมศึกษา
ด้านการลงทุน สตาร์แมท จินตคณิต เปิดขายแฟรนไชส์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 โดยมีค่าแฟรนไชส์เริ่มต้น 350,000 บาท และใช้งบลงทุนรวมประมาณ 350,000–1,000,000 บาท ภายใต้สัญญาแฟรนไชส์ระยะเวลา 5 ปี ระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ยประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี
พร้อมจุดเด่นด้านการสนับสนุนผู้ลงทุนอย่างครบวงจร ทั้งการอบรมครูผู้สอน อุปกรณ์การเรียน สื่อการสอน การตลาด และคำแนะนำด้านการจัดตั้งโรงเรียนตามกฎหมาย อีกทั้งยังไม่มีการเก็บส่วนแบ่งรายเดือนจากสาขา
ปัจจุบันมีสาขารวม 11 แห่งทั่วประเทศ ทั้งในลพบุรี สระบุรี ชลบุรี ขอนแก่น เชียงราย และจังหวัดสำคัญอื่นๆ สะท้อนการเติบโตของธุรกิจการศึกษาที่มุ่งเน้นคุณภาพการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพเด็กไทยอย่างต่อเนื่อง
สตาร์แมท จินตคณิต
สนใจลงทุน แฟรนไชส์ คลิก
https://bit.ly/3y6228N
โทร. 094-5464745
4. จินตคณิตอันซัน

จินตคณิตอันซัน สถาบันพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์จากจังหวัดเชียงใหม่ ที่พัฒนาหลักสูตรจินตคณิตรูปแบบเฉพาะ โดยใช้นิ้วมือเป็นสื่อการเรียนการสอนหลักแทนอุปกรณ์คำนวณทั่วไป
ถือเป็นจุดขายสำคัญของแบรนด์ในตลาดการศึกษาของไทย ภายใต้แนวคิด “นิ้วมือคือสมองที่สอง” ซึ่งมุ่งเน้นการกระตุ้นการทำงานของสมองทั้งสองซีกผ่านการเคลื่อนไหวนิ้วมือ ช่วยเสริมสมาธิ ความจำ และทักษะการคิดคำนวณอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
หลักสูตรสามารถใช้คิดเลขได้ครบทั้งการบวก ลบ คูณ และหาร โดยไม่ต้องพึ่งลูกคิดหรือเครื่องมือเสริมอื่นๆ อีกทั้งยังออกแบบให้ผู้เรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ทั้งในห้องเรียน ห้องสอบ และการใช้ชีวิตทั่วไป
จินตคณิตอันซัน เปิดขายแฟรนไชส์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 ปัจจุบันมีสาขารวมกว่า 57 แห่ง ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
โดยมีแพ็กเกจลงทุนเริ่มต้นที่ 50,000 บาท ภายใต้สัญญาแฟรนไชส์ระยะเวลา 5 ปี และมีตัวเลือกทั้งแบบเก็บค่ารอยัลตี้รายเดือนและแบบไม่มีค่ารายเดือน เพื่อรองรับผู้ลงทุนหลายระดับ
ระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ยประมาณ 6–12 เดือน พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการแบบครบวงจร ทั้งการอบรมครู คู่มือการสอน ระบบบริหารสาขา สื่อประชาสัมพันธ์ และการให้คำปรึกษาตลอดอายุสัญญา
นอกจากนี้หลักสูตรยังได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และได้รับรางวัลด้านแฟรนไชส์จากภาคธุรกิจ SME สะท้อนถึงศักยภาพของแบรนด์ในธุรกิจการศึกษาและการพัฒนาทักษะเด็กไทยอย่างต่อเนื่อง
จินตคณิตอันซัน
สนใจลงทุน แฟรนไชส์ คลิก
https://citly.me/xglZ4
โทร.084-9502491
5. มาโนอิ

MANOI หรือ “มาโนอิ” แฟรนไชส์เครื่องดื่มชานมไข่มุกจากจังหวัดกาญจนบุรี ที่เริ่มต้นจากความชื่นชอบในการดื่มชานมไข่มุกของผู้ก่อตั้ง
ก่อนพัฒนาเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ภายใต้แนวคิด “ชานมไข่มุกที่ดื่มได้ทุกวัน” โดยเน้นจุดขายด้านสุขภาพและคุณภาพวัตถุดิบ เช่น การไม่ใช้ไขมันทรานส์ และไม่ใช้น้ำตาลไฮฟรุกโตสคอร์นไซรัป พร้อมคัดสรรวัตถุดิบจากหลายแหล่งคุณภาพ
ทั้งชาไต้หวัน มัทฉะแท้ 100% จากเมืองนิชิโอะ ประเทศญี่ปุ่น และกาแฟจากเกษตรกรในชุมชนไทย จุดเด่นอีกด้านคือการออกแบบร้านในสไตล์ Minimal โทนขาวสะอาด พร้อมซุ้มโค้งที่สร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ และเมนูเครื่องดื่มที่มีให้เลือกมากกว่า 60 รายการ ครอบคลุมทั้งชานม ชาผลไม้ โกโก้ กาแฟ และเครื่องดื่มสายสุขภาพ
ด้านการลงทุน MANOI เปิดขายแฟรนไชส์อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 ปัจจุบันมีสาขารวมกว่า 210 แห่งทั่วประเทศและในต่างประเทศ โดยใช้งบลงทุนเริ่มต้นประมาณ 99,900–500,000 บาท ภายใต้สัญญาแฟรนไชส์ระยะเวลา 3 ปี และมีระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ยประมาณ 8 เดือนถึง 1.5 ปี
แบรนด์มีจุดเด่นด้านการสนับสนุนผู้ลงทุนแบบครบวงจร ทั้งระบบ POS เชื่อมต่อเดลิเวอรี การอบรมชงชาและบริหารร้าน การตลาดออนไลน์–ออฟไลน์ รวมถึงทีมซัพพอร์ตหลังการขาย โดยไม่มีการเก็บค่ารอยัลตี้ฟีหรือหักเปอร์เซ็นต์ยอดขายจากสาขา
นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถขายขนมหรืออาหารร่วมกับเครื่องดื่มได้ เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างรายได้และความยืดหยุ่นในการบริหารธุรกิจร้านเครื่องดื่มยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาโนอิ
สนใจลงทุน แฟรนไชส์ คลิก
https://citly.me/KehtB
โทร.063-2361947 , 092-4965988 , 081-8304151
6. โมเน่ ชา

MONE CHA หรือ “โมเน่ ชา” แฟรนไชส์ชานมไข่มุกจากจังหวัดบุรีรัมย์ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2566 โดยเริ่มจากแนวคิดธุรกิจเครื่องดื่มราคาย่อมเยาในรูปแบบ “ชานมไข่มุก 20 บาท ฟรีไข่มุกทุกแก้ว” เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการสินค้าราคาเข้าถึงง่ายแต่ยังคงคุณภาพ จุดเด่นของแบรนด์คือการวางตำแหน่งสินค้าในกลุ่ม mass market
ใช้จุดขายด้านความคุ้มค่าและรสชาติที่เข้าถึงได้ทุกวัย พร้อมระบบการผลิตที่ควบคุมต้นทุนให้ต่ำเพื่อรองรับโมเดลราคาขายคงที่ รวมถึงเมนูเครื่องดื่มที่หลากหลาย เช่น ชานม ชาใส นมสด และโกโก้ พร้อมท็อปปิ้งไข่มุกดำ และการปรับระดับความหวาน–น้ำแข็งตามความต้องการลูกค้า
MONE CHA เปิดขายแฟรนไชส์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 โดยมีค่าแฟรนไชส์เริ่มต้นประมาณ 49,000 บาท และงบลงทุนรวมเริ่มต้นราว 52,000–99,000 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน (S, M, L) โดยไม่มีสัญญาผูกพันรายปีหรือการหักเปอร์เซ็นต์ยอดขาย พร้อมระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ยประมาณ 2–6 เดือน
จุดเด่นสำคัญคือการสนับสนุนผู้ลงทุนแบบครบวงจร ทั้งการอบรมสูตรชง การวิเคราะห์ทำเล การทำตลาดออนไลน์ และการยิงโฆษณา Facebook/TikTok ก่อนเปิดร้าน
รวมถึงการจัดส่งวัตถุดิบและอุปกรณ์พร้อมเปิดร้านมากกว่า 70 รายการ ปัจจุบันมีสาขากว่า 100 สาขาทั่วประเทศ สะท้อนแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจเครื่องดื่มราคาประหยัดในตลาดแฟรนไชส์ไทยยุคใหม่

โมเน่ ชา
สนใจลงทุนแฟรนไชส์ คลิก
https://citly.me/Rp1QV
โทร. 082-8786855 , 095-6147289
095-7837512 , 099-4491696
7. ลามายอน คอฟฟี่

La Mayon Coffee ร้านกาแฟแฟรนไชส์จากจังหวัดร้อยเอ็ด ภายใต้การพัฒนาธุรกิจของบริษัท Siam Global House Public Company Limited ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2561 เพื่อเป็นบริการเสริมภายในสาขาค้าปลีกวัสดุก่อสร้างของโกลบอลเฮ้าส์ และต่อยอดเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ร้านกาแฟเต็มรูปแบบในเวลาต่อมา
แนวคิดหลักของแบรนด์คือการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้สามารถพักผ่อนภายในร้านได้ พร้อมเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจของพื้นที่สาขา (dwell time) และสร้างโอกาสการขายต่อเนื่อง โดยมีการเชื่อมโยงกับชุมชนผ่านการใช้เมล็ดกาแฟจากเกษตรกรไทย โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดน่าน ภายใต้แนวคิดความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR)
La Mayon Coffee ให้บริการเครื่องดื่มครบวงจร ทั้งกาแฟ ชา โกโก้ สมูตตี้ รวมถึงเบเกอรี่และของหวาน เน้นวัตถุดิบคุณภาพ เช่น เมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% คั่วกลาง–เข้ม ชาคุณภาพพรีเมียมจากไทยและญี่ปุ่น รวมถึงเมนูซิกเนเจอร์ที่พัฒนาโดยบาริสต้ามืออาชีพ
สำหรับการลงทุนแฟรนไชส์ใช้งบประมาณเริ่มต้นประมาณ 950,000–1,600,000 บาท ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ราว 100,000 บาท มีระยะสัญญา 6 ปี พร้อมค่ารอยัลตี้และมาร์เก็ตติ้งฟีส์อย่างละ 2% ต่อเดือน
และระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ยประมาณ 20 เดือน โดยแบรนด์มีสาขารวมประมาณ 97 แห่งในประเทศไทย และอีก 2 สาขาในประเทศกัมพูชา พร้อมรูปแบบร้านที่เน้นบรรยากาศอบอุ่นสไตล์พรีเมียม และมาตรฐานการบริหารที่เชื่อมโยงกับระบบของโกลบอลเฮ้าส์อย่างเป็นระบบ

ลามายอน คอฟฟี่
สนใจลงทุน แฟรนไชส์ คลิก
https://citly.me/KrsF3
โทร. 088-9548442 , 061-0288959 , 061-0235445
8. อาคิตะ ชานมไข่มุก

AKITA CHA ชานมไข่มุกสไตล์ญี่ปุ่นจากสงขลา ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2562 โดยมีแนวคิดในการพัฒนาเครื่องดื่มชานมไข่มุกที่แตกต่างจากตลาดทั่วไป
ด้วยการนำเข้าวัตถุดิบชาจากประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีเอกลักษณ์ด้านกลิ่นหอมและรสชาติที่ละมุน เพื่อนำมาพัฒนาเป็นเมนูที่เข้ากับผู้บริโภคชาวไทย
และต่อยอดเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์ในปี พ.ศ. 2563 โดยมุ่งเน้นการสร้างร้านชานมไข่มุกที่มีภาพลักษณ์ร่วมสมัย เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์ผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม ทั้งวัยเรียน วัยรุ่น และวัยทำงาน
ในด้านสินค้าและบริการ แบรนด์มีเมนูเครื่องดื่มหลากหลาย เช่น ชานม ชาเขียว ชาไทย ชาผลไม้ โกโก้ และนมสด รวมถึงเมนูยอดนิยมอื่นๆ ที่พัฒนาให้เหมาะกับตลาดไทย สำหรับการลงทุนแฟรนไชส์ใช้งบประมาณเริ่มต้นประมาณ 115,000 บาท
ไม่มีค่ารายเดือนหรือส่วนแบ่งยอดขาย พร้อมระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ยประมาณ 6–12 เดือน โดยมีสาขาประมาณ 40 แห่งทั่วประเทศ และมีระบบสนับสนุนผู้ลงทุนครบวงจร ทั้งการอบรมสูตร การบริหารร้าน และการทำการตลาด เพื่อช่วยให้ผู้เริ่มต้นสามารถดำเนินธุรกิจได้โดยไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์มาก่อน

อาคิตะ ชานมไข่มุก
สนใจลงทุน คลิก
https://citly.me/Lbnoq
โทร. 082-5759225
9. ยู้ฮูหวานเย็น

Yoohoo Snow Ice (ยู้ฮูหวานเย็น) แฟรนไชส์ขนมหวานประเภทน้ำแข็งไสและของหวานสไตล์คาเฟ่จากเชียงใหม่ ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2565 โดยมีจุดเริ่มต้นจากความชื่นชอบในเมนูหวานเย็นและการพัฒนาต่อยอดให้เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
แบรนด์เน้นการสร้างความแตกต่างผ่าน “น้ำราดสูตรพิเศษ” และการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสดใหม่ พร้อมแนวคิดการยกระดับหวานเย็นจากของทานเล่นให้เป็นเมนูที่ผู้บริโภคจดจำและกลับมาซื้อซ้ำ โดยปัจจุบันมีสาขาประมาณ 48 แห่งทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น เมียนมา
ยู้ฮูหวานเย็นมีเมนูของหวานหลากหลายมากกว่า 40 ท็อปปิ้ง เช่น ทับทิมกรอบ กล้วยเชื่อม เฉาก๊วย และข้าวเหนียว รวมถึงน้ำราดสูตรเฉพาะ เช่น น้ำกะทิเคี่ยว น้ำลำใย และน้ำเชื่อมใบเตย โดยขายราคาเริ่มต้นประมาณ 35 บาท
สำหรับการลงทุนแฟรนไชส์ใช้งบประมาณประมาณ 169,000–389,000 บาท ตามรูปแบบร้าน ระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ยประมาณ 3–10 เดือน มีระบบสนับสนุนครบวงจร ทั้งการอบรม การเลือกทำเล การตลาด และการบริหารร้าน รวมถึงการช่วยโปรโมตผ่านอินฟลูเอนเซอร์เพื่อเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์

ยู้ฮูหวานเย็น
สนใจลงทุน คลิก
https://citly.me/2B7x4
โทร. 081-8669007
10. รสเด็ด ก๋วยเตี๋ยวกระทุ่มแบน

แฟรนไชส์ “รสเด็ด ก๋วยเตี๋ยวกระทุ่มแบน” แบรนด์ก๋วยเตี๋ยวต้นตำรับจากสมุทรสาคร ก่อตั้งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 โดยเริ่มจากร้านเล็กในชุมชนริมคลองภาษีเจริญ และพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นธุรกิจแฟรนไชส์เต็มรูปแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
จุดเด่นสำคัญคือ “หนังหมูไร้มันย่างถ่าน” ที่ผ่านกระบวนการปรุงพิเศษจนมีรสชาติไม่เหมือนใคร รวมถึงน้ำซุปสมุนไพรไทยที่หอมเข้มข้น และสูตรก๋วยเตี๋ยวต้มยำรสจัดจ้านที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ทำให้ได้รับความนิยมต่อเนื่องยาวนานกว่า 40 ปี และมีการพัฒนาระบบธุรกิจให้มีมาตรฐานมากขึ้นก่อนขยายแฟรนไชส์
ด้านการลงทุนเริ่มต้น 39,900–89,900 บาท เหมาะสำหรับร้านขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ ใช้คนขายตั้งแต่ 1–5 คน พร้อมอุปกรณ์และระบบร้านครบชุด รวมถึงการอบรมการขายและสูตรการทำอาหาร จุดเด่นคือใช้ต้นทุนต่อชามค่อนข้างต่ำและมีโอกาสทำกำไรได้สูง โดยประเมินคืนทุนได้ภายในประมาณ 3–6 เดือน
ปัจจุบันแบรนด์มีการขยายสาขามากกว่า 500 สาขาทั่วประเทศ และมีโมเดลธุรกิจที่เน้นความง่ายในการเริ่มต้น ควบคุมต้นทุน และรักษามาตรฐานรสชาติให้เหมือนกันทุกสาขา
รสเด็ด ก๋วยเตี๋ยวกระทุ่มแบน
สนใจลงทุน แฟรนไชส์ คลิก
https://citly.me/ticCP
โทร.081-9154985
11. เกาเหลาเนื้อ ธัญรส

แฟรนไชส์ “เกาเหลาเนื้อ ธัญรส” เป็นร้านอาหารประเภทก๋วยเตี๋ยวเนื้อและเกาเหลาเนื้อระดับตำนานที่ก่อตั้งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 โดยเริ่มต้นจากจังหวัดชลบุรี และพัฒนาเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมายาวนานกว่า 50 ปี
จุดเด่นของแบรนด์อยู่ที่รสชาติเนื้อที่เข้มข้นเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะลูกชิ้นเนื้อสูตรเฉพาะของธัญรสที่ผลิตสดใหม่ทุกวันจากวัตถุดิบคุณภาพ ทำให้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในตลาดอาหารประเภทก๋วยเตี๋ยวเนื้อ และเคยได้รับรางวัลด้านรสชาติยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง
การลงทุนแฟรนไชส์เริ่มต้นประมาณ 20,000 บาท เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจอาหารขนาดเล็กถึงกลาง โดยใช้พื้นที่ตั้งแต่ 1–2 คูหาหรือในศูนย์อาหาร และมีระบบการสนับสนุนจากแบรนด์ทั้งด้านการอบรมพนักงาน การควบคุมมาตรฐาน และการพัฒนาผลิตภัณฑ์
ปัจจุบันมีสาขาประมาณ 80–150 สาขาทั่วประเทศ และมีระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ยประมาณ 3–6 เดือน โดยเน้นจุดขายด้านรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ระบบการผลิตที่ควบคุมคุณภาพ และความต่อเนื่องของมาตรฐานในทุกสาขา
เกาเหลาเนื้อ ธัญรส
สนใจลงทุน แฟรนไชส์ คลิก
https://citly.me/nz3sQ
โทร.081-6459829
12. ธงไชย ผัดไทย

แฟรนไชส์ “ธงไชย ผัดไทย” เป็นธุรกิจสตรีทฟู้ดผัดไทยจากระยอง ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2559 โดยมีรากฐานจากสูตรเส้นจันท์และกรรมวิธีการผลิตแบบโบราณที่สืบทอดมากว่า 60 ปี
จุดเด่นของแบรนด์คือการใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงเป็นหลัก พร้อมน้ำซอสผัดไทยสูตรเฉพาะและเส้นจันท์ที่มีเอกลักษณ์ด้านความเหนียวนุ่มและกลิ่นหอม ทำให้รสชาติเป็นที่ยอมรับทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ
อีกทั้งยังถูกพัฒนาให้เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ที่เข้าถึงง่ายในรูปแบบรถเข็นและสตรีทฟู้ดที่ขายได้หลากหลายทำเล
ในด้านการลงทุน แฟรนไชส์มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นประมาณ 9,000–39,000 บาท ถือเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์อาหารที่ใช้งบต่ำและเริ่มต้นได้ง่าย โดยมีรูปแบบแพ็กเกจให้เลือกหลายระดับตั้งแต่รถเข็นพื้นฐานไปจนถึงชุดพร้อมเปิดร้านครบระบบ
จุดเด่นคือไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือนหรือรายปี พร้อมการอบรมสูตรและเทคนิคการขาย รวมถึงการสนับสนุนด้านการตลาด ทำให้เหมาะกับผู้เริ่มต้นธุรกิจขนาดเล็ก โดยมีระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ยเร็วมากประมาณ 1 เดือน หากทำเลและยอดขายเหมาะสม
ธงไชย ผัดไทย
สนใจลงทุน แฟรนไชส์ คลิก
https://citly.me/BEYG0
โทร. 080-9108199
13. บันนี่เชค

บันนี่เชค (Bunny Shake) จากจังหวัดชลบุรี เป็นแฟรนไชส์คาเฟ่สไตล์โฮมมี่ที่เน้นความน่ารักสดใสภายใต้คอนเซปต์แบรนด์ “น้องกระต่าย” ซึ่งสื่อถึงความอบอุ่นและความสุขง่ายๆ ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2558 และเริ่มขยายแฟรนไชส์ในปี พ.ศ. 2563
ปัจจุบันมีสาขารวมทั้งในและต่างประเทศประมาณ 19 สาขา โดยแบรนด์เติบโตจากร้านต้นแบบในศรีราชาจนขยายสู่ระบบแฟรนไชส์อย่างรวดเร็วด้วยเมนูขนมและเครื่องดื่มที่หลากหลาย เช่น ชานมไข่มุก ชาผลไม้ และซูเฟล่แพนเค้กสไตล์ญี่ปุ่น
ด้านการลงทุนแฟรนไชส์มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นประมาณ 159,000 บาท แต่เมื่อรวมค่าอุปกรณ์ วัตถุดิบ เงินประกัน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ จะใช้งบลงทุนรวมราว 850,000 – 1,200,000 บาท ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจร้าน
โดยมีสัญญาแฟรนไชส์ระยะเวลา 5 ปี และมีค่ารอยัลตี้รวมค่าการตลาดประมาณ 4,000 บาทต่อเดือน
จุดเด่นของแบรนด์คือการทำซูเฟล่แพนเค้กอบสดหน้าร้านแบบโชว์ พร้อมเครื่องดื่มชาไต้หวันพรีเมียม ทำให้มีภาพลักษณ์ร้านที่ดึงดูดลูกค้าสายคาเฟ่และโซเชียล มีเดีย อีกทั้งยังมีระบบสนับสนุนแฟรนไชส์ครบทั้งการฝึกอบรม การตลาด และการช่วยเปิดร้านในช่วงเริ่มต้น

บันนี่เชคคาเฟ่
สนใจลงทุน แฟรนไชส์ คลิก
https://citly.me/TWYmi
โทร. 090-9789228 , 095-6645361
สรุป
แฟรนไชส์กลุ่มนี้สะท้อนชัดเจนว่าต่างจังหวัดไม่ใช่ข้อจำกัดอีกต่อไป แต่กลับเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ที่แข็งแกร่ง เพราะเข้าใจตลาดจริง มีต้นทุนต่ำกว่า และสามารถพัฒนาเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้ง่าย
ก่อนจะต่อยอดเข้าสู่เมืองใหญ่และขยายทั่วประเทศในระยะเวลาไม่นาน ถือเป็นแนวโน้มสำคัญของธุรกิจแฟรนไชส์ไทยในยุคที่เติบโตจากฐานรากสู่ตลาดระดับชาติอย่างแท้จริง
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
- อยากสร้างแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Ive14C
- อยากทำเป็นแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3IrrH0k
- รู้เรื่องกฎหมาย สัญญาแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Iu5WNu
- รวมความรู้แฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Pe0m5s
อ้างอิงจาก คลิกที่นี่
สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น
ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี
ลักษณะงาน
- เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
- ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
- มอบหมายงานและติดตามงาน
- อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ
1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้
- ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
- ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
- การปฏิบัติงาน
- เป้าหมายในอนาคต
2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ
- การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
- การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
- การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
- การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)
3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)
- การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
- สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
- กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
- มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม
4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ
- แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
- แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์
5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์
- รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
- ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
- ปรับปรุงแก้ไข
- พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง
การปฎิบัติงาน
- สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
- ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา
เงื่อนไขอื่นๆ
- การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์
อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้
สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy




