ออกแบบป้ายหน้าร้านอย่างไรให้ดึงดูดลูกค้า และประหยัดภาษีไปในตัว
ในการเปิดธุรกิจใหม่ หรือการเปิดร้านใหม่ สิ่งที่เป็นจุดสำคัญอีกสิ่งหนึ่งคงหนีไม่พ้น ป้ายที่อยู่หน้าร้าน เพราะป้ายหน้าร้าน ก็เปรียบเสมือนด่านแรกที่ลูกค้าจะต้องพบเห็น ซึ่งการทำป้ายที่สวยงามนั้นสามารถช่วยดึงดูดลูกค้าและยังสามารถช่วยเพิ่มยอดขายได้อีกด้วย แต่ในอีกมุมนึ่ง การทำป้ายนั้นมักจะมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่เรียกว่า “ภาษีป้าย” นั้นเอง
ดังนั้น ทาง Build Me Up Consultant จะมาแนะนำเรื่องต่างๆ ที่ควรรู้ในการทำป้ายหน้าร้านค้า ให้สวยดึงดูดลูกค้า และประหยัดภาษี

การเลือกใช้ฟอนต์ สี และ Layout ในการทำป้าย
ในการทำป้ายการเลือกใช้ฟอนต์และสีรวมถึงการจัดLayout ของตัวหนังสือก็เป็นสิ่งสำคัญมากที่ช่วยให้ดึงดูดสายตาของผู้ที่พบเห็น และเป็นการสร้างภาพจำให้กับธุรกิจ ทำให้ลูกค้าจดจำได้ง่าย โดยจะแบ่งการเลือกฟอนต์ สี และLayout ออกเป็นหัวข้อ ดังนี้
การเลือกฟอนต์ให้ป้ายอ่านง่าย
ฟอนต์ เป็นองค์ประกอบที่ทำหน้าที่สื่อสารข้อมูลโดยตรง ฟอนต์ที่ดีบนป้ายหน้าร้านต้อง อ่านง่ายในครั้งแรก และ บ่งบอกถึงความเป็นธุรกิจ
- ฟอนต์ที่ใช้ต้องมีความชัดเจน แนะนำให้หลีกเลี่ยงฟอนต์ตัวเขียนลายมือที่ตวัดหางเยอะๆ หรือฟอนต์แนวอักษรไทยที่มีลวดลายมากเกินไป เพราะจะทำให้อ่านยาก เพราะส่วนใหญ่มักจะเห็นป้ายจากการขับรถหรือเดินผ่าน
- การเลือกใช้ฟอนต์ไม่มีหัวจะให้ความรู้สึกสะอาดตา ทันสมัย และสามารถอ่านจับใจความได้เร็วที่สุด เหมาะกับการทำป้ายโฆษณา ธุรกิจร้านอาหาร คาเฟ่
- การเลือกใช้ฟอนต์มีหัว จะให้ความรู้สึกถึง ดูเป็นทางการ มั่นคง เหมาะกับการ สำนักงานกฎหมาย, คลินิก หรือบริษัทรับทำบัญชี
- น้ำหนักของตัวอักษร ควรเลือกใช้ฟอนต์แบบ ตัวหนา หรือ ตัวกึ่งหนา เป็นหลัก สำหรับชื่อร้านและข้อความสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงฟอนต์ตัวบาง เพราะเมื่อมองจากที่ไกลอาจจะเห็นไม่ชัดเจน
- อย่าบีบหรือยืดสัดส่วนฟอนต์ มากเกินไป แต่ให้ใช้การปรับขนาดของฟอนต์แทนเพื่อให้สัดส่วนของฟอนต์ไม่ผิดเพี้ยน
การเลือกสีให้สะดุดตา
สี เป็นสิ่งที่ช่วยสื่ออารมณ์ความรู้สึก และยังเป็นสิ่งที่ช่วยดึงดูดสายตา โดยทีสีแต่ละสีก็จะให้ความรู้สึกและอารมณ์ในความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป
- สีแดง : ให้ความตื่นเต้น และความอยากอาหาร มักใช้กับป้าย Sale หรือร้านอาหาร
- สีเหลือง : เป็นสีที่สายตาเราจะสังเกตเห็นได้เร็วที่สุด ให้ความรู้สึกถึงความสุข ความสดใส และการมองโลกในแง่ดี เหมาะกับธุรกิจเกี่ยวกับเด็กและของเล่น
- สีส้ม : ให้ความรู้สึกถึงความกระตือรือร้นและการเข้าถึงง่าย เหมาะกับธุรกิจ E-commerce และขนส่ง
- สีน้ำเงิน : ให้ความรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย และเป็นมืออาชีพ เหมาะกับธุรกิจบัญชี กฎหมาย และไอที
- สีเขียว : ให้ความรู้สึกถึงสุขภาพ ความสมดุล และความเป็นธรรมชาติ
โดยในการจับคู่สีจะต้องมีการทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างพื้นหลังและตัวอักษร หรือที่เรียกว่า High Contrast คือ การที่พื้นหลังเป็นสีดำหรือสีเข้มตัวอักษรควรสีอ่อนหรือสีที่สว่างกว่าไม่ควรเป็นสีเข้มๆเหมือนกัน เพราะทำให้มองยาก แต่ถ้าพื้นหลังสีอ่อนตัวอักษรความเป็นสีเข้ม
การจัด Layout ที่มองง่าย
- จัดองค์ประกอบให้ป้ายมีเพียง 3 อย่าง คือ ชื่อร้าน รูปภาพ และข้อมูลการติดต่อ
- มีพื้นที่ว่างรอบๆข้อความจะช่วยให้ข้อความดูเด่นขึ้น และอ่านง่าย
- หากมีข้อความเยอะให้ทำการแบ่งข้อความและแบ่งบรรทัดให้อยู่ในจุดกึ่งกลาง จะช่วยลดความกว้างของป้ายได้
เทคนิคออกแบบป้ายให้ลูกค้าสะดุดตา
- การออกแบบทำป้ายร้านค้านั้นควรคำนึงถึงชื่อร้านต้องชัดเจน อ่านง่าย และ สื่อถึงประเภทของธุรกิจได้อย่างดี ในการเลือกสี และ ตัวอักษรควรเลือกสีที่ดึงดูด และ เข้ากับธุรกิจ และจดจำได้ง่าย รวมถึงการเลือกขนาด และ รูปแบบตัวอักษรต้องอ่านได้ในระยะไกล และ เหมาะกับตำแหน่งติดตั้ง
- ข้อความและเนื้อหาควรใส่ ชื่อร้าน หมายเลขโทรศัพท์ หรือช่องทางโซเชียลมีเดีย ที่สามารถติดตามได้ โดยในการใส่เนื้อหานั้นต้องมีความกระชับ เข้าใจง่าย ไม่มีข้อความที่เยอะเกินไปจนอ่านยาก
- การทำป้ายร้านค้านั้นควรเลือกวัสดุที่เหมาะสม เช่น อะคริลิก โลหะ ไวนิล หรือ พลาสติก เพื่อให้มีความทนทานมากที่สุด
- ขนาดและตำแหน่งควรมีขนาดที่ต้องเหมาะสมกับพื้นที่ติดตั้ง เพราะหากป้ายมีขนาดที่ใหญ่เกินความจำเป็นก็จะทำให้เสียภาษีป้ายในราคาที่สูงขึ้น รวมถึงจะต้องมีการมองเห็นที่ชัดเจน อยู่ในระดับสายตาสามารถมองเห็นได้จากที่ไกลๆ และไม่มีอะไรมาบังป้าย
ออกแบบป้ายอย่างไรให้เสียภาษีถูกลง
- หากเจ้าของร้านสามารถทำการออกแบบป้ายหน้าร้านโดยใช้เป็นภาษาไทยทั้งหมด จะช่วยให้ประหยัดต้นทุนค่าภาษีรายปีได้มากที่สุด
- หากป้ายหน้าร้านเป็นภาษาไทยผสมกับภาษาอังกฤษ แนะนำให้เพิ่มชื่อภาษาไทยกำกับไว้ที่ ตำแหน่งบนสุดของป้าย ขนาดตัวอักษรอาจจะเล็กกว่าภาษาอังกฤษได้ แต่ต้องอยู่ในจุดที่มองเห็นและอ่านออกชัดเจน
- หากป้ายหน้าร้านเป็นภาษาอังกฤษล้วน ก็จำเป็นจะต้องเสียภาษีป้ายในอัตราที่สูงมาก หรือถ้านำภาษาไทยไปจัดวางไว้ด้านล่างของภาษาอังกฤษ ก็จะถูกเหมารวมอยู่ในเรทราคาแพงสุดนี้เช่นกัน ควรหลีกเลี่ยงหากต้องการคุมงบประมาณ
ในการออกแบบป้ายหน้าร้านต้องมีการคุมขนาดป้ายให้พอดีไม่เล็กเกินไปและไม่ใหญ่จนเกินความจำเป็นจนเกินไป หากชื่อร้านเป็นภาษาอังกฤษก็แนะนำให้นำชื่อร้านเป็นภาษาไทยเล็กๆวางไปบนสุดของป้าย ก็จะช่วยให้เราประหยัดเงินในการเสียภาษีป้ายต่อปีได้ครับ สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่กำลังจะสั่งทำป้ายใหม่ และต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินค่าใช้จ่ายหรือให้คำปรึกษาด้านภาษี สามารถปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-1251363 Facebook : Build Me Up Consultant Line : @bmu001


