“ โดนัลด์ ทรัมป์ ” กับ ธุรกิจ SMEs ไทย

ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ “ โดนัลด์ ทรัมป์ ” เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงทั่วโลก ชื่อเสียงที่ว่า มาจากอุปนิสัยส่วนตัวที่นิยมสร้าง“แบรนด์” ให้ตัวเองเป็นหลัก มีเอกลักษณ์คล้ายๆ กับ “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์”

ขณะที่หากวัดความสำเร็จ ในแง่ธุรกิจแล้ว นิตยสาร The Economist ประเมินผลงานระหว่างปี 2528–2559 ให้ เกรดทรัมป์อยู่ในระดับกลางๆ

วันนี้ www.ThaiSMEsCenter.com จะพาคุณไปรู้จัก “โดนัลด์ ทรัมป์” กับทุกก้าวเดินของเขา ที่ในวันนี้เขากลายเป็นประธานาธิบดีป้ายแดงของสหรัฐฯ ไปแล้ว รวมถึงนโยบายเศรษฐกิจของทรัมป์จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจ SMEs ไทยอย่างไร

เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์

โดนัลด์ ทรัมป์

ธุรกิจหลักๆ ของทรัมป์ อยู่ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวและมีฐานหลัก อยู่ที่นิวยอร์ก โดยนอกจากอพาร์ตเมนต์ โรงแรม รีสอร์ต กาสิโน สนามกอล์ฟ ซึ่งภายหลังขยายการลงทุนไปทั่วสหรัฐอเมริกาแล้ว ไฮไลท์คือ ตึกทรัมป์ทาวเวอร์ 58 ชั้น ดีไซน์สุดหรูหรากลางมหานครแมนฮัตตัน ที่มีสัญลักษณ์ตึกทำจากทองคำ

ทรัมป์ยังมีความใฝ่ฝันที่จะเข้าสู่ธุรกิจบันเทิงเพื่อสร้างชื่อเสียงตั้งแต่ยังเด็ก เคยลงทุนสร้างละคร บรอดเวย์ซึ่งเจ๊งไม่เป็นท่าตั้งแต่อายุ 23 และเป็น เจ้าของลิขสิทธิ์การประกวดมิสยูนิเวิร์ส มิสยูเอสเอ และมิสทีนยูเอสเอจนถึงปี 2558

เขายังเคยเป็นเจ้าของทีมอเมริกันฟุตบอล เคยเปิดมหาวิทยาลัยทรัมป์ สอนโปรแกรมด้านอสังหาริมทรัพย์ แต่โดนปิดไปเพราะละเมิดกฎหมายหลายข้อ ตลอดจนขายสินค้าอุปโภค บริโภค แบรนด์ “ทรัมป์” หลากหลาย อาทิ น้ำดื่ม

ระหว่างการหาเสียงทรัมป์ยังเรียกเครื่องบินโบอิ้ง 757 ที่เขาใช้บินไป-มาทั่วประเทศว่า “ทรัมป์ ฟอร์ซ วัน” (Trump Force One) ด้วย โดยในปี 2554 นิตยสารฟอร์บส์ประเมินว่า แบรนด์ “ทรัมป์” มีมูลค่าอยู่ที่ 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ทรัมป์โต้ว่ามีมูลค่า สูงถึง 3,000 ล้านเหรียญฯต่างหาก

ณ ปีล่าสุด นิตยสารฟอร์บส์ประเมินทรัพย์สินของทรัมป์ว่าอยู่ที่ 3,700 ล้านเหรียญฯ ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักธุรกิจการเมืองที่รวยที่สุดในประวัติศาสตร์เหรัฐอเมริกา เป็นมหาเศรษฐีอันดับ 324 ของโลก

ลดข้อตกลงการค้าเสรีกับต่างประเทศ

tt3

คำสัญญาที่ ทรัมป์ ได้ให้ไว้กับชาวอเมริกันที่เกี่ยวข้องกับนโยบายเศรษฐกิจ ประกอบด้วย การประกาศตั้งโต๊ะเจรจาข้อตกลงใหม่กับกลุ่มความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) เพื่อถอนตัวออกจากกลุ่ม

และประกาศถอนตัวจากข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) ซึ่งเป็นข้อตกลงเขตการค้าเสรีทีใหญ่ที่สุดของโลก มีสมาชิกเข้าร่วม 12 ประเทศ คิดเป็นสัดส่วนราว 40 %ของจีดีพีโลก

เขาจะให้ รมว.คลังควบคุมดูแลค่าเงินหยวนของจีน ให้ รมว.พาณิชย์และสำนักผู้แทนการค้าสหรัฐฯตรวจหาข้อเสียเปรียบทางการค้ากับต่างประเทศ ที่ชาวอเมริกันต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างไม่เป็นธรรม และจะใช้ทุกเครื่องมือกำจัดข้อเสียเปรียบโดยทันที

โดยจะพิจารณายกเลิกการให้สิทธิ์งดเว้นภาษีศุลกากรกับบริษัทต่างชาติ เพื่อป้องกันบริษัทเหล่านี้ปลดพนักงานแล้วย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีค่าแรงถูกกว่า จากนั้นค่อยส่งสินค้ากลับมาในสหรัฐฯโดยไม่เสียภาษี และจะกระตุ้นการลงทุนในโครงการพื้นฐานด้วยงบประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วง 10 ปีข้างหน้า

ส่วนการจ่ายภาษีของชาวอเมริกัน จะมีการแบ่งเบาภาระภาษีแก่คน ชั้นกลาง ครอบครัวที่มีลูกสองคนจะได้รับลดหย่อน 35% แบบชำระภาษีจะแก้ไขให้เข้าใจง่ายขึ้น ภาคธุรกิจจะได้ลดภาษีจะได้ลดภาษีจาก 35% เหลือ 15%

พัฒนาเศรษฐกิจ สร้างความเข็มแข็งสหรัฐฯ

tt2

ทรัมป์ ได้ใช้เวลาทั้งชีวิตไปกับการทำธุรกิจ ค้นหาศักยภาพที่ยังไม่มีใครค้นพบในโครงการต่างๆและในผู้คนทั่วโลก และนี่เป็นสิ่งที่ปรารถนาจะทำเพื่อให้สหรัฐฯเป็นประเทศที่มีศักยภาพมหาศาล จะฟื้นฟูเมืองที่อยู่ชั้นใน จะสร้างถนนไฮเวย์ สะพาน อุโมงค์ สนามบิน โรงเรียน โรงพยาบาลขึ้นมาใหม่ จะปรับปรุงสาธารณูปโภคต่างๆ และทำให้ผู้คนนับล้านมีงานทำ

เขาจะเริ่มโครงการเพื่อสร้างความเติบโตของประเทศ จะใช้ประโยชน์จากความคิดสร้างสรรค์และความสามารถของคนที่เก่งและฉลาดที่สุด เรามีแผนงานด้านเศรษฐกิจที่ยอดเยี่ยมมาก จะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเท่าตัว และทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯแข็งแกร่งที่สุดในโลก ต่อจากนี้สหรัฐฯจะมี แต่สิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น

ผลกระทบต่อธุรกิจไทย

tt7

นักธุรกิจไทยจำนวนไม่น้อย คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยอาจได้รับผลกระทบ และมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากการที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ได้รับการเลือกตั้งเข้าไปเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่

ทั้งนี้ เนื่องจากนายทรัมป์มีนโยบายชัดเจนที่จะให้การดูแลเศรษฐกิจภายในประเทศของสหรัฐฯอย่างเต็มที่ หลังจากที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าจีดีพี (รายได้ ประชาชาติ) ของสหรัฐฯในปีนี้จะเติบโตราว 2.9%

กรณีดังกล่าวจึงน่าจะทำให้ไทยมีความเสี่ยงในเรื่องของเงินทุนไหลออกพอสมควร และเงินบาทน่าจะแข็งค่าขึ้นตามลำดับจากปัจจุบันอยู่ในระดับ 34.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องเพราะนายทรัมป์จะลดภาษีธุรกิจลง

นอกจากนี้ ในกรณีที่ทรัมป์ กล่าวถึงนโยบายกีดกันทางการค้ากับจีนนั้น มีรายงานว่าหลายประเทศเริ่มหันกลับมาทบทวนนโยบายการเปิดเสรีให้จีนและเวียดนามเข้าไปลงทุนซื้อสินทรัพย์ต่างๆ ในประเทศของตนมากขึ้น

ด้านกระทรวงพาณิชย์ของไทย ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ไทยทั้งในสหรัฐฯและทั่วโลกจับตาดูนโยบายของนายทรัมป์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในประเด็นการช่วยเหลือคนอเมริกันให้มีงานทำมากขึ้น เพราะอาจกระทบถึงผู้ประกอบการไทยในสหรัฐฯ รวมถึงความเสี่ยงที่อาจมีต่อการส่งออกของไทยไปยัง สหรัฐฯมากขึ้นจากนโยบาย Buy American ด้วย

SMEs ต้องปรับตัว พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ

tt5

ดังนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจไทย ต้องเตรียมรับมือกับทิศทางการค้าโลกที่จะเปลี่ยนแปลงไป เพราะการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯจะกลับไปปกป้องพึ่งพาเศรษฐกิจภายในสหรัฐฯเอง ลดพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้การค้าจากเอเชียไปสหรัฐฯจะได้รับผลกระทบ

ซึ่งตอนนี้รัฐบาลไทยเดินทางมาถูกทางแล้ว ที่ต้องเร่งไทยแลนด์ 4.0 สร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรม และทำการตลาดภายในให้เข้มแข็ง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหลายคนอาจมองว่าความสัมพันธ์ของสหรัฐฯกับประเทศอื่นๆ อาจแย่ลงไปในช่วงแรกจากการกีดกันการค้า จึงเป็นโอกาสของเอเชียในการรวมกันมากขึ้น ซึ่งโอกาสธุรกิจของโลกขณะนี้ อยู่ที่เอเชีย ทั้งการรวมกลุ่มและการพัฒนาของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ส่วนการดึงการลงทุนกลับไปสหรัฐฯ ไทยคงไม่กระทบมาก เพราะบริษัทสหรัฐฯที่มาลงทุนในไทยเป็นการผลิตเพื่อขายในเอเชีย

โดยถ้าหากทรัมป์ดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้า จะกระทบทำให้การส่งออกไทยปี 2560 เติบโตเหลือ 0-1% จากเดิมคาดว่าจะโต 2% ส่งผลให้จีดีพีไทยโตต่ำกว่าเดิมที่คาดว่าจะโตถึง 3.5%

แต่ทั้งหมดก็ต้องรอนโยบายที่ชัดเจนหลังทรัมป์เข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 ม.ค. 2560 ซึ่งอาจจะไม่ดำเนินนโยบายได้ทั้งหมดเหมือนช่วงที่หาเสียงเอาไว้

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า แนวทางการบริหารประเทศของทรัมป์ที่มุ่งเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐ และการที่สหรัฐน่าจะใช้นโยบายเศรษฐกิจเชิงกระตุ้นในช่วง 1 ปีข้างหน้า คาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐในปี 2560 ขยายตัวใกล้เคียง 2.2% ตามที่ประเมินไว้

สำหรับผลกระทบต่อธุรกิจส่งออกของไทย ถ้าสหรัฐฯ และประเทศต่างๆ บรรลุการเจรจาเงื่อนไขทางการค้าที่เป็นข้อตกลงร่วมกันได้ ไม่นำไปสู่ข้อพิพาทและใช้มาตรการตอบโต้ที่มีความรุนแรง จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจที่ส่งออกไปสหรัฐฯ

แม้ว่าการขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีป้ายแดงของสหรัฐฯ ในช่วงแรกอาจจะดูวุ่นวาย มีคนต่อต้าน มีคนกลัว แต่หากมองคนรอบๆ นายทรัมป์ที่ดึงมาใช้งาน ล้วนเป็นมือเก๋าที่มีความสามารถ อาจเป็นช่วงที่นำสหรัฐฯไปสู่ความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจได้อีก 3-4 ปีข้างหน้าได้ หลังจากเศรษฐกิจซบเซาตกต่ำมานาน เมื่อสหรัฐฯดี ไทยก็จะได้รับประโยชน์ไปด้วย

ท่านใดที่สนใจอยากเข้าชม ธุรกิจแฟรนไชส์ทั่วโลก คลิก https://goo.gl/Jtrelc

ขอบคุณรูปภาพจาก www.facebook.com/DonaldTrump

คุณมนตรี ศรีวงษ์ (อ๊อฟ)

นักเขียน ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงข่าวสาร การค้า การลงทุน มีความสนใจเรื่องของธุรกิจเอสเอ็มอี และแฟรนไชส์