อันตรายจากหัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นแล้วรักษาได้ไหม ?

หลายคนมักละเลยความรู้สึกแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นกลางอก เพราะคิดว่าเป็นเพียงความเหนื่อยล้าจากการทำงานหรือการดื่มกาแฟมากเกินไป แต่ความจริงแล้ว จังหวะการเต้นของหัวใจคือสัญญาณชีพที่บ่งบอกถึงระบบไฟฟ้าภายในร่างกาย หากจังหวะเหล่านี้เริ่มรวนจนกลายเป็นอาการ หัวใจเต้นผิดจังหวะ นั่นไม่ใช่แค่เรื่องของความตื่นเต้น แต่มันคือคำเตือนว่าระบบปั๊มเลือดหลักของกำลังตกอยู่ในอันตราย

หัวใจเต้นผิดจังหวะ

ความน่ากลัวที่ซ่อนอยู่ภายใต้จังหวะที่ไม่สม่ำเสมอ

เมื่อหัวใจเต้นผิดจังหวะ ไม่ว่าจะเต้นเร็วเกินไป ช้าเกินไป หรือเต้นสะดุด สิ่งที่เกิดขึ้นคือประสิทธิภาพในการสูบฉีดเลือดไปยังสมองและอวัยวะต่าง ๆ จะลดลงทันที ความอันตรายที่น่ากลัวที่สุดคือการเกิดลิ่มเลือดขนาดเล็กภายในห้องหัวใจ เนื่องจากเลือดไหลเวียนไม่สะดวกและเกิดการตกค้าง หากลิ่มเลือดนี้หลุดลอยไปอุดตันที่เส้นเลือดสมอง อาจทำให้เกิดอัมพฤกษ์อัมพาตได้เพียงในเสี้ยววินาที

นอกจากนี้ การที่หัวใจต้องทำงานหนักในจังหวะที่ผิดปกติเป็นเวลานาน จะส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงลง จนนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือในบางกรณีที่ระบบไฟฟ้าหัวใจลัดวงจรอย่างรุนแรง หัวใจอาจหยุดเต้นกะทันหันซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

สัญญาณแบบไหนที่ต้องเริ่มระวังหัวใจเต้นผิดจังหวะ

  • ความรู้สึกหวิวในอก : เหมือนตกจากที่สูง หรือหัวใจหล่นวูบกะทันหันบ่อยครั้ง
  • เหนื่อยง่ายผิดปกติ : แค่เดินขึ้นบันไดไม่กี่ขั้นก็รู้สึกเหมือนวิ่งมาราธอนมา
  • หน้ามืดเหมือนจะวูบ : โดยเฉพาะเวลาที่เปลี่ยนท่าทาง หรืออยู่เฉย ๆ ก็รู้สึกโลกหมุน
  • ใจสั่นแรง : รู้สึกถึงแรงกระแทกของหัวใจที่หน้าอกหรือลำคอ ทั้งที่ไม่ได้ออกกำลังกาย

หัวใจเต้นผิดจังหวะมีทางรักษา กลับมาใช้ชีวิตปกติได้

เทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันทำให้การรักษา หัวใจเต้นผิดจังหวะ ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลเหมือนแต่ก่อน วิธีการรักษาที่นิยมและได้ผลดีมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและลักษณะของอาการ

  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการใช้ยา : สำหรับผู้ที่มีอาการเริ่มต้น การคุมปัจจัยกระตุ้น เช่น ความเครียด แอลกอฮอล์ หรือการใช้ยาเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจให้คงที่ มักเป็นวิธีแรกที่นำมาใช้
  • การจี้ไฟฟ้าหัวใจ : วิธีนี้ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะเป็นการรักษาที่ต้นเหตุ โดยการใช้สายสวนขนาดเล็กสอดเข้าไปเพื่อทำลายจุดที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าผิดปกติในหัวใจ วิธีนี้ช่วยให้หายขาดได้สูงและแผลมีขนาดเล็กมากจนแทบมองไม่เห็น
  • การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ : ในรายที่หัวใจเต้นช้าเกินไปจนเป็นอันตราย การฝังอุปกรณ์ขนาดเล็กไว้ใต้ผิวหนังเพื่อคอยส่งสัญญาณไฟฟ้าช่วยกระตุ้นหัวใจ จะช่วยให้ร่างกายกลับมาทำงานได้ตามปกติ

หัวใจเต้นผิดจังหวะไม่ใช่โรคติดตัวที่รักษาไม่หาย และไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ เพียงแค่ต้องหมั่นสังเกตจังหวะการเต้นของตัวเอง หากพบความผิดปกติ การเข้าพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจเช็กระบบไฟฟ้าหัวใจอย่างละเอียด จะช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยจากภัยเงียบที่คาดไม่ถึงนี้

กองบรรณาธิการเว็บไซต์

ยินดีสนับสนุน SMEs ไทยทุกแบรนด์ ที่ต้องการสร้างความเข้มแข็ง อยากเรียนรู้ พัฒนาธุรกิจ ส่งเสริมความเข้าใจในการตลาด มีความคิดสร้างสรรค์ แบ่งปันเพื่อสังคม ต่อยอดธุรกิจ ให้ประสบความสำเร็จในอนาคต