ทฤษฎีใหม่! 4 รูปแบบโมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ ในปี 2023

การดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ แต่ละรูปแบบมีแนวทางธุรกิจแตกต่างกัน หากคนที่ไม่รู้ว่าแฟรนไชส์ที่ตัวเองสนใจและกำลังดำเนินกิจการอยู่นั้นเป็นลักษณะแบบไหน อาจจะพลาดโอกาสดีๆ ที่จะได้ธุรกิจแฟรนไชส์ที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด

หากอยากรู้ว่าแฟนไชส์ที่สนใจเป็นแบบไหน และแต่ละแบบมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร วันนี้ www.ThaiSMEsCenter.com จะนำเสนอให้ทราบ

1. Company Owned Company Operated (COCO) บริษัทเจ้าของแบรนด์เป็นเจ้าของร้าน และบริหารจัดการเอง

รูปแบบโมเดลธุรกิจแฟรนไชส์

โมเดลธุรกิจที่บริษัทเจ้าของแบรนด์เป็นเจ้าของร้านและเป็นผู้บริหารจัดการเองทุกอย่าง ทั้งการลงทุน การบริหารจัดการร้าน การขยายสาขา การจ้างพนักงาน ผู้จัดการร้าน รวมถึงรับผิดชอบในเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยบริษัทเจ้าของแบรนด์จะมีรายได้และผลกำไรแต่เพียงผู้เดียว และรับผิดชอบในกรณีกิจการร้านขาดทุนแต่เพียงผู้เดียวด้วย

สำหรับธุรกิจหรือร้านในรูปแบบดังกล่าว จะสามารถเปิดดำเนินการเพื่อเป็นร้านต้นแบบ เมื่อกิจการมีรายได้และผลกำไรดี ได้รับความนิยม สามรารถต่อยอดไปสู่การนำเสนอผลิตภัณฑ์และขายแฟรนไชส์ให้กับผู้ที่สนใจกิจการหรือธุรกิจได้

50

ตัวอย่างร้านที่บริษัทเจ้าของแบรนด์เป็นเจ้าของและบริหารจัดการเอง ได้แก่ เอ็มเค สุกี้, บาร์บีคิว พลาซ่า, สุกี้ ตี๋น้อย, วราภรณ์ ซาลาเปา, ฮะจิบังราเมน, ร้านขนมหวาน เช็ง ซิม อี๊, มนต์นมสด, เคอรี่ เอ็กซ์เพรส, Sukiya (สุคิยะ), นิตยา ไก่ย่าง, บี-ควิก, Tiger Sugar Thailand, Brown Café, The Alley, KOI Thé, BEARHOUSE, Cha Tra Mue, Jones Salad ฯลฯ

2. Company Owned Franchise Operated (COFO) บริษัทเจ้าของแบรนด์เป็นเจ้าของร้าน แต่แฟรนไชส์ซีบริหารจัดการ

14

โมเดลธุรกิจที่บริษัทเจ้าของแบรนด์เป็นเจ้าของร้าน แต่แฟรนไชส์ซีเป็นผู้บริหารจัดการ โดยเบื้องต้นบริษัทเจ้าของแบรนด์จะเป็นผู้ริเริ่มทำธุรกิจและเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาสถานที่เปิดร้าน ค่ามัดจำเช่าสถานที่ ค่าวัตถุดิบ ค่าอุปกรณ์ ส่วนแฟรนไชส์จะดูแลในเรื่องค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน การจ้างพนักงาน ค่าเช่าสถานที่ ค่าไฟ ค่าน้ำ ซึ่งบางธุรกิจบริษัทเจ้าของแบรนด์จะดูแลในเรื่องค่าเช่าสถานที่ หรือบางครั้งก็ให้แฟรนไชส์ซีเป็นผู้รับผิดชอบ

ข้อดีของรูปแบบแฟรนไชส์ดังกล่าว คือ แฟรนไชส์จะมีค่าใช้จ่ายน้อยในการเริ่มต้นทำธุรกิจ เพราะแฟรนไชส์ซอร์หรือบริษัทเจ้าของแบรนด์เป็นผู้ลงทุนให้ แต่ด้วยการลงทุนที่ต่ำจึงทำให้แฟรนไชส์ซีได้รับส่วนแบ่งรายได้และกำไรต่ำตามไปด้วย

13

โมเดลแฟรนไชส์รูปแบบนี้ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในกรณีบริษัทเจ้าของแบรนด์หรือแฟรนไชส์ซอร์ ไม่ต้องการเพิ่มค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบริการจัดการร้าน รวมถึงไม่มีระบบในเรื่องของการบริหารจัดการร้านและพนักงาน จึงมองหาแฟรนไชส์ซีที่มีความรู้ความสามารถมาช่วยดูแลและบริการจัดการร้านแทนเหมือนกับเป็นผู้ประกอบการเอง แต่ถ้าแฟรนไชส์ซีบริการจัดการร้านไม่ดีก็จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของแบรนด์

ตัวอย่างโมเดลธุรกิจที่บริษัทเจ้าของแบรนด์เป็นเจ้าของร้าน แต่แฟรนไชส์ซีเป็นผู้บริหารจัดการ เช่น แฟรนไชส์ซี (ผู้รับเหมา) บริหารจัดการโรงอาหารในบริษัทหรือองค์กร โรงงาน โรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯ รวมถึงโครงการบ้านจัดสรรและคอนโด จะมีแฟรนไชส์ซี (นิติบุคคล) เข้ามาเป็นผู้บริหารจัดการโครงการ และบริษัทรักษาความปลอดภัย (รปภ.)

3. Franchise Owned Company Operated (FOCO) แฟรนไชส์ซีเป็นเจ้าของร้าน แต่บริษัทเจ้าของแบรนด์บริหารจัดการ

12

โมเดลธุรกิจที่แฟรนไชส์ซีเป็นเจ้าของพื้นที่ เจ้าของสถานที่ ผู้ดูแลสถานที่ หรือเป็นเจ้าของทรัพย์สิน และเป็นผู้ลงทุนในช่วงเริ่มต้น ส่วนบริษัทเจ้าของแบรนด์จะเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการหารดำเนินงานต่างๆ การก่อสร้างและติดตั้งร้าน ติดตั้งอุปกรณ์ ติดตั้งเครื่อง โดยแฟรนไชส์ซีหรือเจ้าของพื้นที่จะได้รับส่วนแบ่งกำไรผลการดำเนินกิจการจากบริษัทเจ้าของแบรนด์ แต่บางครั้งถ้าผลประกอบการหรือยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า แฟรนไชส์ซีก็จะได้รับส่วนแบ่งน้อยตามไปด้วย

ตัวอย่างโมเดลธุรกิจที่แฟรนไชส์ซีเป็นเจ้าของร้าน เป็นเจ้าของทรัพย์สิน แต่บริษัทเจ้าของแบรนด์เป็นผู้บริหารจัดการ เช่น ธุรกิจเกี่ยวกับตู่จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ธุรกิจหยอดเหรียญ ตู้เติมเงิน ตู้กดน้ำ ตู้เอทีเอ็ม เครื่องซักผ้า ฯลฯ

31

สำหรับแบรนด์แฟรนไชส์ที่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบ FOCO เช่น ซันเวนดิ้ง โดยแฟรนไชส์ซีเจ้าของสถานที่จะเป็นผู้ลงทุนเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ 30 เครื่อง 600,000 บาท ระยะเวลาสัญญา 3 ปี ส่วนแบ่งจากกำไรการขายสินค้าผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ สัดส่วนแฟรนไชส์ซีร้อยละ 65 และ SVT ร้อยละ 35

คาเฟ่ อัตโนมัติ 24 ชั่วโมง “เต่าบิน” เจ้าของพื้นที่ เช่น บริษัท โรงงาน โรงพยาบาล โรงแรม คอนโด มหาวิทยาลัย ฯ ทางเต่าบิน ไปขอติดตั้งและดูแลตู้ให้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย (ยอดขายขั้นต่ำ 85 แก้ว/วัน) โดยพื้นที่ต้องผ่านการประเมินจากบริษัท

4. Franchise Owned Franchise Operated (FOFO) แฟรนไชส์ซีเป็นเจ้าของร้าน และบริหารจัดการเอง

 

16

โมเดลธุรกิจที่แฟรนไชส์ซีเป็นเจ้าของร้านและบริหารจัดการร้านเอง โดยแฟรนไชส์ซีจะเป็นผู้จัดหาเงินทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยได้รับการถ่ายทอดรูปแบบและขั้นตอนการทำงานจากแฟรนไชส์ซอร์

ข้อดีก็คือแฟรนไชส์ซอร์มีค่าใช้จ่ายในการลงทุนน้อย เพราะใช้เงินส่วนหนึ่งจากแฟรนไชส์ซี ส่วนยอดขายและผลกำไรรวมถึงขาดทุนจะเป็นของแฟรนไชส์ซี โดยแฟรนไชส์ซอร์จะได้รับส่วนแบ่งเล็กน้อยจากค่าแฟรนไชส์, ค่าสิทธิรายเดือน รวมถึงค่าสินค้าและวัตถุดิบบางส่วน โดยปัจจุบันธุรกิจแฟรนไชส์ทั่วโลกประมาณ 90% จะดำเนินกิจการในรูปแบบ FOFO

17

ตัวอย่างโมเดลธุรกิจที่แฟรนไชส์ซีเป็นเจ้าของร้านและบริหารจัดการร้านเอง เช่น ธุรกิจห้าดาว, เชสเตอร์ , บาจา , กาแฟพันธุ์ไทย, ออฟฟิศเมท, ร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส และเซเว่นอีเลฟเว่น, มินิโซ ประเทศไทย, ถูกดี มีมาตรฐาน, สตาร์คอฟฟี่, อินทนิล, คาเฟ่ อเมซอน, ไฮพอร์ค, ไจแอ้นลูกชิ้นระเบิด, เคเอฟซี, แมคโดนัลด์ ฯลฯ

นั่นคือ 4 รูปแบบโมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ในโลก ที่ได้รับความนิยมทั้งจากบริษัทเจ้าของแบรนด์ (แฟรนไชส์ซอร์) และผู้ขอรับสิทธิในการดำเนินกิจการ (แฟรนไชส์ซี)

 

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

0

ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ https://bit.ly/335phDi
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter

ข้อมูล https://bit.ly/3RZHHsY

อ้างอิงจาก https://bit.ly/3yYQBQt


8 ขั้นตอน การพัฒนาระบบแฟรนไชส์

1. การวางแผนธุรกิจ ก่อนทำแฟรนไชส์

  • กำหนดรูปแบบธุรกิจ (Business Model) ให้มีความชัดเจน โดนใจลูกค้า
  • ชื่อกิจการ (Brand)
  • การสร้างผลการดำเนินธุรกิจที่ดี ได้ผลกำไร มีความมั่นคง (Good ROI)
  • การสร้างแบรนด์ ตราสินค้า ให้แข็งแกร่ง เป็นที่รู้จักผู้บริโภค
  • การพัฒนาสินค้าบริการ ให้มีคุณภาพมาตรฐาน และระบบการจัดการที่เป็นมาตรฐาน
  • การพัฒนาระบบบริการจัดการ จัดส่งสินค้า วัตถุดิบ
  • วางโครงสร้างองค์กรใหม่ รวมถึงการพัฒนาบุคลากร ทีมงาน สนับสนุนระบบแฟรนไชส์
  • การวางแผน และกำหนดเป้าหมายการขยายธุรกิจ การขยายสาขา ทั้งในและต่างประเทศ
  • การกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของธุรกิจ ทำเลที่ตั้ง และรูปแบบของร้านค้า
  • การเลือกใช้สื่อต่างๆ ช่องทางต่างๆ ในการจัดกิจกรรม เพื่อสร้างแบรนด์แฟรนไชส์

2. การรวบรวมข้อมูลธุรกิจ

  • ระบบการปฏิบัติงาน วิธีการบริหารจัดการธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ
  • ระบบการเงิน การบัญชี
  • งบประมาณในการลงทุนธุรกิจ การขยายสาขา
  • รูปแบบของร้านค้า รูปแบบของตราสินค้า ที่เป็นเอกลักษณ์
  • ระบบการสต็อกสินค้า จัดส่งสินค้า วัตถุดิบ
  • แผนงานการตลาด การส่งเสริมการขายต่างๆ
  • กระบวนการพัฒนาบุคลากร ทีมงานด้านต่างๆ

3. การวิเคราะห์ธุรกิจแฟรนไชส์

  • ธุรกิจเปิดมานานหลายปี จำนวนไม่น้อยกว่า 1สาขา
  • แบรนด์มีชื่อเสียงได้รับความนิยม เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคในวงกว้าง
  • สินค้าและบริการ มีคุณภาพมาตรฐาน เป็นที่ต้องการของตลาด
  • เป็นธุรกิจที่มีความมั่นคง ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ มีผลกำไร ต่อเนื่อง เป็นที่น่าพอใจ
  • มีระบบการทำงาน การปฏิบัติงาน แผนการทำงานที่ชัดเจน สามารถถ่ายทอดให้คนอื่นได้
  • มีระบบการพัฒนาบุคลากร และสร้างทีมงานที่แข็งแกร่ง เป็นมาตรฐาน
  • ประสบความสำเร็จทางด้านการตลาด การสร้างแบรนด์ การส่งเสริมการขายต่างๆ
  • แผนกลยุทธ์การขยายสาขา และเติบโตต่อเนื่อง เป็นรายเดือน หรือ รายปี

4. การวางโครงสร้างของระบบแฟรนไชส์

  • กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง เป็นที่รู้จักของผู้บริโภค
  • การสร้างองค์ความรู้ ระบบปฏิบัติงานต่างๆ ที่พร้อมถ่ายทอดให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • วางระบบการปฏิบัติงานของแต่ละขั้นตอนธุรกิจ ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ง่าย
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย แต่ละแผนกให้ชัดเจน รวมถึงขั้นตอนการอบรม ระบบตรวจสอบ เพื่อสร้างมาตรฐานธุรกิจแฟรนไชส์
  • สร้างระบบการสนับสนุนแฟรนไชส์ซี หรือผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • การกำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ ในการขยายสาขาแฟรนไชส์ ให้เป็นที่ยอมรับของลูกค้า (ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์)
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม พร้อมที่จะเป็นพี่เลี้ยงแก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์ช่วงเริ่มต้นได้
  • เงื่อนไขการเปิดสาขาในด้านต่างๆ

5. การวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจแฟรนไชส์

  • แผนการขยายแฟรนไชส์
  • ระบบการเงิน
  • ค่าธรรมเนียมต่างๆ
  • ข้อเสนอแฟรนไชส์ซี
  • การจดทะเบียนแฟรนไชส์
  • เรื่องกฎหมาย อายุสัญญาแฟรนไชส์
  • ระบบปฏิบัติงาน รูปแบบการให้สิทธิ
  • การตลาด การโฆษณาประชาสัมพันธ์
  • แพ็คเกจต่างๆ ระบบการสนับสนุนแฟรนไชส์ซีอย่างต่อเนื่อง
  • การจัดทำคู่มือแฟรนไชส์ หรือโปรแกรมแฟรนไชส์
  • การจัดทำสัญญาแฟรนไชส์ รวมถึงเครื่องหมายการค้า

6. การวางแผนเพื่อขยายสาขาธุรกิจแฟรนไชส์

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ เจ้าของแฟรนไชส์จะบริหารจัดการเองทุกอย่าง เพื่อสร้างความโดดเด่น สร้างความเด่นชัดให้แก่นักลงทุน ได้เห็นภาพของร้านที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การลงทุนเปิดสาขาแฟรนไชส์ในภายหลัง
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟนไชส์ คือ เมื่อสาขาแรกมีความแข็งแกร่ง มั่นคง มีผลกำไรต่อเนื่อง เป็นที่ยอมรับของลูกค้าในพื้นที่นั้นๆ แล้ว ก็ทดลองขยายสาขาเพิ่มอีก เพื่อทดสอบสาขาที่ 2 เป็นอย่างไร โดยนำเอาระบบการปฏิบัติงานทุกอย่างของร้านสาขาแรกมาปฏิบัติ ถ้าประสบความสำเร็จ ก็ค่อยขยายสาขาตัวเองเพิ่มอีก 2-3 สาขา ถ้าประสบความสำเร็จเหมือนสาขาแรก ก็ค่อยคิดขายแฟรนไชส์ให้กับคนอื่น

7. กระบวนการพัฒนาและปรับปรุงระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น (ระบบการบริหารจัดการในร้าน ขั้นตอนการปฏิบัติงาน)วิเคราะห์ระบบการเงิน การลงทุน ในแต่ละสาขาที่เปิดทดลอง
  • พิจารณาปรับปรุงระบบงาน ระบบการทำงานต่างๆ ให้เหมาะสม
  • ระบบการพัฒนาทีมงานรองรับการขยายงาน ขยายสาขา
  • การวางแผนงานขยายสาขาแฟรนไชส์
  • เก็บข้อมูลรายละเอียดต่างๆ กลุ่มลูกค้า ผลประกอบการ การดำเนินงาน ของสาขาแรก หรือสาขาต้นแบบ เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาให้มีความสมบูรณ์มากที่สุด ก่อนเปิดสาขาที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และขายแฟรนไชส์
  • จัดวางงบประมาณ ค่าธรรมเนียมต่างๆ ในการขยายธุรกิจแฟรนไชส์

8. แผนการตลาดของธุรกิจแฟรนไชส์

  • การจัดทำคู่มือต่างๆ เพื่อแนะนำธุรกิจแฟรนไชส์
  • กระบวนการขายแฟรนไชส์ การคัดเลือกผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • กระบวนการติดตามลูกค้าเป้าหมาย
  • การนำเสนอธุรกิจแฟรนไชส์ในงานแสดงธุรกิจแฟรนไชส์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • การจัดงาน สัมมนาการขายธุรกิจ แฟรนไชส์
  • การเปิดเยี่ยมชมธุรกิจ ร้านต้นแบบแฟรนไชส์
  • กระบวนการคัดเลือกแฟรนไชส์ซีที่เหมาะสม ตามหลักมาตรฐานแฟรนไชส์สากล
  • กระบวนการถ่ายทอดความรู้ การอบรม และให้คำปรึกษาแก่แฟรนไชส์ซี

สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy)

คุณมนตรี ศรีวงษ์ (อ๊อฟ)

นักเขียน ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงข่าวสาร การค้า การลงทุน มีความสนใจเรื่องของธุรกิจเอสเอ็มอี และแฟรนไชส์