ส่องรายได้ น้ำหวาน Hale’s Blue Boy

เวลาที่เราเดินผ่านร้านเครื่องดื่มที่ขายน้ำชง ๆ ทั้งหลาย ไม่ว่าจะแถวบ้าน แถวที่ทำงาน ข้างร้านของชำหรือแม้แต่ในห้างสรรพสินค้า แทบจะทุกร้านจะมีขวดน้ำหวานยี่ห้อนี้ตั้งอยู่บนโต๊ะบนชั้น นั่นก็คือ น้ำหวาน Hale’s Blue Boy ซึ่งคุณผู้อ่านทุกท่านต้องรู้จักและคุ้นเคยกับน้ำหวานยี่ห้อนี้เป็นอย่างดี 

Hale’s Blue Boy นั้นเติบโตมาจากร้านโชว์ห่วย แต่ตอนนี้พุ่งขึ้นมาเป็นผู้นำความหวานอันดับ 1 ที่ครองใจผู้บริโภคเกือบ 60 ปี วันนี้ www.ThaiSMEsCenter.com จะพาคุณผู้อ่านไปดูประวัติความเป็นมาคร่าว ๆ ของ Hale’s Blue Boy รวมถึงรายได้-กำไรของยี่ห้อน้ำหวานยอดฮิตตลอดกาลนี้ว่าจะมากมายขนาดไหน ตามอ่านต่อกันเลย

4

ภาพจาก bit.ly/33S6FT5

ในปีพ.ศ. 2502 เฮลซ์บลูบอยถือกำเนิดขึ้นจาก 4 พี่น้องครอบครัวคนจีนตระกูล พัฒนะเอนก ซึ่งแต่เดิมประกอบอาชีพร้านโชห่วย ต่อมาได้เห็นโอกาสในธุรกิจน้ำหวาน เพราะ เนื่องจากในยุคนั้นประเทศไทยยังขาดสินค้าอุปโภคบริโภคประเภทนี้

โดยสูตรน้ำหวานเป็นสูตรของครอบครัวที่คิดค้นขึ้นมาเองและในปี พ.ศ 2521 ตระกูลพัฒนะเอนกได้เริ่มก่อตั้ง บริษัท เฮลซ์เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด โดยดำเนินธุรกิจน้ำหวานเข้มข้นและ น้ำตาลก้อนที่ใช้ในการชงกาแฟ

3

ภาพจาก bit.ly/33S6FT5

หัวใจที่ผลักดันให้แบรนด์ครองใจลูกค้าต่อเนื่อง และแทบจะเป็นน้ำหวานแบรนด์ไทยเจ้าเดียวที่คนทั่วไปจะถึงนึกออก มาจาก 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ การเป็นสินค้าน้ำหวานเพื่อการบริโภคในครัวเรือน กำไรต่อหน่อยค่อนข้างต่ำ ยอดขายเน้นมากนัก ธุรกิจขนาดใหญ่ทุนหนาจึงไม่ค่อยให้ความสนใจจะลงมาแข่งขันในตลาดนี้

ส่วนใหญ่หันไปผลิตน้ำหวานเพื่อส่งใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมแทน ดังนั้น การแข่งขันจึงไม่รุนแรงและแทบไม่มีเจ้าใหญ่ลงมาชิงลูกค้า และผู้บริหารของเฮลซ์บลูบอยก็ไม่สนใจจะไปสู้ในตลาดน้ำหวานเพื่อโรงงานอุตสาหกรรม แม้ว่าจะได้กำไรมากกว่า เพราะไม่ใช่ตลาดที่ตัวเองถนัด สิ่งที่เลือกคือทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดเพื่อจะรักษาคุณภาพไม่ให้เปลี่ยนแปลง

2

ภาพจาก bit.ly/33S6FT5

การเจาะตลาดของเฮลซ์บลูบอยเริ่มต้นแต่ปี 2558 ที่ส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ และยุโรป ในปีต่อมาคือ 2559 การส่งออก มุ่งไปยังตลาดอาเซียน และจีน โดยเป็นหนึ่งใน 200 ผู้ประกอบการไทย ที่อยู่ในศูนย์สร้างโอกาสธุรกิจไทยสู่จีน(TSTC) ณ เมืองโฝซาน มณฑลกวางตุ้ง ภายในโครงการ “คาค่า”(KAKA) ซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ของนักลงทุนชาวไทยที่มีมูลค่าโครงการสูงถึง 600 ล้าน

นอกจากนี้เฮลซ์บลูบอยยังมีเป้าหมายในการบุกตลาดอินเดียและชูสโลแกน Number one syrup in Thailand เพื่อกระจายความหวานสายพันธุ์ไทย ให้อยู่ในทุกพื้นที่บนโลก

1

ภาพจาก bit.ly/31X9ZdS

เรามาดูกันดีกว่าว่าผู้นำความหวานอันดับ 1 อย่าง Hale’s Blue Boy นั้นจะมีกำไรเป็นตัวเลขเท่าไหร่ โดยข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า บริษัท เฮลซ์เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด มีทุนจดทะเบียน 60,000,000 บาท โดยมีผลการประกอบย้อนหลังดังนี้

  • ปี 2559 : รายได้รวม 2,803,299,000 บาท กำไร 581,224,000 บาท
  • ปี 2560 : รายได้รวม 2,594,036,000 บาท กำไร 465,097,000 บาท
  • ปี 2561 : รายได้รวม 2,888,963,000 บาท กำไร 749,186,000 บาท

Hale’s Blue Boy เป็นอีกหนึ่งแบรนด์สินค้าในตำนานที่ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ในการทำธุรกิจดียอดเยี่ยม เป็นธุรกิจที่เติบโตแบบไม่หวือหวาแต่ว่าอยู่มาได้อย่างแข็งแกร่ง แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการสร้างแบรนด์ในช่วงที่สินค้าประเภทนี้ยังไม่บูมมากนัก

ทำให้น้ำแบรนด์หวานนี้สามารถเติบโตได้โดยที่การแข่งขันไม่สูงมาก มาก่อนได้เปรียบจริง ๆ แต่ถึงแม้ว่าจะมาก่อน แต่หากคุณภาพของสินค้าไม่รักษามาตรฐานไว้ ยังไง ๆ www.ThaiSMEsCenter.com ว่าก็คงไม่สามารถเติบโตอย่างมั่นคงเช่นแบรนด์น้ำหวาน Hale’s Blue Boy แน่นอน

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hale’s Blue Boy ได้ที่บทความ “10 เรื่องจริงที่คุณไม่รู้! เฮลซ์บลูบอย” https://bit.ly/30rjTnz


คุณผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

01

อ่านบทความอื่นๆ จากไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ www.thaifranchisecenter.com/document
เลือกซื้อแฟรนไชส์ไทยขายดี เปิดร้าน www.thaifranchisecenter.com/directory/index.php

ข้อมูลจาก https://bit.ly/30rjTnz , https://bit.ly/2MAkD6Q

 

อ้างอิงจาก https://bit.ly/3vcfjJl

คุณรุ่งทิพย์ จรีรัตนประกร (มายด์)

จบปรัชญามาทำงานเขียนเกี่ยวกับธุรกิจ มีใจรักในการเขียนและการคิดวิเคราะห์ ชอบค้นคว้าหาความรู้ พร้อมแก้ไขและพัฒนาตัวเองเสมอ