จากเงินเก็บ 3,500 ดอลลาร์ สู่ธุรกิจไอติมรายได้ 63 ล้านดอลลาร์ต่อปี
ถ้าคุณมีเงินเก็บเพียง 3,500 ดอลลาร์ หรือประมาณ 120,000 บาท และกำลังเรียนมหาวิทยาลัย คุณจะกล้าเอาเงินทั้งหมดไปเริ่มธุรกิจที่ยังไม่รู้ว่าจะขายได้หรือไม่ สำหรับ Daniel Goetz คำตอบคือ “ใช่”ในปี 2009 ขณะที่เรียนอยู่ที่ University of Texas at Austin Goetz ได้แรงบันดาลใจจาก Paletas หรือไอติมแท่งสไตล์เม็กซิกันที่เขาเคยกินใน Mexico City เขาจึงเริ่มทดลองทำไอติมจากผลไม้จริงและน้ำตาลน้อย ก่อนตั้งชื่อแบรนด์ว่า GoodPop
เขานำเงินเก็บจากธุรกิจตัดหญ้าที่ทำมาตั้งแต่มัธยมต้นจำนวน 3,500 ดอลลาร์ มาซื้อรถเข็น ป้าย และวัตถุดิบ แล้วนำไอติมไปขายตามตลาดและงานเทศกาลใน Austin
วันนี้ GoodPop กลายเป็นแบรนด์ขนมแช่แข็งที่วางขายในกว่า 10,000 แห่งทั่วสหรัฐฯ รวมถึง Whole Foods, Walmart และ Costco และสร้างยอดขายมากกว่า 63 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 ที่น่าสนใจคือ Goetz ไม่เคยรับเงินลงทุนจากนักลงทุนภายนอก
18,000 แท่ง แต่ขายได้แค่ 4 แท่ง

ช่วงแรก Goetz ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่หั่นผลไม้ ผลิตไอติม ไปจนถึงขายสินค้า แต่ความผิดพลาดครั้งใหญ่เกิดขึ้นในงาน Austin City Limits Music Festival ปี 2009 เขาใช้เวลาถึง 3 สัปดาห์ผลิตไอติม 18,000 แท่ง โดยหวังว่างานนี้จะช่วยเปิดตัว GoodPop แต่ฝนตกหนักจนพื้นที่จัดงานกลายเป็นโคลน ผลคือเขาขายได้เพียง 4 แท่ง
ไอติมอีก 17,996 แท่งต้องนำไปเก็บในห้องเย็น และเขาต้องเสียค่าจัดเก็บเดือนละ 50 ดอลลาร์ ก่อนจะยอมตัดขาดทุนและนำสินค้าไปแจกฟรีในงาน SXSW ธุรกิจเกือบจบตั้งแต่เริ่ม แต่ Goetz ยังไม่ยอมเลิก
เว็บไซต์พาไปสู่คำสั่งซื้อ 80,000 ดอลลาร์
หลังเรียนจบ สิ่งที่เหลือจาก GoodPop แทบมีเพียงเว็บไซต์ Goetz จึงใช้ความรู้ด้านการตลาดทำ SEO จนเว็บไซต์ติดอันดับต้น ๆ เมื่อคนค้นหาไอติมออร์แกนิก ไม่นาน บริษัทการตลาดชื่อ Manifold ติดต่อเข้ามาและสั่งไอติม 50,000 แท่ง พร้อมบรรจุภัณฑ์พิเศษ มูลค่าประมาณ 80,000 ดอลลาร์
Manifold จ่ายเงินครึ่งหนึ่งล่วงหน้า ทำให้ Goetz มีเงินทุนกลับมาผลิตสินค้าอีกครั้งโดยไม่ต้องหานักลงทุน จากนั้นโอกาสครั้งสำคัญก็มาในรูปแบบของความสัมพันธ์ส่วนตัว เพื่อนร่วมห้องของ Goetz เล่นฟุตบอลกับพนักงานของ Whole Foods และช่วยแนะนำเขาให้รู้จักตัวแทนของบริษัท Goetz นำสินค้าไปเสนอและค่อยๆ เข้าไปทีละสาขา
4 ปีแรก นอนบ้านเพื่อนและส่งของเอง

ช่วงสร้างธุรกิจ Goetz ใช้ชีวิตอย่างประหยัดมาก เขานอนบนโซฟาบ้านเพื่อนประมาณ 4 ปีเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย กลางคืนทำไอติม ตอนเช้าขับรถไปส่งสินค้าให้ร้านค้าก่อน 6 โมง ตลอดหลายปี เขาขับ Toyota ไปประมาณ 212,000 ไมล์ หรือกว่า 340,000 กิโลเมตร ทั่ว Texas เพื่อส่งสินค้าเอง ในปี 2014 ความพยายามเริ่มเห็นผล Whole Foods เข้ามารับช่วงการจัดจำหน่ายในภูมิภาค Southwest และ Rocky Mountain และ GoodPop มีรายได้ประมาณ 1.3 ล้านดอลลาร์
- ปี 2017 Whole Foods ขยายการจัดจำหน่ายทั่วประเทศ
- ปี 2018 GoodPop เข้า Walmart และ Costco
จากธุรกิจเล็กๆ ที่เริ่มด้วยเงิน 3,500 ดอลลาร์ จึงค่อย ๆ กลายเป็นแบรนด์ระดับประเทศ
จาก 3,500 ดอลลาร์ สู่ 63 ล้านดอลลาร์

ปี 2024 GoodPop สร้างยอดขายรวมมากกว่า 63 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2,000 ล้านบาท แต่รายได้ที่โตขึ้นไม่ได้หมายความว่าทุกผลิตภัณฑ์จะประสบความสำเร็จ บริษัทเพิ่งยุติธุรกิจเครื่องดื่มน้ำผลไม้ผสมโซดาที่มีน้ำตาลต่ำ หลังลูกค้ามองว่ารสชาติไม่หวานพอ โดย Goetz เลือกที่จะไม่เพิ่มน้ำตาลหรือสารให้ความหวานเพียงเพื่อให้สินค้าขายง่ายขึ้น
นอกจากนี้ GoodPop ยังต้องแข่งขันในตลาดขนมแช่แข็งที่มีบริษัทขนาดใหญ่และแบรนด์อื่นๆ อยู่แล้ว Goetz จึงยังคงมองหาวิธีทำให้สินค้าโดดเด่นและเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น รวมถึงการทำข้อตกลงลิขสิทธิ์กับ Disney เพื่อนำตัวละครอย่าง Star Wars และ Mickey Mouse มาใช้กับผลิตภัณฑ์
บทเรียนจากธุรกิจ 3,500 ดอลลาร์

เรื่องของ GoodPop ไม่ได้เริ่มจากโรงงานใหญ่ เงินทุนมหาศาล หรือทีมงานจำนวนมาก มันเริ่มจากนักศึกษาคนหนึ่ง เงินเก็บ 3,500 ดอลลาร์ และไอติมที่เขาเชื่อว่าคนอื่นน่าจะชอบ เขาเคยผลิต 18,000 แท่งแล้วขายได้เพียง 4 แท่ง เคยนอนบ้านเพื่อนหลายปี และเคยขับรถกว่า 340,000 กิโลเมตรเพื่อส่งสินค้าเอง
แต่ทุกครั้งที่เจอปัญหา เขานำสิ่งที่เกิดขึ้นมาปรับธุรกิจ จาก ทำเอง ขายเอง หาลูกค้าเอง เข้า Whole Foods ขยายสู่ Walmart และ Costco จนวันนี้ GoodPop กลายเป็นธุรกิจที่สร้างยอดขายมากกว่า 63 ล้านดอลลาร์ต่อปี
บางครั้งธุรกิจไม่ได้เติบโตเพราะเริ่มต้นอย่างสมบูรณ์แบบ แต่เติบโตจากการทดลองเล็กๆ แล้วเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง และ GoodPop ก็เริ่มต้นจากสิ่งที่เล็กมากจริงๆ เงิน 3,500 ดอลลาร์ กับไอติมที่ทำขายด้วยตัวเอง
อ้างอิง
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
- อยากสร้างแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Ive14C
- อยากทำเป็นแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3IrrH0k
- รู้เรื่องกฎหมาย สัญญาแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Iu5WNu
- รวมความรู้แฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Pe0m5s
อ้างอิงจาก คลิกที่นี่
สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น
ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี
ลักษณะงาน
- เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
- ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
- มอบหมายงานและติดตามงาน
- อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ
1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้
- ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
- ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
- การปฏิบัติงาน
- เป้าหมายในอนาคต
2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ
- การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
- การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
- การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
- การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)
3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)
- การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
- สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
- กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
- มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม
4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ
- แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
- แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์
5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์
- รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
- ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
- ปรับปรุงแก้ไข
- พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง
การปฎิบัติงาน
- สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
- ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา
เงื่อนไขอื่นๆ
- การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์
อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้
สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy




