Yale Smart Shop เทรนด์ธุรกิจระดับโลก ในยุค Smart Home ไม่ต้องสต็อกสินค้า! คนเดียวก็ทำได้

ในยุคนี้การมีบ้านหรือที่พักอาศัยต้องมาพร้อมความปลอดภัยด้วย กระแส smart living ที่เน้นการนำเทคโนโลยีอันทันสมัยมาปรับใช้กับที่อยู่อาศัยจึงเป็นตลาดที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง คนส่วนใหญ่มองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความทันสมัยแต่คือการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ในปี 2026 นี้คาดว่าจะเป็นตลาดที่มีมูลค่ารวมทั่วโลกกว่า 3,700 – 4,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.3 – 1.5 แสนล้านบาท ในเมืองไทยเองก็ถือเป็นธุรกิจที่เติบโตสูงมากเช่นกัน

 

Yale Smart Shop เทรนด์ธุรกิจระดับโลก

ทำไม Security & Access Control ถึงน่าสนใจ?

เหตุผลที่คนสนใจสินค้าในกลุ่มนี้อย่างมากเนื่องจากตอบโจทย์ Pain Point ได้อย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น

  • ลืมกุญแจ/กุญแจหาย ซึ่งปัจจุบันบ้านและคอนโดนส่วนใหญ่หันมาใช้ระบบสแกนนิ้วหรือกดรหัส ซึ่งในปี 2026 ระบบ Biometric (สแกนนิ้ว/ใบหน้า) ได้รับความนิยมสูงสุดเพราะปลอมแปลงยากและสะดวกที่สุด
  • ตอบโจทย์วิถีชีวิตแบบ Solo Living การที่คนเราอยู่ตัวคนเดียวมากขึ้น ระบบล็อกอัตโนมัติช่วยเพิ่มความปลอดภัย
  • ทำให้มั่นใจในชีวิตและทรัพย์สินได้มากขึ้น
  • ความต้องการในยุคสังคมผู้สูงวัย เนื่องจากประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว ระบบ Smart Home จึงถูกนำมาใช้เพื่อดูแลผู้สูงวัยให้ปลอดภัยมากขึ้น

พร้อมกันนี้ยังมีสถิติและตัวเลขน่าสนใจที่ทำให้เรามองเห็นภาพรวมของธุรกิจนี้ว่ายังเติบโตได้อีกมาก

  • 20% ของคนทั่วโลกมีอัตราการเข้าถึง เทคโนโลยี smart living และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 33% ในปี 2028
  • 35% มีความต้องการสินค้าคือกลอนประตูแบบดิจิทัล
  • 80% ของผู้ซื้อบ้านใหม่ในปัจจุบัน ระบุว่า ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ
  • 60% ของคนยุค Gen Z และ Millennials ยินดีจ่ายเงินเพิ่มขึ้น เพื่อให้ได้บ้านที่มีระบบ Smart living ติดตั้งมาให้

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นภาพรวมของตลาด Smart Home ว่าไม่ใช่แค่ความต้องการแบบเฉพาะกลุ่มอีกต่อไปแต่ได้กลายเป็น Mass Market ที่ยังเติบโตได้อีกมาก

Yale Smart Shop เทรนด์ธุรกิจระดับโลก! พร้อมให้ลงทุนได้ทันที

Yale Smart Shop เทรนด์ธุรกิจระดับโลก

 

เมื่อความต้องการสินค้ามีมาก การทำธุรกิจด้านนี้ย่อมได้รับอานิสงฆ์ด้วย ซึ่ง Yale Smart Shop โดยบริษัท ASSA ABLOY ผู้นำระดับโลกในเรื่องโซลูชั่นของระบบการ เปิด-ปิด ล็อคประตูอย่างครบวงจร มีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบสนองความ ต้องการของผู้บริโภคในเรื่องความปลอดภัย และความสะดวกสบาย พร้อมกับนวัตกรรมที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ซึ่ง Yale Smart Shop มีสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลก สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของแบรนด์ที่ต้องการขยายตลาดสู่พื้นที่ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาช่องทางการขายโดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่นั้นๆ โดยมุ่งเน้นเรื่องความสะดวกสบายในการใช้งานสินค้า ความปลอดภัย และโซลูชั่นการรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ แก่ลูกค้าเป็นสำคัญ

ลงทุนกับ Yale Smart Shop ดีอย่างไร?

Yale Smart Shop เทรนด์ธุรกิจระดับโลก

 

ทั้งนี้ Yale Smart Shop เน้นการสร้างธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องการให้ทุกสาขาของผู้ลงทุนมียอดขายที่ยั่งยืน ดังนั้นผู้ลงทุนจึงไม่ต้องกังวลเรื่องการเปิดสาขาแข่งกันเองในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจอีกหลายด้านได้แก่

  1. เป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยม และเป็นที่รู้จักทั่วโลก
  2. ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องอายุของสินค้า
  3. ไม่ต้องสต๊อกสินค้า ไม่ต้องซื้อสินค้าไปวางขาย
  4. สามารถขายสินค้าได้ทั้งทางช่องทางออนไลน์ และออฟไลน์ (ขายหน้าร้าน/ขายผ่านเว็ปไซต์ของบริษัท)
  5. ขายได้ทั้ง B2C และ B2B (ขายปลีกหน้าร้าน ขายงานโปรเจคก์)
  6. ไม่ต้องส่งสินค้าให้ลูกค้าเอง
  7. ไม่ต้องติดตั้งสินค้าให้ลูกค้าเอง
  8. ไม่ต้องกังวลเรื่องการบริการหลังการขาย เพราะทางเรามีทีมงานจากสำนักงานใหญ่ช่วยดูแล
  9. ไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการ เพราะรูปแบบธุรกิจของเราง่ายและสะดวกต่อการจัดการ
  10. ไม่ต้องมีพนักงานเยอะ มีเพียงพนักงานหน้าร้าน1 ท่าน ก็สามารถทำธุรกิจแฟรนไชส์ของเราได้แล้ว

งบลงทุน 100,000 – 200,000 บาท คนเดียวก็เปิดร้านได้

Yale Smart Shop เทรนด์ธุรกิจระดับโลก

สำหรับใครที่ต้องการลงทุนกับ Yale Smart Shop สามารถทำได้ไม่ยากใช้เงินลงทุนไม่มาก ค่าแฟรนไชส์เพียง 20,000 บาทเท่านั้น งบลงทุนรวมประมาณ 100,000 – 200,000 บาท ระยะเวลาสัญญา 2 ปี แถมยังไม่หักค่าธรรมเนียมรายเดือน รายปี หรือหากมีธุรกิจเดิมอยู่แล้วก็สามารถลงทุนเพิ่มต่อยอดในการสร้างรายได้ที่มากขึ้นด้วย

ทั้งนี้ Yale Smart Shop ใช้พื้นที่ในการเปิดร้านเพียงแค่ 5 – 15 ตร.ม.ขึ้นไป และเนื่องจากเป็นธุรกิจที่ผู้ลงทุนไม่จำเป็นต้องสต็อกสินค้า ไม่ต้องซื้อสินค้าไปวางขายหน้าร้าน ค่าใช้จ่ายต่อเดือนจึงมีเพียงแค่ ค่าเช่าพื้นที่ , ค่าพนักงานหน้าร้าน (ที่ใช้เพียงแค่คนเดียวก็เปิดร้านได้) , ค่าไฟฟ้า+โทรศัพท์+อินเทอร์เนต

กลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้สินค้าแบรนด์ Yale Smart Shop มีอย่างหลากหลายทั้งผู้พักอาศัยในคอนโดมิเนียม , ผู้พักอาศัยในหมู่บ้านจัดสรร บ้านเดี่ยว บ้านแฝด อาคารพาณิชย์ รวมถึงลูกค้าที่เป็นเจ้าของธุรกิจอย่างหอพักและอพาร์ทเม้นต์ต่างๆ และก่อนที่จะเริ่มเปิดร้านทางแฟรนไชส์มีการจัดฝึกอบรมให้พนักงาน พร้อมดูแลผู้ลงทุนเป็นอย่างดีให้คำปรึกษาโดยทีมงานมืออาชีพ ในส่วนของผลตอบแทน ผู้ลงทุนจะมีส่วนแบ่งกำไรที่ถือว่าคุ้มค่าการลงทุน

ธุรกิจที่อนาคตสดใส! เติบโตได้อีกมาก

Yale Smart Shop เทรนด์ธุรกิจระดับโลก
ภาพจาก เยลสมาร์ทช็อป

ภาพรวมของ Yale Smart Shop ไม่ใช่ธุรกิจที่เติบโตแบบแฟชั่น แต่เป็นธุรกิจที่เติบโตตามความจำเป็น และตามปัจจัยของโครงสร้างประชากร ทำให้สินค้าเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยทำกำไรได้ดี นอกจากนี้ยังมีข้อมูลน่าสนใจระบุว่าประชากรในอาเซียนกว่า 50% ต้องการติดตั้ง smart living ในที่พักอาศัยเดิม ซึ่งหมายความว่าฐานลูกค้าไม่ได้จำกัดเพียงแค่โครงการหมู่บ้านจัดสรร , คอนโดมิเนียม , โรงเรียน , โรงงาน หรือว่าบริษัทเท่านั้น แต่ยังรวมกลุ่มบ้านดั้งเดิมที่มีอยู่จำนวนมาก

ดังนั้นการลงทุนกับ Yale Smart Shop เท่ากับเป็นการลงทุนเพื่อกำไรในระยะยาว ด้วยประสบการณ์และทีมางานที่มีความพร้อมให้คำปรึกษาผู้สนใจลงทุนในทุกด้าน จึงถือเป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่คุ้มค่าและเป็นสุดยอดแฟรนไชส์ที่เหมาะสมกับยุคนี้

สำหรับใครที่สนใจและต้องการลงทุนสามารสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากทางแฟรนไชส์ หรือสามารถเยี่ยมชมร้านของ Yale Smart Shop ที่มีอยู่ในหลายพื้นที่ ทั้งนี้การลงทุนต้องเน้นที่เรื่องทำเลเป็นสำคัญ ใครที่อยากลงทุนแต่ติดในเรื่องทำเลก็สามารถปรึกษากับทางแฟรนไชส์ได้เช่นกัน

 

เยลสมาร์ทช็อป

สนใจลงทุน แฟรนไชส์ คลิก https://citly.me/8jh3V

โทร. 094-6712999  

 

สุดยอดแฟรนไชส์ ปี 2569

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy) เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187

ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy)

คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก)

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด