เศรษฐกิจย่ำแย่! ส่องบริษัทฯไทย-เทศแห่ปลดพนักงาน ปี 62

ช่วงนี้เราคงจะได้ยินข่าวใหญ่อย่างการปลดพนักงานกันอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งโดยปกติการจะปลดพนักงานออกนั้น เหตุผลใหญ่ ๆ จะเป็นการทำงานที่ด้อยประสิทธิภาพของพนักงาน ส่งผลให้องค์กรนั้น ๆ ถดถอย จึงจำเป็นต้องเลิกจ้างกันไป

“เลย์ออฟ (Lay Off)” คงเป็นคำที่พนักงานกินเงินเดือนทุกคนไม่อยากได้ยิน โดยความหมายตรงตัวเลยก็คือ การปลดออกจากงาน โดยบางครั้งอาจหมายถึงการสั่งพักงานชั่วคราว ทั้งนี้การเลย์ออฟอาจเป็นนโยบายในช่วงเวลาหนึ่งของบริษัท ที่อาจมาจากการประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่อง

ผลจากเศรษฐกิจ หรือการปรับลดขนาดธุรกิจ ผู้บริหารและฝ่ายทรัพยากรบุคคลก็ต้องเริ่มมองหาคนที่เข้าข่ายควรถูกเลย์ออฟ เพื่อลดต้นทุน ซึ่งฝ่ายทรัพยากรบุคคลมักจะคัดเลือกคนที่ควรให้ออกจากงานจากลักษณะเหล่านี้

วันนี้ www.ThaiSMEsCenter.com จะพาคุณผู้อ่านไปดูเหล่าบริษัทใหญ่ ๆ ที่หวังจะรอดตายในสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยบริษัทไหนประกาศเลย์ออฟพนักงานแบบฟ้าผ่ากันไปแล้วบ้าง บอกเลยว่าเหล่าพนักงานหนาวกันเป็นแถบ ๆ จากเงินเดือนและสวัสดิการดี ๆ ที่ได้รับมาตลอด ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

1.ช่อง 3 ปลดพนักงานตำแหน่งสูง พร้อมกับยุติช่อง 13 และ 28

68

ภาพจาก bit.ly/2OAjTQE

โทรทัศน์ดิจิทัลช่อง 3 คาดว่ากำลังเผชิญกับสภาวะที่แพลตฟอร์มของสื่อออนไลน์กำลังเติบโต อย่างเฟสบุ๊ค ยูทูปทำให้มีผู้ชมน้อยลง เรตติ้งน้อยลง ส่งผลให้มีการเลิกจ้างพนักงานกว่า 200 ชีวิต

และทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ก็ได้ยื่นความจำนงขอคืนใบอนุญาตคลื่นความถี่เพื่อใช้ออกอากาศทีวีดิจิทัล ช่อง 13 หรือช่อง 3 Family และช่อง 28 หรือช่อง 3 SD ซึ่งทั้ง 2 ช่อง จะหยุดออกอากาศในวันที่ 28 กันยายน นี้

โดยได้ออกมาตรการชดเชยผู้ที่ถูกเลิกจ้างแตกต่างกันไปตามอายุงาน ทั้งนี้ก็ได้มีพนักงานข่าววอนผู้บริหารเห็นใจและเปลี่ยนใจไม่เลิกจ้าง เนื่องจากทำงานที่รักอย่างตั้งใจมาโดยตลอด แต่กลับถูกเลิกจ้างแบบสายฟ้าแลบ

2.Pandora ปลดพนักงานอีก 1,200 คน จากยอดขายไตรมาสแรกที่ดิ่งฮวบ

67

ภาพจาก bit.ly/31c8kkm

Pandora มีแผนเตรียมเลิกจ้างพนักงานอีกกว่า 1,200 ตำแหน่งในประเทศไทย โดยหันไปลงทุนด้านการตลาดมากขึ้น เนื่องจากรายได้และผลกำไรในไตรมาสแรกลดลง

Pandora แบรนด์เครื่องประดับ ได้ประกาศเลย์ออฟพนักงานอีก 1,200 คนในประเทศไทย หลังจากที่ได้เลย์ออฟมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อตอนเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาจำนวน 700 คน

โดยที่ปัจจุบัน Pandora มีพนักงานรวมทั้งหมด 32,000 คนทั่วโลก และในจำนวนนั้นครึ่งหนึ่ง หรือ 14,000 คนเป็นพนักงานในประเทศไทย เพราะมีฐานการผลิตที่นี่

การเลย์ออฟพนักงานในครั้งนี้เป็นไปตามแผนการปรับลดค่าใช้จ่ายราว 1,200 ล้านโครนเดนมาร์ก (Danish Kroner) ภายในปี 2020 หรือราวๆ 1,662 ล้านบาท

3.ฟอร์ด ค่ายรถยนต์ เตรียมลอยแพ พนง. 7,000 ตำแหน่ง

66

ภาพจาก bit.ly/2OBL0Lr

ค่ายรถยนต์ “ฟอร์ดมอเตอร์” ประกาศยกเลิกจ้างพนักงานชั่วคราว 2,000 ตำแหน่งในส่วนของลูกจ้างรายชั่วโมงที่โรงงานประกอบรถยนต์ในมิชิแกนและที่โรงงานปั้มโลหะชิ้นส่วนรถยนต์ในเวย์น จะยุติการจ้างพนักงานลงในปลายเดือนสิงหาคมปีนี้

เนื่องจากโรงงานเหล่านั้นมีการเปลี่ยนแปลงเครื่องมือทำงานเพื่อเอาไว้สร้างรถกระบะรุ่น Ranger และรถเอสยูวีรุ่น Bronco โดยมีข้อมูลว่าการเลิกจ้างดังกล่าวจะเริ่มมีผลในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนตุลาคม

“ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบชั่วคราวเหล่านี้จะได้รับเงิน 75 เปอร์เซ็นต์ของรายได้หากพวกเขามีอายุงานมากกว่า 1 ปี” ฝ่ายสื่อสารแรงงานและการผลิตของฟอร์ดระบุ

โดยลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้จะยังได้กลับมาทํางานตามเดิมด้วยเมื่อผ่านช่วงเลิกจ้างชั่วคราวไป ทั้งที่โรงงานประกอบรถยนต์ในมิชิแกนและที่อื่นๆ

ก่อนหน้านี้ฟอร์ดเคยเปิดเผยมาแล้วถึงแผนจะปรับเครื่องมือในโรงงานไว้ท่ารถยนต์เอสยุรี Bronco แต่ไม่เคยระบุถึงกำหนดการณ์ที่ชัดเจน โดย Ford Bronco รุ่นใหม่จะดำเนินการผลิตที่โรงงานเหล่านั้นในปี 2020

ส่วนรถปิคอัพรุ่น Ranger นั้นคาดว่าจะเข้าสู่กระบวนการผลิตที่โรงงานเหล่านั้นในช่วงปลายปีนี้ ทั้งนี้การประกาศข่าวนี้มีขึ้นในช่วงที่รถเล็กซึ่งสร้างขึ้นในโรงงานเดียวกันอย่างรุ่น Focus มียอดขายที่แผ่วลง

4.ซีเมนส์ ปรับโครงสร้าง พร้อมประกาศปลด พนง. กว่าหมื่นคน

65

ภาพจาก bit.ly/31dZJ0C

บริษัท ซีเมนส์ เอจี ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านวิศวกรรมจากเยอรมนี เปิดเผยว่า บริษัทจะปลดพนักงานมากกว่า 10,000 ตำแหน่ง ในการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของบริษัท

ทั้งนี้ ซีเมนส์ ระบุว่าจะปลดพนักงาน 10,400 ตำแหน่ง ขณะที่ปรับลดค่าใช้จ่าย 2.2 พันล้านยูโรภายในปี 2566 และจะมีการสร้างงานใหม่ 20,500 ตำแหน่ง ส่งผลให้มีการเพิ่มการจ้างงานสุทธิราว 10,000 ตำแหน่ง

ซีเมนส์ เปิดเผยว่า บริษัทจะขายกิจการผลิตกระแสไฟฟ้า, น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ท่ามกลางการแข่งขันสูงจากบริษัทเจเนอรัล อิเล็กทริก (จีอี) และมิตซูบิชิ

5.GM เตรียมปลดพนักงานอีก 4,000 ตำแหน่ง เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้าง

64

ภาพจาก 2YAQtGa

GM เตรียมปลดพนักงานอีก 4,000 ตำแหน่ง ต่อเนื่องจากเดือน พ.ย. 2561 ที่ปลดไปหลักหมื่น เพราะต้องการเปลี่ยนแปลงองค์กรให้สามารถรับมือภาพรวมอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ได้เปลี่ยนไป

เมื่อเดือน พ.ย. 2561 ที่ GM ประกาศปลดพนักงานหลายพันตำแหน่งนั้นเกือบทั้งหมดเป็นพนักงานในฝั่งโรงงานตามการปิดโรงงาน 5 แห่งในสหรัฐอเมริกา และแคนาดา แต่การปลดอีก 4,000 ตำแหน่งนี้จะไม่ใช่ฝั่งนั้นแล้ว เพราะคือกลุ่ม White-Collar หรือพนักงานนั่งโต๊ะกินเงินเดือน โดยการแจ้งออกรายบุคคลจะเกิดขึ้นในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า

แม้ใน 9 เดือนล่าสุดที่ระบุว่าบริษัททำกำไรได้หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ Mary Barra ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GM ก็ยังยืนยันว่า บริษัทต้องการลดต้นทุนการดำเนินงานเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมรถยนต์ที่กำลังจะเกิดขึ้น

“การปลดพนักงานช่วยให้การปรับเปลี่ยนบริษัทไปสู่ความคล่องตัว, ยืดหยุ่น และมีผลกำไรที่ดีขึ้น รวมถึงมีอิสระในการลงทุนสิ่งใหม่ๆ ในอนาคต” Mary Barra ระบุในข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการปลดพนักงานเมื่อเดือน พ.ย. แต่ถึงจะปลดเยอะ GM ก็เตรียมจ้างพนักงานเพิ่มในฝั่งวิศวกร และผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ไร้คนขับ

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมรถยนต์ในขณะนี้กำลังเผชิญกับ 2 เรื่องคือ การขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า และระบบไร้คนขับ ซึ่ง GM ก็มีการลงทุนทั้ง 2 เรื่องอย่างจริงจัง ทั้งการผลิต และจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น Bolt และการควบรวมกิจการ Cruise บริษัท Startup ด้านรถยนต์ไร้คนขับเมื่อปี 2559

นอกจาก GM จะมีการปลดพนักงานแล้ว คู่แข่งตลอดกาลในสหรัฐอเมริกาอย่างฟอร์ดก็มีแผนปลดพนักงานเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะพนักงานหลายพันคนในยุโรปภายในปี 2562 ต่อเนื่องจากการปลดพนักงานในสหรัฐอเมริกาไปกว่า 400 คนในเดือนม.ค. ที่ผ่านมา

6.นิสสันเตรียมปลดพนักงาน มากกว่า 10,000 คนทั่วโลก

63

ภาพจาก bit.ly/2YlznN8

บริษัท “นิสสัน มอเตอร์” หนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่น เตรียมเลิกจ้างพนักงานมากกว่า 10,000 ตำแหน่งทั่วโลก จากผลกำไรที่ลดลงอย่างมาก และคดีความของอดีตประธานบริหาร

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 24 ก.ค. อ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวภายในบริษัทนิสสัน มอเตอร์ หนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ระดับโลกของญี่ปุ่น ว่าบริษัทเตรียมเลิกจ้างพนักงานมากกว่า 10,000 คนทั่วโลก จากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 193,000 คน

โดยจากจำนวนดังกล่าวมีผู้ต้องออกจากงานไปแล้ว 4,800 คน เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่นิสสันรายงานผลกำไรจากการประกอบการประจำปีงบประมาณล่าสุดซึ่งสิ้นสุดเมื่อเดือน มี.ค. ปีนี้ อยู่ที่ 319,000 ล้านเยน ( ราว 91,202.1 ล้านบาท )

ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2552/2553 ซึ่งเป็นช่วงที่โลกเพิ่งฟื้นตัวจากวิกฤติการเงิน นอกจากนี้ สถิติดังกล่าวยังลดลงมากถึง 57% เมื่อเทียบกับปีงบประมาณก่อนหน้าด้วย

นอกจากนี้ นิสสันและพันธมิตร 3 ประสาน คือ มิตซูบิชิ ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นเช่นกัน และบริษัทเรโนลต์ของฝรั่งเศส ยังอยู่ในช่วงของการฟื้นฟูภาพลักษณ์ขององค์กร เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นครั้งใหญ่จากทุกฝ่าย ห

ลังเกิดกรณีอื้อฉาวการทุจริตของนาย คาร์ลอส กอส์น อดีตประธานบริหารของนิสสัน มอเตอร์ ซึ่งสั่นสะเทือนวงการยานยนต์โลกอย่างหนัก นับตั้งแต่สำนักงานอัยการกรุงโตเกียวจับกุมและดำเนินคดีกับ กอส์น ในหลายข้อหา เมื่อเดือนพ.ย. ปีที่แล้ว

7.TFI อุตสาหกรรมผู้ผลิตฟิล์ม ประกาศหยุดผลิตทั้งหมดชั่วคราว ก.ย.นี้ สั่งปลดพนักงาน 30% หลังขาดทุนต่อเนื่อง

62

ภาพจาก bit.ly/2Kp19ye

บริษัท ไทยฟิล์ม อินดัสตรี จํากัด (มหาชน) หรือ TFI เปิดเผยว่าเนื่องด้วยปัญหาด้านเศรษฐกิจทาให้มีการแข่งขันสูงในอุตสาหกรรมผู้ผลิตฟิล์มบรรจุภัณฑ์โดยสินค้าฟิล์มบรรจุภัณฑ์นี้อยู่ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงด้านราคาขายเป็นผลให้ราคาขายฟิล์มบรรจุภัณฑ์ในตลาดใกล้เคียงกับต้นทุนการผลิตของบริษัทอย่างเป็นนัยสำคัญส่งผลให้การดำเนินงานของบริษัทขาดทุนติดต่อกันหลายปี

ทั้งนี้จากสภาวการณ์ข้างต้นที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯครั้งที่ 3/2562 เมื่อวันที่ 25 ก. ค. 62 จึงได้มีมติให้บริษัทหยุดการผลิตทั้งหมดเป็นการชั่วคราวตั้งแต่ประมาณต้นเดือน ก.ย. 62 เป็นต้นไปพร้อมกับปรับลดจํานวนพนักงานโดยเลิกจ้างพนักงานประมาณ 30% ของจํานวนพนักงานทั้งหมดของบริษัทฯ

โดยจ่ายชดเชยตามที่กฎหมายแรงงาน กำหนดมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ส. ค. 62 เพื่อให้บริษัทปรับปรุงสายการผลิตและพัฒนาการผลิตฟิล์มซึ่งต้องใช้ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือนเนื่องจากอะไหล่เครื่องจักรบางรายการต้องสั่งทำจากต่างประเทศ

โดยบริษัทจะทำการบำรุงรักษาเครื่องจักรที่สามารถเริ่มการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพบางสายการผลิตก่อนและขยายไปสายการผลิตต่อไปเป็นลำดับซึ่งบริษัทจะปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับชนิดฟิล์มบรรจุภัณฑ์และกำลังการผลิตต่อไป

8.พนักงานทำใจ! ซันโย ปิดกิจการ-เลิกจ้าง พิษเศรษฐกิจทำขาดทุนหลายสิบล้าน

61

ภาพจาก bit.ly/2GI3Tpk

บริษัท ซันโยเอ็นจิเนียริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ปิดกิจการ-เลิกจ้าง พิษเศรษฐกิจทำขาดทุนหลายสิบล้าน โดยบริษัทได้ประกาศปิดกิจการระบุว่า “เรียนพนักงานทุกท่าน บริษัทมีความเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่จะแจ้งให้ท่านทราบว่า บริษัทฯ มีความจำเป็นที่จะต้องปิดกิจการ และเลิกจ้างพนักงานทุกคน

เหตุผลของการเลิกจ้างครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากปัญหาด้านเศรษฐกิจและผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่ประสบภาวะขาดทุนสะสมมาเป็นเวลานาน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค.2562 เป็นต้นไป ภายใต้กฎหมายแรงงานและกฎระเบียบข้อบังคับของบริษัทฯ ท่านมีสิทธิ์ที่จะได้รับผลประโยชน์ตามที่กฎหมายแรงงานกำหนด”

นายสุบรรณา แสงอารมณ์ อายุ 59 ปี พนักงานรักษาความปลอดประจำบริษัท ให้ข้อมูลว่ามีพนักงานของบริษัทเป็นคนไทย 15 คน ชาวญี่ปุ่นเป็นหัวหน้างาน 3 คน โดยวันนี้เป็นวันหยุด ไม่มีพนักงานมาทำงาน

พนักงานทุกคนรู้ตัวแล้วว่าบริษัทจะหยุดกิจการและเลิกจ้าง โดยรู้ล่วงหน้ามาแล้วหลายเดือน เนื่องจากบริษัทประสบภาวะขาดทุน ซึ่งวันนี้ทุกคนคงรู้แล้วว่าต้องทำงานถึงวันที่ 31 ส.ค.2562 เป็นวันสุดท้าย และในพรุ่งนี้พนักงานทุกคนก็คงมาทำงานปกติตั้งแต่เวลา 07.00 น.

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า บริษัท ซันโยเอ็นจิเนียริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 28 ต.ค.2556 ทุนปัจจุบัน 24,600,000 บาท แจ้งประกอบธุรกิจผลิตชิ้นส่วนแม่พิมพ์ แม่พิมพ์ และซ่อมแซมแม่พิมพ์ และชิ้นส่วนโลหะ

นำส่งข้อมูลงบการเงินล่าสุดวันที่ 31 ก.ค.2561 แจ้งว่ามีรายได้รวม 18,284,342.95 บาท มีรายจ่ายรวม 32,654,099.91 บาท ขาดทุน 15,700,587.89 บาท และผู้บริหารบ.ซันโยเอ็นจิเนียริ่งฯ สั่งติดประกาศแจ้ง ปิดกิจการเป็นทางการมีผลตั้งแต่ 31 ส.ค.2562 ให้เหตุผลเจอพิษเศรษฐกิจ ประสบภาวะขาดทุนสะสมเป็นเวลานาน

9.IBM ยักษ์ใหญ่วงการคอมพิวเตอร์ มีนโยบายปลดพนักงานราว 1,700 คน

60

ภาพจาก bit.ly/2ZANYRi

ไอบีเอ็ม (IBM) หรือชื่อเล่น บิ๊กบลู (ยักษ์สีฟ้า) เป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และให้บริการด้านคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ รายใหญ่ของโลก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สหรัฐอเมริกา มีพนักงานมากกว่า 340,000 คนทั่วโลก

ไอบีเอ็มก่อตั้งมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 และเป็นบริษัทสารสนเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีสาขามากกว่า 170 ประเทศทั่วโลก ไอบีเอ็มเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีเมนเฟรมและนาโนเทคโนโลยี

IBM กล่าวเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาว่า มีการเลิกจ้างพนักงานจำนวนเล็กน้อย บุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวได้กล่าวว่า การลดพนักงานลงนั้นส่งผลกระทบต่อพนักงานประมาณครึ่งหนึ่งของ 1% ไอบีเอ็มมีพนักงานมากกว่า 340,000 คน ตามคำแถลงของพร็อกซี่ครั้งล่าสุด ซึ่งหมายความว่าการลดลงจะส่งผลกระทบต่อพนักงานราว 1,700 คน

“เรากำลังปรับตำแหน่งทีมของเราอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับการมุ่งเน้นไปที่กลุ่มที่มีมูลค่าสูงของตลาดไอที และเรายังคงจ้างงานอย่างจริงจังในพื้นที่ใหม่ที่สำคัญ ซึ่งก็จะส่งผลต่อคุณค่าให้กับลูกค้าและไอบีเอ็ม” โฆษกบริษักล่าว

10.CTV สื่อชื่อดังจากแคนนาดา เตรียมปรับโครงสร้างใหญ่ ทยอยปลดพนักงาน

59

ภาพจาก bit.ly/2GMhlJ3

เครือข่ายโทรทัศน์ CTV (โดยทั่วไปเรียกว่า CTV) เป็นเครือข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดิน โดยเปิดตัวในปี 2504 และตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา CTV Inc. เป็นเจ้าของแผนกย่อยของ Bell Media ของ BCE, Inc.

ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดของแคนาดา และได้รับการจัดอันดับให้เป็นเครือข่ายยอดนิยมของแคนาดาในจำนวนผู้ชมทั้งหมดและในกลุ่มประชากรที่สำคัญตั้งแต่ปี 2545 หลังจากหลายปีที่ผ่านมาเครือข่ายโทรทัศน์ทั่วโลกของคู่แข่งในตลาดสำคัญ ๆ

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องการปรับโครงสร้างใหญ่ โดย CTV ของแคนาดามี 11 คนถูกปลดออกจากงานในแวนคูเวอร์อ้างอิงจากข่าวและจากฝั่งของแวนคูเวอร์มีเดียโดยคาดว่าจะมีในเมืองอื่น ๆ ด้วย

การปลดพนักงานในช่วงแรกได้มีการประกาศทั่วทั้ง บริษัท ในเดือนพฤษภาคมซึ่งรวมถึง อัลเบอร์ตาซัส แคตเชวัน แมนิโทบา ออนแทรีโอและควิเบก

การปรับโครงสร้างองค์กรควรมุ่งเน้นที่แหล่งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหาดิจิทัล โดย Howard Law ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อของ Unifor สหภาพแรงงานกล่าวกับ Business Insider ว่า แวนคูเวอร์เป็นหนึ่งในสามสถานี CTV ในประเทศที่ไม่ได้เป็นตัวแทนของสหภาพ เขาคาดว่าการลดจำนวนครั้งต่อไปอาจมีจำนวนระหว่าง 50 ถึง 200

กฎหมายกล่าวว่าการปรับโครงสร้างส่วนใหญ่เกิดจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ CTV สามารถลดจำนวนบรรณาธิการที่ใช้และปรับรายได้จากโฆษณาไปยังแพลตฟอร์มออนไลน์

11.Mad Magazine สื่อนิตยาสารอเมริกันทยอยเลิกจ้างพนักงาน

58

ภาพจาก bit.ly/2T74xlf

Mad เป็นสื่อจากกชาวอเมริกันที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2495 โดยบรรณาธิการอารมณ์ขัน ฮาร์วีย์ เคิร์ตซ์แมนและสำนักพิมพ์วิลเลียมเกนส์ เปิดตัวเป็นหนังสือการ์ตูนก่อนที่มันจะกลายเป็นนิตยสาร มันถูกลอกเลียนแบบและมีอิทธิพลอย่างกว้างขวาง

ส่งผลกระทบต่อสื่อที่เป็นประเภทเหน็บแนมซึ่งก็เป็นวัฒนธรรมของศตวรรษที่ 20 กับบรรณาธิการ Al Feldstein ซึ่งก็เพิ่มผู้อ่านได้มากกว่าสองล้านในช่วงพ.ศ. 2517

MAD Magazine เลิกจ้างพนักงานประมาณ 10 คนตามการประมาณการของ INSIDER โดยคนที่เป็นวงในกล่าวว่านิตยสารจะหยุดการผลิตเนื้อหาต้นฉบับ

โดย MAD Magazine ฉบับที่ 10 จะรายงานว่า จะเป็นฉบับสุดท้ายของนิตยสารและคาดว่าจะมีคนหลายร้อยคนทำงานอิสระ บรรณาธิการ Casey Boyd และ Dan Telfer ต่างก็ได้รับผลกระทบจากการปลดพนักงาน ซึ่งเผชิญสถานการณ์เหมือนพนักงานคนอื่นๆ

12.Inverse อีกหนึ่งสื่อดิจิตอลเมริกัน ปลดพนักงานเพราะถูกซื้อกิจการ

57

ภาพจาก bit.ly/2KgXq73

Inverse เป็นบริษัทสื่อดิจิตอลอเมริกันที่ครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมสำหรับผู้ชมหลายพันคน

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน Inverse มีการปลดพนักงานห้าคนพร้อมกับมีการซื้อกิจการของ Inverse โดย Bustle Digital Group Inverse ซึ่งเป็นสิ่งพิมพ์ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขนาดเล็ก ที่ก่อตั้งโดย Dave Nemetz ซึ่งเป็นผู้ทำรายงาน Bleacher ร่วมกับ Bryan Goldberg ของ Bustle Josh Topolsky จาก The Outline

Inverse ยืนยันกับ Business Insider ว่า มีพนักงานบรรณาธิการสองคนและพนักงานอีกสามคนถูกปลดออกจากงานในวันที่ถูกซื้อกิจการ

ในสื่อดิจิตอล Bustle มีชื่อเสียงในการแสวงหา บริษัท สื่อหรือแบรนด์ที่กำลังประสบปัญหา ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ก็มีการซื้อ Nylon, Mic, The Outline, Inverse และ Gawker

13.Entrepreneur สื่อธุรกิจชื่อดังปรับโครงสร้างบริษัท ปรับลดพนักงาน

56

ภาพจาก bit.ly/2GKGxQ2

Entrepreneur ผู้ประกอบการเป็นนิตยสารอเมริกันและเว็บไซต์ที่นำเสนอข่าวเกี่ยวกับผู้ประกอบการ การจัดการธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจ นิตยสารได้รับการตีพิมพ์เป็นครั้งแรกในปี 2520 ถูกตีพิมพ์โดยผู้ประกอบการสื่ออิงค์สำนักงานใหญ่ในเออร์ แคลิฟอร์เนีย

นิตยสารตีพิมพ์ 10 ประเด็นเป็นประจำทุกปี ซึ่งมีการให้บริการผ่านการสมัครสมาชิก และที่แผงขายหนังสือพิมพ์ ถูกตีพิมพ์ภายใต้ใบอนุญาตในระดับสากลในเม็กซิโก, รัสเซีย, อินเดีย, ฮังการี, ฟิลิปปินส์, แอฟริกาใต้, และอื่น ๆ หัวหน้าบรรณาธิการคือ Jason Feifer และเจ้าของคือ Peter Shea

นิตยสารธุรกิจชื่อดังนี้เลิกจ้างเจ้าหน้าที่กองบรรณาธิการ 4 คนในกลางเดือนมิถุนายน โดยบริษัทวางกรอบการปลดพนักงานซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างที่มีต่อเนื้อหาดิจิทัล “ เรากำลังปรับโครงสร้างข้อเสนอดิจิทัลของเราโดยมีเป้าหมายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีประโยชน์มากขึ้นสำหรับผู้ประกอบการ” ทางบริษัทกล่าว

14.New York

55

ภาพจาก bit.ly/2GLEqf1

New York เป็นนิตยสารรายปักษ์รายสัปดาห์ของอเมริกาที่เกี่ยวข้องกับชีวิต วัฒนธรรม การเมืองและรูปแบบทั่ว ๆ ไปและเน้นเรื่องราวในนครนิวยอร์กเป็นพิเศษ ก่อตั้งขึ้นโดยมิลตันกลาเซอร์และเคลย์เฟรเกอร์ในปี 1968

ในฐานะคู่แข่งของเดอะนิวยอร์กเกอร์มันเป็นงานที่สุภาพและไม่ค่อยสุภาพ และเป็นที่ยอมรับในฐานะแหล่งกำเนิดของวารสารศาสตร์ใหม่ เมื่อเวลาผ่านไปมันก็กลายเป็นสื่อหลักในเรื่องการเผยแพร่บทความสำคัญเกี่ยวกับวัฒนธรรมอเมริกัน

โดยนักเขียน เช่น Tom Wolfe, Jimmy Breslin, Ephron, John Heilemann, John Heilemann, Frank Rich และ Travis Rebecca

New York Media ซึ่งเป็นเจ้าของร่วมกับนิตยสาร New York, Vulture และอื่น ๆ ปลดพนักงาน 32 คน ในวันที่ 11 มีนาคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้าง การลดลงนี้ส่งผลกระทบต่อพนักงานประจำ 16 คนและพนักงานอิสระหรือพาร์ทไทม์ 16 คนตามคำแถลงของ บริษัท

“หน่วยงานที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ การพัฒนา / หมุนเวียนผู้ชม การคัดลอก การผลิตและวิดีโอ” บริษัท กล่าวในเดือนพฤศจิกายน โดยบริษัท ประกาศว่าเนื้อหาออนไลน์ทั้งหมดล้วนเกี่ยวข้องกับการจ่ายเงิน ซึ่งมันเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลในการลด

15.Huawei เตรียมปลดพนักงานฝั่งวิจัยพัฒนาในสหรัฐออกหลักร้อย จากปัญหาการเมือง

54

ภาพจาก bit.ly/2yFmhLb

Huawei อาจจะปลดคนงานในฝั่งสหรัฐออกหลายร้อยชีวิต หลังจากประสบปัญหาถูกกีดกันโดยภาครัฐมายาวนาน โดยกลุ่มที่ถูกปลดก็คือฝั่งงานวิจัยพัฒนาที่ชื่อว่า Futurewei

Futurewei Technologies เป็นบริษัทลูกของ Huawei ในสหรัฐ มีหน้าที่ทำงานวิจัยพัฒนา และห้องแล็บทดลอง โดยพนักงานชาวจีนจะต้องเลือกระหว่างกลับไปทำงานในประเทศจีน หรือจะออกจากบริษัท โดยพนักงานบางคนเริ่มได้รับจดหมายแจ้งเตือนการหมดสภาพการเป็นพนักงานแล้ว

สงครามการเมืองระหว่างสหรัฐและจีนดำเนินมาหลายปี โดยก่อนหน้านี้สหรัฐก็อ้างว่า Huawei เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคง และสั่งห้ามเครือข่ายโทรศัพท์วางจำหน่าย และห้ามพนักงานของภาครัฐใช้มือถือจาก Huawei ก่อนจะยกระดับเป็นการห้ามใช้เสาสัญญาณจาก Huawei และแจ้งเตือนชาติพันธมิตรไม่ให้ใช้งาน

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะอ้างว่า Huawei เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงจนถึงขั้นสั่งห้ามบริษัทสหรัฐใดๆ ทำการซื้อขายกับ Huawei แต่สุดท้ายแล้วก็มีท่าที่จะผ่อนปรนการแบนดังกล่าวลง (ขั้นต้นบริษัทสหรัฐสามารถกลับมาซื้อขายกับ Huawei ได้อีกครั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีวางจำหน่ายทั่วไป)

โดยการปลดแบนเบื้องต้นเป็นผลจากการเจรจาทางการค้ากับจีน ซึ่งถ้าหาก Huawei เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงจริงๆ การเจรจาทางการค้าไม่น่าจะช่วยให้ Huawei ได้รับการปลดจากการถูกแบนอย่างแน่นอน

16.Lowe’s เชนฮาร์ดแวร์ยักษ์ใหญ่วางแผนลดต้นทุน ทยอยลด-โยกย้ายพนักงาน

53

ภาพจาก bit.ly/2YDSdKx

บริษัท Lowe’s Inc. ดำเนินธุรกิจโดย Lowe’s เป็น บริษัท ค้าปลีกของสหรัฐอเมริกาที่เชี่ยวชาญด้านการปรับปรุงบ้าน บริษัท มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ Mooresville รัฐนอร์ทแคโรไลนา บริษัท ดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีกในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา เมื่อวันที่พฤศจิกายน 2018 โลว์เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานปรับปรุงบ้านและร้านฮาร์ดแวร์

โลว์เป็นเชนฮาร์ดแวร์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองในสหรัฐอเมริกาด้านหลังโฮมดีโปและหน้าเมนนาร์ด โดย Lowe’s เป็นเครือข่ายฮาร์ดแวร์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจาก Home Depot แต่นำหน้าผู้ค้าปลีกในยุโรป Leroy Merlin, B&Q และ OBI

Lowe’s บอกกับพนักงานร้านค้าหลายพันคนในสัปดาห์นี้ว่างานของพวกเขาจะถูกลดลง เพราะมีปัจจัยจากบริษัทว่าจ้างงานภายนอกเช่น การประกอบเตาบาร์บีคิว และบริการทำความสะอาด

เช่น ธุรกิจการปรับปรุงบ้านนี้ก็ได้แจ้งพนักงานซ่อมบำรุง และแอสเซมบลีที่รวมเตาย่างสาลี่และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ถูกปลดออกจากงานตามบริษัท และพนักงาน โดยบทบาทเหล่านั้นจะถูกครอบงำโดยบริษัทบุคคลที่สาม

ร้านค้า 1,800 แห่งในสหรัฐอเมริกาแต่ละแห่งของ Lowe มีพนักงานหลายคนที่ทำงานนี้ ซึ่งการเลิกจ้างพนักงานรวมถึงพนักงานประจำที่ให้บริการมานานหลายปีนั้นไม่ได้รับค่าชดเชย

โลว์มีลูกจ้างที่เป็นพนักงานประจำ 190,000 และลูกจ้างพาร์ทไทม์ 110,000 คน ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ “เรากำลังจะย้ายไปที่แอสเซมบลี บริษัทของบุคคลที่สามและบริการด้านสิ่งอำนวยความสะดวก

เพื่อให้พนักงานร้านค้าของโลว์ใช้เวลามากขึ้นในการให้บริการลูกค้า” โฆษกหญิงของโลว์กล่าว การย้ายครั้งนี้เป็นสัญญาณว่าซีอีโอคนใหม่ของมาร์วินเอลลิสันวางแผนที่จะลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงผลกำไร

17.สตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์น Didi ขาดทุนหนัก ปรับโครงสร้าง โละพนักงานถึง 2,000 ตำแหน่ง

52

ภาพจาก bit.ly/2KhicUb

เมื่อพูดถึงยูนิคอร์นจากแดนมังกรที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด หนึ่งในนั้นต้องมีแบรนด์ Didi ผู้ให้บริการ Ride-Hailing มูลค่า 8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน แต่ข่าวคราวของ Didi ในระยะหลัง กลับไม่สดใสนัก เพราะมีข่าวว่า บริษัทมีแผนจะเลิกจ้างพนักงานราว 2,000 คน หรือคิดเป็น 15% ของพนักงานทั้งหมดภายในปีนี้

โดยรายงานจาก Technode อ้างอิงแหล่งข่าวภายในบริษัทเผยว่า การเลิกจ้างพนักงานครั้งนี้จะปรับลดจากแผนกที่ไม่ใช่ Core Business ของบริษัท ซึ่งทำให้เกิดข่าวลือเกี่ยวกับผลประกอบการของ Didi ที่ว่า

บริษัทขาดทุนมากถึง 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2018 และมีการปรับลดโบนัสพนักงานลงไปครึ่งหนึ่ง ส่วนผู้บริหารนั้นยิ่งกว่า เพราะไม่ได้รับโบนัสใดๆ เลย นัยยะว่าเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อผลประกอบการที่เลวร้ายนี้

ในขณะเดียวกัน Didi ระบุว่ามีแผนจ้างพนักงานเพิ่มอีกราว 2,500 ตำแหน่ง โดยเป็นพนักงานในกลุ่มรักษาความปลอดภัย ฝ่ายกำกับดูแลธุรกิจ (Compliance) และฝ่ายบริหารจัดการพาร์ทเนอร์ร่วมขับ เพื่อมาเสริมแกร่ง Core Business ของตัวเอง

การออกมาประกาศว่าจะรับพนักงานเพิ่ม แถมเป็นพนักงานในกลุ่มกำกับดูแล และรักษาความปลอดภัย สะท้อนให้เห็นว่า ภายใน Didi กำลังหาทางก้าวข้ามความผิดพลาดครั้งใหญ่อยู่อย่างเต็มกำลัง

โดยปัญหาสำคัญของ Didi เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมและกันยายนที่ผ่านมา เมื่อคนขับจากบริการเรียกรถแบบคาร์พูล Didi Hitch ได้ก่อเหตุฆาตกรรมผู้โดยสารขึ้น จนทำให้หน่วยงานภาครัฐ และผู้ใช้งานชาวจีนออกมาตำหนิระบบของ Didi อย่างรุนแรง อีกทั้งยังมีการใช้แฮชแท็ก #deleteDidi

18.Dean & Deluca เลย์ออฟพนักงาน มีลือว่าชักดาบค่าจ้าง-ค่าชดเชย

51

ภาพจาก bit.ly/2YIEW7F

Dean & DeLuca ถูกสื่ออเมริกันแฉว่า ได้ผิดนัดชำระเงินให้กับอดีตพนักงานที่ถูกเลิกจ้างไป แถมเชนร้านจำหน่ายอาหารหรูระดับโลกที่มีหนี้สินรุงรัง และยังมีข่าวว่ามีการระงับการจ่ายเงินให้แก่พนักงานปัจจุบันในสาขาที่เหลือด้วย เบื้องต้น Pace Development บริษัทแม่ของ Dean & DeLuca ในกรุงเทพฯ ยังเก็บตัวเงียบไม่ออกมาให้ความคิดเห็นกับข่าวที่เกิดขึ้น

รายงานจาก The New York Times ระบุว่าได้ข้อมูลนี้มาจากข้อมูลบัญชีและเอกสารจากพนักงาน Dean & DeLuca การชักดาบครั้งนี้เป็นข่าวคืบหน้าล่าสุดหลังจากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ร้านคาเฟ่หรู Dean & DeLuca จำนวน 4 แห่งถูกปิดตัวลง

ซึ่งรวมถึงสาขา Stage ที่เป็นสาขาหลักร้านใหม่สุดหรูของ Dean & DeLuca ในย่าน Meatpacking อันทันสมัยของ Manhattan น่าเสียดายที่สาขานี้เพิ่งเปิดบริการได้เพียง 3 เดือน

ปัจจุบัน Dean & DeLuca มีสาขาให้บริการเพียง 4 ร้านในสหรัฐอเมริกา ท่ามกลางชั้นวางสินค้าที่เกือบจะเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ทั่วไปที่เห็นตามซูเปอร์มาร์เก็ต แทนที่จะเป็นวัตถุดิบหรูหราเฉพาะทางที่เคยสร้างชื่อให้แบรนด์ Dean & DeLuca มาก่อน

สถานการณ์นี้เป็นความตกต่ำถึงสุดขีดของ Dean & DeLuca ที่เมื่อย้อนไปในวันที่ Pace ซื้อกิจการ Dean & DeLuca ในปี 2014 คาเฟ่หรูแห่งนี้มีสาขามากกว่า 40 แห่งในสหรัฐอเมริกา

เบื้องต้น สื่ออเมริกันรายงานว่าDean & DeLuca ตัดสินใจปลดพนักงานประจำสำนักงานใหญ่ในสหรัฐฯช่วงสัปดาห์ปลายเดือนกรกฎาคม2019 และพนักงานที่ถูกปลดออกจากร้านหลายรายยังไม่ได้รับการจ่ายเงินก้อนสุดท้าย ทำให้พนักงานกำลังหาทางฟ้องร้องต่อศาลต่อไป

50

ภาพจาก safetynet.com

ขณะนี้ทั้งบริษัทในประเทศไทยและต่างประเทศต่างต้องพบสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ รวมถึงยุนี้เป็นยุคแห่งนวัตกรรม เทคโนโลยี AI และสื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทสำคัญ ทำให้เกิดการแข่งขันที่ดุเดือดมากยิ่งขึ้น บางบริษัทจากที่เคยยืนหนึ่งมาตลอดก็ต้องปรับเปลี่ยนแผนโครงสร้างภายในองค์กรเพื่อความอยู่รอด

ในปีนี้พนักงานหลายรายก็ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่เช่นกัน ซึ่งก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าการเป็นลูกจ้างกินเงินเดือนก็ไม่ได้สร้างความมั่นคงให้แก่เรา

วันดีคืนดีสั่งปลดพนักงานกะทันหันแบบไม่ทันตั้งตัว www.ThaiFranchiseCenter.com ก็คิดว่าเราอาจจะต้องมองหาช่องทางทำเงินอื่น ๆ เผื่อไว้ เช่น ลงทุนทำธุรกิจเสริมระหว่างทำงานประจำ ซึ่งก็อาจจะเป็นแผนสำรองที่ดีในช่วงเวลานี้

สำหรับธุรกิจเสริมที่น่าสนใจ www.ThaiFranchiseCenter.com เห็นว่าการทำธุรกิจแฟรนไชส์เป็นตัวเลือกที่ดี เนื่องจากระบบแฟรนไชส์ส่วนใหญ่มีคุณภาพ มีชื่อเสียง

สามารถการันตีความสำเร็จได้จากสาขาแฟรนไชส์ที่มีอยู่ทั่วประเทศและระบบแฟรนไชส์มักจะมีการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องเพื่อยังประโยชน์ให้แก่ลูกค้าและผู้ลงทุน ซึ่งหากเราเลือกลงทุนแฟรนไชส์ที่ดีแล้วละก็ โอกาสที่จะกอบโกยกำไรจะมาได้ไม่ยากเลย

รวมข้อมูลธุรกิจแฟรนไชส์ไทย : bit.ly/2UrSE9J


คุณผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

01

อ่านบทความอื่นๆ จากไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ www.thaifranchisecenter.com/document
เลือกซื้อแฟรนไชส์ไทยขายดี เปิดร้าน www.thaifranchisecenter.com/directory/index.php

อ้างอิงข้อมูล

[Total: 3    Average: 3/5]
เศรษฐกิจย่ำแย่! ส่องบริษัทฯไทย-เทศแห่ปลดพนักงาน ปี 62 written by คุณรุ่งทิพย์ จรีรัตนประกร (มายด์) average rating 3/5 - 3 user ratings

คุณรุ่งทิพย์ จรีรัตนประกร (มายด์)

จบปรัชญามาทำงานเขียนเกี่ยวกับธุรกิจ มีใจรักในการเขียนและการคิดวิเคราะห์ ชอบค้นคว้าหาความรู้ พร้อมแก้ไขและพัฒนาตัวเองเสมอ

Main Sponsors

Happy Sponsors