หนุ่มจีนเปิด คาเฟ่มือถือในมาดากัสการ์ ธุรกิจกำไรโตกว่า 20 เท่า

โทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์สื่อสารที่สำคัญต่อคนทั่วโลก ตัวเลขที่น่าสนใจระบุว่ามีผู้ใช้งานรวมกว่า 5.78 พันล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 70.1% ของประชากรโลกที่มีประมาณ 8.25 พันล้านคน และมีอัตราผู้ใช้งานรายใหม่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 100-150 ล้านคนต่อปี ถ้ามองในมุมหนึ่งว่าโทรศัพท์มือถือก็คือสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ด้วยความต้องการที่มีมากหากคิดในเชิงธุรกิจถ้าเราหาวิธีเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้มาเป็นการสร้างรายได้ คงเป็นหนึ่งในการลงทุนที่น่าสนใจมากเช่นกัน

การสร้างรายได้จากโทรศัพท์มือถือ

ปัจจุบันการสร้างรายได้จากโทรศัพท์มือถือไม่ได้จำกัดอยู่แค่การขายของออนไลน์หรือทำคอนเทนต์เท่านั้นแต่มีการนำเทคโนโลยี AI และแพลตฟอร์มรูปแบบใหม่เข้ามาช่วยให้หาเงินได้หลากหลายขึ้นเช่น

  • ใช้ AI ช่วยเขียนสคริปต์ สร้างเสียงบรรยาย และตัดต่อวิดีโอโดยที่เราไม่ต้องเอาหน้าออกกล้อง ก็สามารถรับรายได้จากค่าโฆษณา (AdSense) หรือ TikTok Creator Rewards ได้
  • รับจ้างเขียนหรือปรับแต่ง คำสั่ง (Prompt) ให้กับธุรกิจที่ต้องการผลลัพธ์จาก AI ที่แม่นยำ เช่น การสร้างภาพโฆษณาหรือสคริปต์การขาย
  • การใช้แพลตฟอร์มฟรีแลนด์ เพื่อให้สามารถรับงานที่ตรงกับความสามารถที่เรามีเป็นการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น
  • การใช้แพลตฟอร์มการลงทุนต่างๆ ที่ทำให้เราเลือกลงทุนได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งคนไม่มีประสบการณ์ก็เรียนรู้ได้จากแหล่งข้อมูลต่างๆที่ให้ความรู้และสอนเทคนิคการลงทุนให้เราได้อย่างละเอียด

แต่อย่างไรก็ดีการหารายได้จากโทรศัพท์มือถือก็ใช่ว่าจะทำแล้วสำเร็จทุกคน สิ่งสำคัญคือเราต้องมีเคล็ดลับในการหารายได้เช่นเวลาเห็นคลิปดัง อย่าแค่ดูสนุก แต่ต้องวิเคราะห์ว่า ทำไมคลิปนี้คนถึงดูเยอะ หรือถ้าคิดจะทำคอนเทนต์ก็ให้โฟกัสทางใดทางหนึ่งเช่นการเงิน , สุขภาพ หรือว่าเทคโนโลยี นอกจากนี้ต้องรู้จักการนำ AI มาใช้ในการวิเคราะห์จะช่วยให้การสร้างรายได้จากโทรศัพท์มือถือสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น

คาเฟ่โทรศัพท์มือถือ ไอเดียสร้างรายได้ของหนุ่มจีน

คาเฟ่มือถือในมาดากัสการ์
ภาพจาก https://citly.me/hJUXM

รูปแบบการสร้างรายได้จากโทรศัพท์มือถือถ้าคิดในมุมที่แตกต่างออกไปก็มีอีกหลายวิธีที่น่าสนใจ มีกรณีศึกษาที่น่าสนใจจากหนุ่มจีนอาศัยอยู่ในประเทศมาดากัสการ์ทวีปแอฟริกา สังเกตเห็นว่าผู้คนส่วนใหญ่ไม่มีสมาร์ตโฟนใช้ จึงปิ๊งไอเดียเปิด “คาเฟ่โทรศัพท์มือถือ” ลักษณะคล้ายๆ เน็ตคาเฟ่ แต่เปลี่ยนจาก PC มาเป็นสมาร์ทโฟนแทน โดยใช้ชื่อร้านว่า “เปาเปาเกอ” และได้รับความนิยมอย่างมาก ลูกค้าแน่นตลอดทั้งวัน จนต้องกดบัตรคิวเพื่อรอใช้บริการ

โดยเปิดให้บริการตลอดทั้งวัน และมีผู้เข้ามาใช้งานประมาณ 200 คน/วัน ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะมาเช่าสมาร์ทโฟน เพื่อใช้งานอินเตอร์เน็ต เล่นโซเชียล ดูวิดีโอ หรือใช้ติดต่อสื่อสารต่างๆ เนื่องจากสมาร์ทโฟนและอินเตอร์เน็ตในบางพื้นที่ของมาดากัสการ์มีราคาแพงมาก ทำให้รูปแบบการเช่าแบบนี้ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและเป็นธุรกิจที่ทำรายได้ดี

และอีกเหตุผลที่ทำให้ธุรกิจนี้ของหนุ่มจีนประสบความสำเร็จก็เนื่องจากถ้ามองภาพรวมพื้นที่ในทวีปแอฟฟริกาส่วนใหญ่แม้มีความต้องการใช้โทรศัพท์มือถือไม่แตกต่างจากประเทศอื่นแต่ปัญหาสำคัญคือโครงสร้างพื้นฐานยังไม่พัฒนาอย่างสมบูรณ์ ในหลายพื้นที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ หรือมีก็ดับบ่อยมาก เป็นปัญหาในเรื่องการชาร์จโทรศัพท์

วิธีแก้ปัญหาของหนุ่มจีนรายนี้คือการใช้แผงโซลาเซลล์มาติดตั้ง แล้วเชื่อมต่อกับราง- ปลั๊กไฟจำนวนมากภายในร้าน ทำให้มีรายได้จากหลายบริการทั้งการชาร์จไฟโทรศัพท์ หรือการเข้ามาเช่าเครื่องโทรศัพท์สำหรับกิจกรรมบันเทิงอื่นๆที่ลูกค้าต้องการ

กลยุทธ์ Time Machine Strategy ที่สมบูรณ์แบบ

การหารายได้ในรูปแบบนี้ถือเป็น กลยุทธ์ Time Machine Strategy ที่สมบูรณ์แบบ อธิบายง่ายๆคือการโมเดลธุรกิจที่เคยรุ่งเรืองในอดีตของที่หนึ่งไปปรับใช้ในอีกที่หนึ่งซึ่งถือเป็นนำเอา Pain Point ของคนในพื้นที่มาแปรเปลี่ยนให้เป็นรายได้

แน่นอนว่าการสร้างรายได้แบบนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกพื้นที่ ต้องเป็นโซนที่มีปัญหาเรื่องการใช้โทรศัพท์จริงๆ โมเดลเดียวกันถ้าเอามาใช้ในประเทศอื่นก็จะไม่ประสบความสำเร็จ อย่างในเมืองไทย แทบทุกคนมีโทรศัพท์ส่วนตัว มีโครงสร้างพื้นฐานที่สมบูรณ์ทั้งไฟฟ้า สัญญาณอินเทอร์เน็ต ผู้คนจึงไม่จำเป็นต้องใช้บริการจากเน็ตคาเฟ่ ซึ่งร้านเหล่านี้เมื่อก่อนในยุคหนึ่งก็เคยรุ่งเรื่องในเมืองไทยเช่นกันแต่เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้า

ธุรกิจเน็ตคาเฟ่ในเมืองไทยก็หายไปแทบหมดสิ้น แตกต่างจากในทวีปแอฟริกาที่หลายประเทศยังเผชิญปัญหาโครงสร้างพื้นฐานอยู่ ร้านเน็ตคาเฟ่ของหนุ่มจีนจึงประสบความสำเร็จได้

วิเคราะห์การลงทุนและรายได้จากธุรกิจ

คาเฟ่มือถือในมาดากัสการ์
ภาพจาก https://citly.me/hJUXM

เริ่มกันที่ต้นทุนถ้าใช้สมาร์ตโฟนสเปคเริ่มต้นจากจีน เครื่องละประมาณ 1,500 – 2,000 บาท (ใช้ทั้งหมดกี่เครื่องก็คูณจำนวนเข้าไป) รวมกับต้นทุนอื่นๆ คือระบบ Solar Cell และแบตเตอรี่ที่ ลงทุนครั้งเดียวจบ แต่ ลดค่าไฟรายเดือนได้เกือบ 100% นอกจากนี้ยังมีระบบอินเทอร์เน็ต (Starlink หรือ Broadband) ในมาดากัสการ์อาจมีราคาสูงประมาณ 3,000 – 5,000 บาท/เดือน แต่หารเฉลี่ยต่อเครื่องแล้วยังคุ้ม นอกจากนี้ก็ยังมีต้นทุนเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งร้านเล็กน้อย

ในส่วนรายได้ร้านประเภทนี้มักแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือค่าเช่าเครื่องและการใช้ Wi-Fi คิดราคาเฉลี่ยประมาณ 500 – 1,000 Ariary (หน่วยเงินมาดากัสการ์) ต่อ 30 นาที หรือประมาณ 4 – 8 บาทไทย หากมีเครื่อง 20 เครื่อง และมีลูกค้าหมุนเวียน 10 ชั่วโมงต่อวัน รายได้เฉพาะส่วนนี้อาจอยู่ที่ 1,200 – 2,500 บาท/วัน

เมื่อรวมกับบริการเสริมอื่นๆ เช่น การรับเติมเงินมือถือ, รับโหลดแอปฯ, หรือโหลดหนังลงเครื่องลูกค้า ที่คิดค่าบริการเป็นรายครั้ง เบื้องต้นน่าจะมีรายได้รวมโดยประมาณ 50,000 – 70,000 บาท หักต้นทุนเช่นค่าอินเทอร์เนตและจิปาถะกำไรเฉลี่ยประมาณ 20,000 – 30,000 บาท/เดือน

ถ้าดูเฉพาะตัวเลขรายได้ในมาดากัสการ์เมื่อแปลงเป็นเงินไทยอาจดูเหมือนไม่เยอะ ประมาณ20,000 – 30,000 บาท แต่ถ้าเทียบกับ ค่าแรงขั้นต่ำ ของมาดากัสการ์ ประมาณ 2,000 – 2,500 บาทต่อเดือน จะเห็นว่าธุรกิจนี้มีรายได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของคนในพื้นที่กว่า 20 เท่า นอกจากนี้มาดากัสการ์ มี GDP อยู่ที่ 15.23 พันล้านเหรียญสหรัฐ รายได้เฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 516.6 เหรียญสหรัฐและจัดเป็นหนึ่งในประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุดในโลก

สิ่งที่เราเรียนรู้จากเรื่องนี้คือการมองหา Pain Point ของคนส่วนใหญ่และพัฒนาธุรกิจที่มุ่งตอบโจทย์ความต้องการนั่นจะทำให้ธุรกิจที่เราลงทุนเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในเมืองไทยเองแต่ละภูมิภาคก็มี Pain Point ที่แตกต่างกันไป ในยุคที่การแข่งขันธุรกิจมีสูงใครที่จับจุดความต้องการลูกค้าได้ดี มองเห็นโอกาสที่คนอี่นมองไม่เห็นจะทำให้เราสร้างธุรกิจแบบหัวแถวขึ้นมาได้ จากนั้นก็ขึ้นอยู่ที่วิธีการบริหารจัดการและการทำกลยุทธ์การตลาดรวมถึงการรักษาคุณภาพในสินค้าและบริการเป็นสำคัญ

อ้างอิง

 

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy

คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก)

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด