ซื้อแฟรนไชส์ Yoguruto (โยกุรุโตะ) ใช้เงินลงทุนเท่าไหร่ คุ้มหรือไม่คุ้ม?
Yoguruto แบรนด์โยเกิร์ตสดปั่นสไตล์ญี่ปุ่น เป็นแบรนด์เครื่องดื่มสัญชาติไทย แม้จะก่อตั้งได้ไม่นานคือเมื่อปี 2563 แต่ใช้กลยุทธ์ที่มีความชัดเจนในการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างทั่วประเทศไทย ด้วยรูปแบบราคาเข้าถึงง่ายเริ่มต้นที่ 49 บาท ทำให้สินค้าโยเกิร์ตกลายเป็นเมนูตัวเลือกที่ผู้บริโภค “ซื้อได้ทุกวัน” แทนที่จะเป็นเครื่องดื่มพิเศษเพียงบางเวลาเท่านั้น
โยกุรุโตะเลือกจุดขายที่คีย์เวิร์ดชัดเจนคือ “โยเกิร์ตสดปั่นสไตล์ญี่ปุ่น” ที่ตอบโจทย์ทั้งคนรักสุขภาพและคนอยากดื่มของหวานเบาๆ ในราคาไม่แพง ซึ่งช่วยดึงฐานลูกค้าทุกวัยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนักศึกษา คนทำงาน และคนในครอบครัว
โมเดลธุรกิจของแบรนด์นี้ชัดเจนว่าเป็นแฟรนไชส์ราคาประหยัด ที่ลดอุปสรรคด้านเงินลงทุนสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ช่วยให้สามารถเปิดสาขาได้อย่างรวดเร็ว ตามย่านการค้าต่างจังหวัดและหัวเมืองใหญ่ ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี Yoguruto ขยายสาขาได้มากกว่า 270 แห่งทั่วประเทศ มุ่งเน้นจับตลาดแมสด้วยราคาและทำเลเป็นหัวใจหลักของแผนการเติบโตทางธุรกิจ
ความได้เปรียบของแบรนด์ไทยไม่ใช่แค่ “ราคา” แต่ยังรวมถึงการตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภค ที่ต้องการความคุ้มค่าและรสชาติที่ไม่น่าเบื่อ การสร้าง community รอบมหาวิทยาลัยและแฟลตชุมชนทำให้ Yoguruto กลายเป็นปรากฏการณ์ที่ “ทุกคนรู้จัก” ภายในเวลาอันสั้น นี่คือภาพของแบรนด์ที่ปั้นตลาดโยเกิร์ตในไทยให้กลายเป็นของว่างสุขภาพระดับมวลชนอย่างเต็มตัว
สินค้าในร้าน Yoguruto มีอยู่ 3 กลุ่มหลักๆ ได้แก่
- โยเกิร์ตปั่น ราคาเริ่มต้น 49-139 บาท
- ครอฟเฟิล ราคาเริ่มต้น 35-55 บาท
- ไอศกรีมฮาร์ดเสิร์ฟ ราคาเริ่มต้น 59 บาท/ถ้วย

ซื้อแฟรนไชส์ Yoguruto จำนวน 1 สาขา ใช้เงินเท่าไหร่?
งบลงทุนประกอบไปด้วย
- ค่าแฟรนไชส์ 125,000 บาท (สัญญา 3 ปี)
- ค่าอุปกรณ์ 165,000-215,000 บาท (ครั้งเดียว)
- ค่าออกแบบ 25,000 บาท (ครั้งเดียว / กทม.)
- ค่าก่อสร้าง แล้วแต่ขนาดพื้นที่ 400,000-600,000 บาท (ครั้งเดียว)
- ค่า Franchise Hub + POS 39,500 บาท (รายปี)
- ค่า Royalty & Marketing fee 2.5% + 2.5% (รายเดือน / คำนวนจากยอดขาย)
- ค่าวัตถุดิบครั้งแรก 20,000-25,000 บาท
#งบลงทุนประมาณการ 750,000-800,000 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
ขอจำลองโมเดลการลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์ Yoguruto ให้เข้าใจง่ายๆ โดยตั้งสมมติฐานที่ใกล้เคียงร้านเครื่องดื่มในห้าง และ คอมมูนิตี้มอลล์ในประเทศไทย เพื่อดูว่าต้องขายวันละกี่แก้วถึงคุ้มทุน และคืนทุนกี่ปี
เงินลงทุนเริ่มต้น

จากข้อมูลการลงทุนแฟรนไชส์ของแบรนด์ Yoguruto ให้มา สามารถคำนวณค่าใช้จ่ายกลางๆ ได้ดังนี้
- ค่าแฟรนไชส์ 125,000 บาท
- ค่าอุปกรณ์ 190,000 บาท
- ค่าออกแบบ 25,000 บาท
- ค่าก่อสร้าง 500,000 บาท
- ค่า Franchise Hub + POS ปีแรก 39,500 บาท
- วัตถุดิบแรก 22,500 บาท
เงินลงทุนรวม ประมาณ 902,000 บาท (รวม POS ปีแรก) แต่ถ้าตัด VAT และค่าจิปาถะออก
คิดคร่าวๆ จะมีค่าใช้จ่ายในการเปิดร้าน 1 สาขาประมาณ 850,000 – 900,000 บาท

สมมติยอดขาย
เมนูในร้าน Yoguruto มี 3 กลุ่ม

- โยเกิร์ตปั่น ราคาเริ่มต้น 49-139 บาท (เฉลี่ยขาย 79 บาท)
- ครอฟเฟิล ราคาเริ่มต้น 35-55 บาท (เฉลี่ยขาย 40 บาท)
- ไอศกรีมฮาร์ดเสิร์ฟ ราคาเริ่มต้น 59 บาท/ถ้วย (เฉลี่ยขาย 59 บาท)

#สมมติสัดส่วนขาย
- โยเกิร์ต 60%
- ครอฟเฟิล 25%
- ไอศกรีม 15%
ราคาเฉลี่ยต่อบิล = (79×0.6) + (40×0.25) + (59×0.15)
หรือประมาณ 66 บาทต่อรายการ แต่สมมติว่าลูกค้าบางคนซื้อ 2 อย่าง สามารถใช้ยอดขายเฉลี่ย 75 บาท / บิล

สมมติยอดขายต่อวัน
ร้านเครื่องดื่มในห้างเล็ก มียอดขายแบ่งออกเป็น 3 ระดับ
- ยอดขายระดับต่ำ 60 บิล
- ยอดขายระดับกลาง 100 บิล
- ยอดขายรีดับดี 150 บิล
รายได้ต่อวัน / เดือน
- ราคาขายเฉลี่ย 75 บาท / บิล
- 60 บิล รายได้ 4,500 / วัน 135,000 / เดือน
- 100 บิล รายได้ 7,500 / วัน 225,000 / เดือน
- 150 บิล รายได้ 11,250 / วัน 337,500 / เดือน
ต้นทุนวัตถุดิบ
- ร้านเครื่องดื่มทั่วไป Cost of Goods Sold หรือ COGS ประมาณ 35%
- รายได้ 135,000 บาท ต้นทุนวัตถุดิบ 47,250 บาท
- รายได้ 225,000 บาท ต้นทุนวัตถุดิบ 78,750 บาท
- รายได้ 1337,500 บาท ต้นทุนวัตถุดิบ 118,125 บาท
ค่า Royalty + Marketing (2.5% + 2.5%) = 5% ของยอดขาย
- รายได้ 135,000 หัก 5% = 6,750 บาท
- รายได้ 225,000 หัก 5% = 11,250 บาท
- รายได้ 337,500 หัก 5% = 16,875 บาท

สมมติค่าใช้จ่ายประจำ
ค่าเช่า
- ห้าง / community mall = 30,000 บาท / เดือน
- ค่าแรงพนักงาน 3 คน = 12,000 บาท/คน = 36,000 บาท / เดือน
- ค่าน้ำไฟ 6,000 บาท
- POS รายปี 39,500 / 12 = 3,300 บาท / เดือน
- ค่าใช้จ่ายประจำรวม 30,000 + 36,000 + 6,000 + 3,300 = 75,300 บาท/เดือน
กำไรสุทธิ
1.กรณีขาย 60 บิล/วัน (ค่อนข้างเงียบ)
รายได้ 135,000 บาท / เดือน
หักค่า
- วัตถุดิบ 47,250 บาท
- Royalty 6,750 บาท
- ค่าใช้จ่ายประจำ 75,300 บาท
- เหลือกำไรประมาณ 5,700 บาท/เดือน (แทบไม่คุ้ม)
2. กรณีขาย 100 บิล/วัน (ปกติ)
รายได้ 225,000 บาท / เดือน
หัก
- วัตถุดิบ 78,750 บาท
- Royalty 11,250 บาท
- ค่าใช้จ่ายประจำ 75,300 บาท
- กำไรประมาณ 59,700 บาท/เดือน
3. กรณีขาย 150 บิล/วัน (ทำเลดี)
รายได้ 337,500 บาท / เดือน
หัก
- วัตถุดิบ 118,125 บาท
- Royalty 16,875 บาท
- ค่าใช้จ่าย 75,300 บาท
- กำไร 127,200 บาท/เดือน

ระยะเวลาคืนทุน
เงินลงทุนเปิดร้าน 1 สาขา ประมาณ 900,000 บาท
- ยอดขาย 60 บิล กำไร 5,700 บาท/เดือน คืนทุนประมาณ 158 เดือน (13 ปี 2 เดือน)
- ยอดขาย 100 บิล กำไร 59,700 บาท/เดือน คืนทุนประมาณ 15 เดือน (1 ปี 3 เดือน)
- ยอดขาย 150 บิล กำไร 127,200 บาท/เดือน คืนทุนประมาณ 7 เดือน (0.7 ปี)
สรุปก็คือ ถ้าจะเปิดแฟรนไชส์ร้าน Yoguruto ด้วยงบลงทุนประมาณ 900,000 บาท ต้องขายให้ได้ประมาณอย่างน้อย 90–100 บิล/วัน ถึงจะถือว่า “คุ้ม” ถ้าต่ำกว่า 70 บิล = เสี่ยง
จากประสบการณ์ร้านแฟรนไชส์เครื่องดื่มในไทย ร้านที่อยู่ได้จริงมักขายได้ประมาณ 100-150 บิล/วัน
ช่วงวันที่ขายดี หรือพีคสุดๆ คือ วันศุกร์ – เสาร์ – อาทิตย์ ยอดอาจพุ่งถึง 200 บิล/วัน
สรุป

ก่อนตัดสินใจลงทุนแฟรนไชส์เปิดร้าน Yoguruto สิ่งที่ผู้ลงทุนหลายคนมักประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง คือ ค่าใช้จ่ายแฝงของทำเล โดยเฉพาะร้านในห้างหรือคอมมูนิตี้มอลล์ที่ไม่ได้มีแค่ค่าเช่าเท่านั้น แต่ยังมีค่า GP (Gross Profit Share) ที่ห้างคิดเพิ่มประมาณ 15–30% ของยอดขาย ซึ่งต่างจากค่าเช่าคงที่ เพราะยิ่งขายดี ห้างก็ยิ่งเก็บส่วนแบ่งจากยอดขายมากขึ้น ทำให้กำไรที่จะได้จริงลดลง
นอกจากนี้ยังอาจมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าบำรุงพื้นที่ส่วนกลาง, ค่าการตลาดของศูนย์การค้า และค่าไฟที่มักแพงกว่าร้านภายนอกห้าง ก่อนเปิดร้านแฟรนไชส์ใดๆ จึงควรคำนวณต้นทุนทำเลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ
อีกเรื่องที่หลายร้านมองข้าม คือ ต้นทุนจากแพลตฟอร์มเดลิเวอรี เช่น Grab, LINE MAN และ foodpanda ซึ่งปัจจุบันแพลตฟอร์มเหล่านี้มักคิดค่าคอมมิชชันประมาณ 25–35% ของราคาเมนู
หากร้านตั้งราคาหน้าร้านเท่ากับในแอป กำไรต่อแก้วจะลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีค่าโปรโมชัน เช่น ส่วนลด หรือค่าแคมเปญที่ร้านต้องร่วมจ่ายด้วย จึงควรวางแผนราคาสำหรับเดลิเวอรีแยกจากหน้าร้าน เพื่อไม่ให้กระทบกำไรโดยรวมของธุรกิจ
สุดท้าย คือ ความเสี่ยงด้านสินค้าและกระแสความต้องการของตลาด เครื่องดื่มประเภทโยเกิร์ตหรือของหวานมีโอกาสเกิดของเสียหากขายไม่หมด วัตถุดิบ เช่น โยเกิร์ตหรือผลไม้ อาจหมดอายุและต้องทิ้ง ทำให้ต้นทุนจริงสูงขึ้น
อีกทั้งธุรกิจเครื่องดื่มมักขึ้นอยู่กับกระแสของแบรนด์และเทรนด์การดื่มของผู้บริโภค หากกระแสความต้องการลดลง ยอดขายต่อวันอาจไม่ถึงจุดคุ้มทุน ดังนั้น การเลือกทำเลที่มีทราฟฟิกดี การควบคุมสต็อกวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ และการติดตามกระแสของตลาดอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การลงทุนแฟรนไชส์มีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น
แหล่งข้อมูล
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
- อยากสร้างแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Ive14C
- อยากทำเป็นแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3IrrH0k
- รู้เรื่องกฎหมาย สัญญาแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Iu5WNu
- รวมความรู้แฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Pe0m5s
อ้างอิงจาก คลิกที่นี่
สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น
ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี
ลักษณะงาน
- เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
- ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
- มอบหมายงานและติดตามงาน
- อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ
1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้
- ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
- ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
- การปฏิบัติงาน
- เป้าหมายในอนาคต
2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ
- การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
- การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
- การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
- การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)
3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)
- การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
- สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
- กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
- มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม
4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ
- แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
- แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์
5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์
- รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
- ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
- ปรับปรุงแก้ไข
- พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง
การปฎิบัติงาน
- สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
- ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา
เงื่อนไขอื่นๆ
- การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์
อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้
สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy




