วูโกกิ ร้านอาหารเกาหลีในเครือ Sukishi ระบบแฟรนไชส์พร้อมเปิดร้าน! สนับสนุนผู้ลงทุนครบวงจร

ในยุคที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ธุรกิจร้านอาหารที่จะสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนจำเป็นต้องมี 3 องค์ประกอบหลักที่เป็นหัวใจสำคัญ นั่นคือ คุณภาพ + ความคุ้มค่า +ระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งบริษัท ซูกิชิ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด มีประสบการณ์ในธุรกิจร้านอาหารเกาหลีและปิ้งย่างมานานกว่า 25 ปี เป็นที่รู้จักของคนไทยทั่วประเทศ

ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นต้องการมอบช่วงเวลาแห่งความสุขบนโต๊ะอาหารผ่านความพิถีพิถันและใส่ใจในสุขภาพของผู้บริโภค สะท้อนได้จากการเปิดตัวโมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าจับตามองอย่าง “วูโกกิ” (Woo Gogi) ร้านอาหารเกาหลีทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคปัจจุบันได้อย่างตรงจุด พร้อมเปิดโอกาสให้นักลงทุนทั่วประเทศเข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำและมีระบบสนับสนุนที่เป็นมืออาชีพ

ธุรกิจอาหารเกาหลี! โตแรงในเมืองไทย ไม่ใช่แค่กระแส!

ปัจจุบันตลาดอาหารเกาหลีในเมืองไทยมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องและไม่ได้เป็นเพียงกระแสแฟชั่น แต่แทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของผู้คนในยุคนี้ ปัจจัยหลักๆก็มาจาก ซีรีย์ / ดนตรี ที่เป็น Soft Power จากเกาหลี ถ้าดูภาพรวมมูลค่าคาดว่าแตะหลักพันล้านบาท มีอัตราเติบโตเฉลี่ยประมาณ 10-15% ต่อปี และถ้าวิเคราะห์ไปถึงพฤติกรรมผู้บริโภคยิ่งตอกย้ำให้เห็นความน่าสนใจของธุรกิจนี้มากขึ้น

  • 50% ของคนวัยทำงานและกลุ่ม Gen Z มีพฤติกรรม ทานอาหารนอกบ้านคนเดียว อย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์
  • กลุ่ม Solo Diner เลือกทานอาหารในลักษณะ Individual Set ที่มีราคาต่อหัว เฉลี่ยอยู่ที่ 250 – 500 บาท
  • 30% ของคนไทยเป็นการอยู่คนเดียวและมีแนวโน้มของครอบครัวขนาดเล็กที่เพิ่มขึ้น

เหตุผลในการรับประทานอาหารเกาหลีนอกจากเรื่องรสชาติ ยังเป็นเรื่องของความสะดวก รวดเร็วที่คนต้องการด้วย

ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าแม้จะเป็นธุรกิจที่มีความต้องการของลูกค้าในทุกพื้นที่ แต่การทำธุรกิจนี้ให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีเคล็ดลับและมีกลยุทธ์ในการทำธุรกิจที่ดีร่วมด้วย และนั่นคือสิ่งสำคัญที่ “วูโกกิ” เข้าใจทุกความต้องการของลูกค้าและผู้ลงทุนนำมาสู่การพัฒนาสู่ระบบแฟรนไชส์ที่มีประสิทธิภาพ

“วูโกกิ” ร้านอาหารเกาหลี เน้นคุณภาพ +สุขภาพ + ความคุ้มค่า

จุดเด่นของ “วูโกกิ” คือการนำเสนอประสบการณ์ที่เรียบง่ายพลิกโฉมความสะดวกสบายในทุกๆ วัน ให้ลูกค้าอิ่มอร่อยกับมื้ออาหารด้วย Set menu ส่วนตัว (Individual Set) ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับ “เตาถ่านชาโคลจากธรรมชาติ” โดดเด่นด้วยวัฒนธรรมอาหารสไตล์เกาหลี เน้นความเป็นอยู่ที่ดี มีความเรียบง่าย + คุณค่าทางโภชนาการ รับประทานเนื้อสัตว์ควบคู่กับผักสด เพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วน นอกจากนี้การย่างด้วยเตาถ่านธรรมชาติยังมีข้อดีต่อสุขภาพ ช่วยดึงน้ำมันส่วนเกินออกจากเนื้อสัตว์ ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมและไร้ไขมันส่วนเกิน

และความน่าสนใจของวูโกกิไม่ได้มีเพียงแค่เมนูปิ้งย่างแบบส่วนตัว แต่วูโกกิยังมีอีกหลายเมนูที่ลูกค้าชอบ ช่น หม้อไฟเกาหลีรสชาติเข้มข้นที่ให้บริการเติมเส้นไม่อั้น และ “จูมุลลอก ท็อปบับ” (ข้าวหน้าหมูย่างถ่านสูตรพิเศษ) ที่ให้รสชาติกลมกล่อม หวานเค็มกำลังดี

สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดทั้งคุณภาพและโภชนาการอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเมนูที่วูโกกิพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผสมผสานกับบรรยากาศภายในร้านที่เน้นความอบอุ่นและเป็นกันเองช่วยสร้างความสุขและความประทับใจให้ลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ลงทุนกับ “วูโกกิ” ดียังไง? ทำไมถึงน่าสนใจในยุคนี้?

การเริ่มต้นธุรกิจอาหารในปัจจุบันมีความเสี่ยงสูงหากต้องเริ่มจากศูนย์ แต่การลงทุนกับ วูโกกิ คือการได้ร่วมงานกับ Sukishi Intergroup แบรนด์ที่น่าเชื่อถือและครองใจผู้บริโภคมายาวนาน

ซึ่งได้ออกแบบโมเดลธุรกิจที่เน้นความทันสมัย เข้าถึงได้ง่าย พร้อมสร้างผลตอบแทนที่ดี คืนทุนได้เร็ว ภายใต้การบริหารจัดการทำเลที่ผ่านการวิเคราะห์มาอย่างแม่นยำเพื่อลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด โดยการเลือกลงทุนกับวูโกกิ ใช้งบลงทุนประมาณ 6.2 ล้านบาท ซึ่งผู้ลงทุนจะได้รับการสนับสนุนแบบ Full Support ใน 4 ด้านสำคัญคือ

  1. การวิเคราะห์ทำเลและการทำ Feasibility โดยมีทีมงานพร้อมให้คำปรึกษาเรื่องทำเลที่ตั้ง คำนวณความเป็นไปได้ทางการเงินก่อนการลงทุนจริง พร้อมประสานงานและเจรจากับ Landlord ทั้งก่อนและหลังเปิดร้าน เพื่อให้ได้ทำเลที่มีศักยภาพสูงสุดและสามารถ Transfer ได้
  2. การจัดหาและฝึกอบรมบุคลากร ซึ่งจะมีการสรรหาบุคลากรให้ครบถ้วนตามมาตรฐานก่อนเปิดสาขา จัดให้มีการฝึกอบรม (Training) ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติทั้งก่อนและหลังเปิดร้าน เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานสามารถปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐานของบริษัท พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องการบริหารคนตลอดอายุสัญญา
  3. การบริหารร้านและ Operations โดยมีทีมงานตรวจเช็กมาตรฐานสาขาและให้คำปรึกษางานในส่วน Operations หน้าหน่วยบริการตลอดอายุสัญญา เพื่อรักษาคุณภาพอาหารและการบริการให้สม่ำเสมอ
  4. ระบบสนับสนุนหลังบ้าน ซึ่งจะคอยซัพพอร์ตระบบซัพพลายเชน การขนส่งวัตถุดิบ และการตลาดจากส่วนกลาง ช่วยให้ผู้ลงทุนบริหารร้านได้อย่างมืออาชีพโดยไม่ต้องมีประสบการณ์มาก่อน

วิเคราะห์โอกาสความเป็นไปได้ ลงทุนกับ “วูโกกิ” คืนทุนเร็วแค่ไหน?

ในที่นี้หากเราเป็นคนสนใจลงทุนกับวูโกกิย่อมต้องอยากเห็นโครงสร้าง Feasibility Study

**ซึ่งในบทความนี้เราได้ลองยกมาเป็นตัวอย่างเท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่ประมาณการ หากท่านใดที่สนใจลงทุนจริงควรศึกษารายละเอียดที่เป็นตัวเลขชัดเจนจากวูโกกิ**

เริ่มจากงบลงทุน 6.2 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆดังนี้

  • Franchise Fee (ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์): 800,000 บาท
  • Design & Construction ประมาณ 3.5 – 4.0 ล้านบาท ปรับตามขนาดพื้นที่จริงของทำเล
  • Equipment & Kitchenware ประมาณ 1.0 – 1.2 ล้านบาท ระบบเตาชาโคลส่วนตัว อุปกรณ์หน้าร้านและในครัว
  • Pre-operating Expense & Working Capital ประมาณ 500,000 บาท ค่าการตลาดเปิดตัว ค่าวัตถุดิบงวดแรก และเงินทุนหมุนเวียนสำรอง

ถ้าคิดราคาต่อหัว (Spending per Head) ที่ 350 บาท/คน จำนวน 40 ที่นั่งในร้านขนาดกลาง มี Turnover Rate เฉลี่ยที่ 45 นาท/รอบ ประมาณการยอดขายเบื้องต้นคือ

  • วันธรรมดา ลูกค้าเฉลี่ย 80 คน/วัน = 28,000 บาท/วัน
  • วันหยุด (Weekend) ลูกค้าเฉลี่ย 150 คน/วัน = 52,500 บาท/วัน

ยอดขายรวมเฉลี่ยต่อเดือน : ประมาณ 1.0 – 1.2 ล้านบาท

ภาพจาก แฟรนไชส์วูโกกิ

ทั้งนี้ทีมงานจะคำนวณให้ดูว่า ใน 1 เดือน ร้านต้องมียอดขายขั้นต่ำเท่าไหร่จึงจะคุ้มทุนคงที่ (เช่น ค่าเช่า + ค่าแรงพนักงาน) ซึ่งโดยทั่วไปหากมียอดขายเกิน 600,000 บาท/เดือน ก็สามารถคุ้มต้นทุนคงที่ได้แล้ว จากจากงบลงทุนประมาณ 6.2 ล้านบาท

หากร้านทำกำไรสุทธิได้ตามเป้าหมายเฉลี่ย 250,000 บาท/เดือน ระยะเวลาคืนทุนจะอยู่ที่ประมาณ 24 – 30 เดือน (ประมาณ 2 – 2 ปีครึ่ง) ซึ่งในทางธุรกิจร้านอาหารห้างสรรพสินค้า ถือเป็นตัวเลขโมเดลที่ “ผลตอบแทนดี คืนทุนเร็ว และความเสี่ยงต่ำ” เนื่องจากสัญญาห้างมักจะให้ครั้งละ 3 ปี ทำให้ผู้ลงทุนมีเวลาทำกำไรในรอบสัญญาได้อย่างปลอดภัย

และด้วยชื่อเสียงของ ซูกิชิ อินเตอร์กรุ๊ป ที่อยู่คู่คนไทยมานาน ทุกแบรนด์ที่อยู่ในเครือลูกค้ามั่นใจในสินค้าและบริการได้เป็นอย่างดี ในส่วนของการลงทุนทางบริษัทก็พร้อมดูแลผู้ลงทุนแบบครบวงจรเพื่อให้ทุกสาขาเติบโตไปด้วยกัน การลงทุนกับวูโกกิจึงไม่ใช่แค่การทำธุรกิจแต่คือการได้เป็นพาร์ทเนอร์กับแบรนด์ระดับประเทศที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าในระยะยาวได้


วูโกกิ
สนใจลงทุนแฟรนไชส์ คลิก
https://citly.me/8r0pS
โทร. 092-2810851 , 092-2810931 , 063-2621755

 

 

สุดยอดแฟรนไชส์ ปี 2569

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy) เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทย

แฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187

ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy)

คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก)

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด