จากหนี้ 7.3 ล้านบาท สู่ร้านเบอร์เกอร์ที่สร้างรายได้ 24.8 ล้านบาทต่อปี

ถ้าคุณต้องใช้เงินถึง 400,000 ดอลลาร์ หรือ 13.45 ล้านบาท เพื่อเปิดร้านอาหารสักแห่ง แต่ตัวเองมีเงินเก็บเพียง 60,000 ดอลลาร์ คุณจะกล้าเดินหน้าต่อหรือไม่ สำหรับ Aly Lalani ผู้ประกอบการวัย 38 ปีจาก Orlando รัฐ Florida เขา “กล้า”

Lalani ทำงานในธุรกิจร้านอาหารมานานกว่า 16 ปี ก่อนตัดสินใจเปิดร้านเบอร์เกอร์ของตัวเองในชื่อ Build My Burgers เมื่อปี 2021 วันนี้ร้านสามารถสร้างรายได้ประมาณ 739,000 ดอลลาร์ต่อปี หรือราวๆ 24.8 ล้านบาท และ Lalani จ่ายเงินเดือนให้ตัวเองประมาณ 84,000 ดอลลาร์ต่อปี หรือ 2.82 ล้านบาทต่อปี ราวๆ 235,000 บาทต่อเดือน

แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ เขาต้องผ่านทั้งการลงทุนที่บานปลาย หนี้กว่า 218,000 ดอลลาร์ หรือราวๆ 7.3 ล้านบาท ในช่วงโควิด-19 และช่วงเวลาที่ครอบครัวต้องใช้เงินเดือนของภรรยาเพียงคนเดียวในการดำรงชีวิต

จากอยากซื้อแฟรนไชส์ สู่การสร้างแบรนด์ของตัวเอง

จากหนี้ 7.3 ล้านบาท
ภาพจาก https://citly.me/PAuXG

เดิม Lalani และ Zahra ภรรยา ตั้งใจจะซื้อแฟรนไชส์ร้านอาหารที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว เพราะคิดว่าการสร้างแบรนด์ใหม่ตั้งแต่ศูนย์น่าจะใช้ทั้งเวลาและเงินมากเกินไป แต่เมื่อดูต้นทุนจริง พวกเขาพบว่าแฟรนไชส์ที่สนใจมีราคาแพงเกินไป

ทั้งคู่จึงเปลี่ยนความคิดและตัดสินใจสร้างแบรนด์ของตัวเอง ในปี 2018 พวกเขาเริ่มออกแบบ Build My Burgers ตั้งแต่โลโก้ สีร้าน ไปจนถึงบรรยากาศภายใน โดยตั้งใจให้ร้านดูเหมือนเป็นแบรนด์ที่มีหลายสาขาอยู่แล้วปี 2019 Lalani เซ็นสัญญาเช่าพื้นที่และเริ่มก่อสร้าง โดยตั้งเป้าเปิดร้านในปี 2020 แต่แล้วโควิด-19 ก็เข้ามาเปลี่ยนแผนทั้งหมด

งบ 200,000 ดอลลาร์ กลายเป็น 400,000 ดอลลาร์

จากหนี้ 7.3 ล้านบาท
ภาพจาก https://citly.me/PAuXG

เดิม Lalani คาดว่าจะใช้เงินประมาณ 200,000 ดอลลาร์ในการเริ่มธุรกิจ แต่ค่าก่อสร้างและปรับปรุงพื้นที่กลับสูงกว่าที่คาด ทำให้งบเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 400,000 ดอลลาร์ เขาใช้เงินเก็บส่วนตัว 60,000 ดอลลาร์ และต้องพึ่งพาบัตรเครดิตกับเงินกู้ที่ไม่มีหลักประกันอีก 218,000 ดอลลาร์

เจ้าของพื้นที่ยังช่วยสนับสนุนเงิน 22,000 ดอลลาร์ และลงทุนปรับปรุงอาคารเพิ่มเติมอีกราว 100,000 ดอลลาร์ ปัญหาคือร้านไม่สามารถเปิดได้ตามกำหนด เดิมตั้งใจเปิดในเดือนเมษายน 2020 แต่ต้องเลื่อนไปจนถึงเดือนมกราคม 2021

ช่วงนั้น Lalani ไม่ได้มีรายได้จากร้าน ขณะที่ครอบครัวเพิ่งมีลูก และต้องใช้เงินเดือนจากงานประจำของ Zahra เพียงคนเดียวในการจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้นพ่อของเขายังเสียชีวิตในช่วงปลายปี 2019 แต่ Lalani ยังคงเดินหน้าต่อเพราะเขามองว่าธุรกิจนี้เป็นสิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จ

เปิดร้านโดยไม่มี Grand Opening

จากหนี้ 7.3 ล้านบาท
ภาพจาก https://citly.me/PAuXG

เมื่อ Build My Burgers เปิดในที่สุด Lalani ไม่ได้จัดงานเปิดตัวใหญ่โต เขาเพียงเปิดป้ายหน้าร้าน แล้วเริ่มขาย ร้านใช้แนวคิดครัวแบบเปิด ให้ลูกค้ามองเห็นการทำอาหารได้อย่างใกล้ชิด และพยายามสร้างความสัมพันธ์กับคนในชุมชน

มีทั้งส่วนลดสำหรับนักศึกษาและตำรวจ รวมถึงเครื่องดื่มฟรีสำหรับพนักงานส่งอาหาร แนวคิดง่ายๆ คือ ถ้าคนในชุมชนช่วยสนับสนุนร้าน ร้านก็ต้องดูแลคนเหล่านั้นกลับไป Lalani มองว่าสิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างฐานลูกค้าที่กลับมาใช้บริการซ้ำไม่ใช่แค่การทำโปรโมชั่นเพื่อเพิ่มยอดขายในระยะสั้น

รายได้โตจาก 584,000 เป็น 739,000 ดอลลาร์

ผลลัพธ์เริ่มเห็นชัดขึ้น ปีแรก Build My Burgers สร้างรายได้ประมาณ 584,000 ดอลลาร์ ปีถัดมารายได้เพิ่มขึ้นเป็น 739,000 ดอลลาร์ ทำให้ Lalani สามารถจ่ายเงินเดือนให้ตัวเองได้ประมาณ 84,000 ดอลลาร์ต่อปี

ตัวเลขนี้คือ “รายได้” ไม่ใช่กำไรทั้งหมด เพราะร้านยังมีต้นทุนอาหาร ค่าแรง ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายอื่นๆ แต่สำหรับร้านที่เพิ่งเริ่มต้นและต้องเปิดท่ามกลางช่วงโควิด-19 ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าธุรกิจสามารถสร้างฐานลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

จากร้านเดียว สู่เป้าหมาย 51 สาขา

จากหนี้ 7.3 ล้านบาท
ภาพจาก https://citly.me/PAuXG

ในปี 2022 Zahra เข้ามาเป็นเจ้าของร่วมและช่วยดูแลด้านการตลาดกับบัญชี ส่วน Lalani ยังคงทำงานประมาณ 50 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ดูแลทั้งการดำเนินงานและโซเชียลมีเดีย

หลังจากพิสูจน์ว่าร้านแรกสามารถสร้างรายได้ได้ Lalani เริ่มคิดถึงการขยายธุรกิจ แต่คราวนี้เขาไม่ได้คิดจะซื้อแฟรนไชส์ของคนอื่นอีกแล้ว เขาต้องการ ทำให้ Build My Burgers กลายเป็นแฟรนไชส์ Lalani ตั้งเงินลงทุนเริ่มต้นสำหรับแฟรนไชส์ไว้ประมาณ 235,000 ดอลลาร์ต่อสาขา และตั้งเป้าขยายให้มี 51 สาขาทั่วสหรัฐฯ ภายใน 5 ปี

อย่างไรก็ตาม เขามองว่าการขยายร้านไม่ได้มีแค่เรื่องเงินทุน แต่ต้องมีพนักงานที่มีคุณภาพเพียงพอด้วย เพราะถ้าขยายเร็วเกินไปแต่รักษาคุณภาพไม่ได้ การเติบโตอาจกลายเป็นปัญหา

จากร้านเบอร์เกอร์เล็กๆ สู่ธุรกิจแฟรนไชส์

เรื่องของ Build My Burgers น่าสนใจตรงที่ Lalani ไม่ได้เริ่มต้นด้วยเงินทุนมหาศาล เขามีเงินเก็บ 60,000 ดอลลาร์ แต่ต้องลงทุนถึงประมาณ 400,000 ดอลลาร์ และแบกรับหนี้กว่า 218,000 ดอลลาร์ ขณะที่ร้านยังเปิดไม่ได้เพราะโควิด-19

สิ่งที่เขามีคือประสบการณ์ในธุรกิจร้านอาหาร และความเข้าใจว่าต้องสร้างอะไรให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอีกครั้ง จากร้านหนึ่งแห่งที่เริ่มต้นในปี 2021 วันนี้ Build My Burgers สร้างรายได้ 739,000 ดอลลาร์ต่อปี และกำลังเดินหน้าสู่เป้าหมาย 51 สาขา

บทเรียนสร้างร้านเบอร์เกอร์ด้วยหนี้กว่า 200,000 ดอลลาร์

จากหนี้ 7.3 ล้านบาท
ภาพจาก https://citly.me/PAuXG

เรื่องราวของ Build My Burgers น่าสนใจตรงที่ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นจากการมีเงินทุนจำนวนมากตั้งแต่แรก Lalani เริ่มจากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมร้านอาหาร เขาและภรรยามีเงินเก็บส่วนตัว 60,000 ดอลลาร์ และต้องพึ่งพาหนี้

และเงินกู้เพื่อทำให้โครงการเกิดขึ้นจริง ยิ่งไปกว่านั้น งบประมาณยังเพิ่มจาก 200,000 ดอลลาร์เป็น 400,000 ดอลลาร์ ขณะที่ร้านต้องเลื่อนเปิดเพราะโควิด-19 แต่สิ่งหนึ่งที่เขามีตั้งแต่ต้นคือความเข้าใจในธุรกิจร้านอาหาร และความชัดเจนว่าเขาต้องการสร้างอะไร

จากร้านที่เริ่มต้นในปี 2021 วันนี้ Build My Burgers สามารถสร้างรายได้ 739,000 ดอลลาร์ต่อปี และ Lalani กำลังวางแผนเปลี่ยนร้านเดี่ยวให้กลายเป็นธุรกิจแฟรนไชส์เรื่องนี้จึงไม่ได้มีเพียงบทเรียนว่า “กล้าลงทุนแล้วจะประสบความสำเร็จ” แต่สะท้อนให้เห็นอีกด้านหนึ่งของการเป็นผู้ประกอบการว่า การเติบโตของรายได้ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกับการลดความเสี่ยงเสมอไป

จากหนี้ 7.3 ล้านบาท
ภาพจาก https://citly.me/PAuXG

ก่อนที่ร้านจะสร้างรายได้หลายแสนดอลลาร์ Lalani ต้องผ่านช่วงที่เงินลงทุนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ต้องแบกรับหนี้กว่า 218,000 ดอลลาร์ ต้องเลื่อนการเปิดร้าน และต้องใช้ชีวิตด้วยรายได้ของภรรยาเพียงคนเดียวสิ่งที่ทำให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้จึงไม่ได้มีเพียงเงินทุน แต่ประกอบด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรม ความเข้าใจลูกค้า การสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน และความสามารถในการทำให้ร้านหนึ่งแห่งสามารถสร้างระบบที่นำไปต่อยอดได้

จากความตั้งใจเดิมที่จะซื้อแฟรนไชส์ของคนอื่น วันนี้ Lalani กำลังพยายามสร้างสิ่งที่ตรงกันข้าม นั่นคือ เปลี่ยนร้านเบอร์เกอร์ที่เขาสร้างจากศูนย์ ให้กลายเป็นแบรนด์ที่คนอื่นต้องการซื้อแฟรนไชส์และนั่นอาจเป็นก้าวต่อไปที่สำคัญที่สุดของ Build My Burgers เพราะการทำให้ร้านหนึ่งแห่งขายดี กับการสร้างระบบที่สามารถทำให้ร้าน 51 แห่งขายดีได้ เป็นโจทย์คนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง

อ้างอิงข้อมูล

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy

คุณมนตรี ศรีวงษ์ (อ๊อฟ)

นักเขียน ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงข่าวสาร การค้า การลงทุน มีความสนใจเรื่องของธุรกิจเอสเอ็มอี และแฟรนไช