เจอแล้ว 10 อาชีพที่ไม่ต้องลงทุนเยอะ แต่รวยได้!

ทุกคน “ อยากรวย ” แต่ในทางตรงข้าม “เราก็ไม่อยากลงทุนเยอะ” ยิ่งยุคนี้การลงทุนอะไรสักอย่างต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี กำลังซื้อของคนไม่เหมือนเดิม จะไปลงทุนหนักๆ ก็อาจจะเสี่ยงเกินไป www.ThaiSMEsCenter.com จึงจัดให้กับ 10 อาชีพที่ไม่ต้องลงทุนเยอะแต่รวยได้ มีอะไรบ้างลองไปดูกัน

1. ขายลูกชิ้นปิ้ง/ลูกชิ้นทอด

อยากรวย

เริ่มต้นกันที่ลูกชิ้นทอดที่เราเชื่อว่าน่าจะขายง่ายและขายดีที่สุด ถ้างบลงทุนเราไม่มาก ไม่จำเป็นต้องเปิดร้านใหญ่ วัตถุดิบครั้งแรกไม่ต้องเยอะ อาจจะเริ่มซื้อลูกชิ้นในงบประมาณ 1,000 -2,000 บาท เครื่องปรุงทำน้ำจิ้ม 500 บาท ถุงใส่ลูกชิ้น 200 บาท อาจมีผักสดสัก 200 บาท รวมค่าใช้เบ็ดเสร็จไม่เกิน 3,000 บาท ขายไม้ละ 10 บาท X 250 ไม้ = 2,500 บาท ขายสองรอบเช้าและเย็นเท่ากับได้เงิน 5,000 บาท

แต่ถ้าขายไม่ได้ถึงวันละ 250 -500 ไม้ แต่ขายได้วันละ 100 -200 ไม้ ก็จะมีรายได้ต่อวัน 1,000 – 2,000 บาท หักลบรายจ่ายน่าจะพอเหลือเก็บได้บ้าง แต่อย่าลืมว่ายิ่งเราขายทุกวัน ยิ่งมีลูกค้าประจำมากขึ้น ชื่อเสียงเราก็จะมากขึ้น และหากรู้จักทำตลาดเพิ่มช่องทางการขายโอกาสที่จะขายได้ถึงวันละ 300-500 ไม้ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก

33

32

หรือถ้าบอกว่าลงทุนเองไม่มีประสบการณ์จะลองเลือกลงทุนแบบแฟรนไชส์ก็มีหลายแบรนด์ให้เลือก เช่น อู้ฟู่ ลูกชิ้นปลาเยาวราช , ไจแอ้นลูกชิ้นปลาระเบิดเถิดเทิง , ซูโม่ ลูกชิ้นปลาระเบิด 1 บาท โดยแฟรนไชส์เหล่านี้มีแพคเกจลงทุน มาพร้อมอุปกรณ์และวัตถุดิบให้พร้อมขายได้ทันที งบลงทุนเริ่มต้นประมาณ 2,000 บาท ก็เปิดร้านขายได้ทันที


2. กล้วยทอด /มันทอด / ถั่วทอด / ข้าวโพดต้ม

31

ถ้าบอกว่าลูกชิ้นปิ้งมีเยอะเกินไป เดินไปไหนก็เจอ ลองเปลี่ยนความคิดมาขายอะไรที่บ้านๆ ง่ายๆ แต่ไม่เคยตกยุคสมัย เมนูอย่างกล้วยทอด มันทอด ถั่วทอด ข้าวโพดต้ม ขายดีทุกตลาดนัดด้วย อย่างข้าวโพดต้มมีให้เลือกตั้งแต่ฝักละ 10 บาทหรือขายเป็นกองละ 3 ฝัก (กองละ 20 บาท) หรือจะเป็นถั่วทอดที่เป็นอาหารกินเล่นทานเล่นได้อย่างเพลินๆ หรือแม้แต่กล้วยทอดก็ขายดีไม่แพ้กัน

30

ที่สำคัญมีแฟรนไชส์ให้เราเลือกลงทุนเปิดร้านขายได้ไม่ยาก เช่น แฟรนไชส์ กล้วยทอดติดดาว ที่มีแพคเกจง่ายๆ ให้เลือกลงทุนพร้อมการสอนสูตร และเทคนิคการขายให้เปิดร้านได้ทันที หรือแฟรนไชส์ ถั่วแผ่นนคร ที่พร้อมสอนวิธีการทอด มาพร้อมอุปกรณ์ลงทุนให้เปิดร้านได้ทันทีเช่นกัน


3. เปิดท้ายขายของ

29

ภาพจาก Gotomanager 360

ในบ้านเรานั้นมีตลาดนัดอยู่มากมายแต่การทำงานประจำแล้วก็ทำให้ไม่มีเวลาไปเช่าล็อคขายของที่ต้องเสียรายเดือน ส่วนใหญ่ก็เลือกใช้การเปิดท้ายขายของตามตลาดนัดที่เสียค่าพื้นที่เป็นรายวัน แต่คำถามก็คือว่าจะขายอะไร ยุคนี้คงไม่มีอะไรดีกว่าของกิน พวกน้ำ ขนม อาหาร น่าจะขายดีที่สุด เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจเป็นอย่างไรคนเราก็ยังต้องหาของกินให้มีแรงทำงานกันเหมือนเดิม

หรือถ้าหาสินค้าอะไรไม่ได้จะลองเอาเสื้อผ้าเก่าๆ สภาพดี ของใช้ในบ้านที่สภาพดี ออกมาวางจำหน่ายแบบเปิดท้าย ก็เท่ากับเป็นการมีสินค้าขายแบบไม่ต้องลงทุน หรือจะติดต่อนำรองเท้ามือ 2 มาจำหน่ายก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย บางคนที่มีทำเลดีสินค้าดี แค่ขายของเสาร์อาทิตย์ก็มีรายได้กว่า 3,000-4,000 เลยทีเดียว


4. ขายหมูสะเต๊ะ

28

ภาพจาก bit.ly/34KPXXa

อาหารทานเล่นอย่างหมูสะเต๊ะก็น่าสนใจมาก สีสันหน้าตาถือว่าถูกใจคนไทยและสังเกตว่าจะมีขายแทบทุกพื้นที่การลงทุนหลักๆ คือเตาปิ้งย่างตัวละประมาณ 300-400 บาท เนื้อหมู กิโลกรัมละประมาณ 150 บาท กะทิ ผงกระหรี่ แตงกวา พริก ถั่วลิสง

รวมต้นทุนและอุปกรณ์เบื้องต้นประมาณ 1,000 บาท อาจเกินบ้างเล็กน้อย ราคาขายของหมูสะเต๊ะมักขายเป็นชุดชุดละ 30-35 บาท กำไรโดยเฉลี่ยประมาณ 50% จากยอดขาย ขึ้นอยู่กับทำเลและความอร่อยเป็นสำคัญ


5. เก็บของเก่าขาย

27

ภาพจาก bit.ly/30YtoNn

อาชีพนี้อาจไม่ต้องลงทุนมากแต่อาจต้องลงแรงเยอะและมีความอดทนสูงมากหลายคนที่ยึดอาชีพนี้เป็นประจำก็สร้างรายได้ดีเลี้ยงครอบครัวได้ โดยราคาของเก่าก็น่าสนใจ อย่างหนังสือพิมพ์เก่ากิโลกรัมละ 10 บาท ขวดเบียร์กิโลกรัมละ 10-14 บาท กระป๋องโค้กกิโลกรัมละ 38 บาท พลาสติก(ขวดน้ำ) กิโลกรัมละ 15 บาท เป็นต้น

ยิ่งถ้าใครมีรถกระบะเก่าๆ สักคันหรือซาเล้ง ไว้วิ่งตามซอยต่าง ๆ ลองเก็บของเก่าขายรายได้ต่อวันไม่น้อยกว่า 300-500 บาท และในอนาคตหากมีประสบการณ์มากขึ้น มีทุนมากขึ้นอาจผันตัวเองจากคนเก็บของเก่าขาย กลายมาเป็นคนรับซื้อของเก่า สร้างรายได้เพิ่มขึ้นแต่เหนื่อยน้อยลงด้วย และมีหลายคนที่ไม่ได้สร้างอาชีพนี้เป็นแค่ธุรกิจธรรมดาแต่ถึงขนาดขยายเป็นแฟรนไชส์ได้เลยทีเดียว


6. ขายหมูปิ้ง

26

ภาพจาก bit.ly/2SJyhFJ

อุปกรณ์ในการขายหมูปิ้งหลักๆคือ เตาย่าง , โต๊ะวางหรือรถเข็น จุดเด่นของการขายหมูปิ้งคือใช้พื้นที่น้อยโต๊ะตัวเดียวก็เพียงพอเปิดร้านได้ ทำเลก็ทั่วไปทั้งหน้าบ้านตัวเอง ตลาดนัด ป้ายรถเมล์ ริมถนนต่างๆ ต้นทุนอุปกรณ์เบื้องต้นเช่น หม้อนึ่งราคาประมาณ 120-200 บาท หวดนึ่งข้าวเหนียวราคาประมาณ 20-100 บาท แล้วแต่ขนาดและรุ่น กระติกเก็บข้าวเหนียว ใช้เป็นกระติกน้ำแข็งทั่วไปครับ ราคาประมาณ 400-700 บาท ถุงใส่ข้าวเหนียวและหมูปิ้ง ถ้าเป็นถุงใส่ข้าวเหนียว

โดยทั่วไปจะนิยมกันอยู่ 2 ขนาด คือ ขนาด 4×6 หรือ 4×7 ส่วนถุงที่ใส่หมูปิ้งขนาดประมาณ 4×8 นิ้ว และต้องมีถุงหิ้วขนาด 6×14 นิ้ว การขายหมูปิ้งถือเป็นอาชีพยอดฮิตที่เรามองไปทางไหนก็เจอ ส่วนจะขายดี มีกำไรแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับ “เทคนิคการตลาด” คุณภาพสินค้า เป็นสำคัญ ซึ่งหลายคนที่รวยจากการขายหมูปิ้งก็มีให้เห็นอยู่มาก


7. ร้านข้าวไข่เจียว

25

ภาพจาก bit.ly/2SJ46OQ

ยุคนี้คนส่วนใหญ่เน้นประหยัด เน้นง่าย กินให้อิ่ม กินให้ง่าย ไม่ต้องจ่ายแพง ซึ่งร้านข้าวไข่เจียวตอบโจทย์ชัดเจนอุปกรณ์ก็ไม่มากโต๊ะ 1 ตัว เตาแก๊ส จาน (แบบใช้แล้วทิ้ง) วัตถุดิบสำหรับผสมไข่เจียว (หมูบด , ปูอัด , หมูยอ ฯลฯ) และข้าว กับไข่ ข้าว 1 ถังเอาแบบดีราคา ถังละ 450 หุงได้หลายรอบ ไข่เบอร์ 1 แผงละ 95 บาท (30ใบ)

ต้นทุนเบ็ดเสร็จพร้อมเปิดร้านประมาณ 2,000 ขายข้าวไข่เจียวจานละ 20-25 บาท แค่ 100 จานก็ได้เงิน 2,500 บาท แน่นอนว่าถ้าร้านค้าคนติดใจลูกค้าก็มากรายได้เราก็จะมากขึ้นด้วย ถึงตอนนั้นเราอาจจะเพิ่มงบลงทุนให้ร้านเรามีตัวเลือกสำหรับลูกค้ามากขึ้น ก็จะทำให้มีรายได้มากขึ้นด้วย


8. ร้านสเต๊ก

24

หลายคนบอกว่าเปิดร้านสเต๊กต้องใช้เงินทุนเยอะ แต่ขอบอกเลยว่า “ยุคนี้ไม่ใช่” สมัยนี้เปิดร้านสเต๊กไม่ต้องใช้ทุนมาก อย่างแฟรนไชส์ “นาเนียสเต๊ก” ที่เขาไม่คิดค่าแฟรนไชส์ ค่าใช้จ่ายในการลงทุนตามจริง มีอุปกรณ์อะไรก็เอามาใช้ได้เลย หรือถ้าบอกว่าไม่มีอะไรเลยแต่อยากเปิดร้าน งบเบื้องต้นก็ไม่เกิน 25,000

23

โดยทางแฟรนไชส์จัดอุปกรณ์พร้อมขาย และสอนวิธีการทำเมนูต่างๆ ให้สามารถเปิดร้านขายสเต๊กได้ทันทีหรือจะเลือกลงทุนกับแฟรนไชส์ สเต๊กลุงใหญ่ ซึ่งเป็นแบรนด์สเต๊กยอดฮิตเช่นกัน อาชีพเปิดร้านสเต๊กเหล่านี้นี้กำไรไม่ต่ำกว่า 50% จากยอดขาย ขึ้นอยู่กับทำเลและคุณภาพในการบริการเป็นสำคัญ


9. ร้านกระเพรา 20 บาท

22

ภาพจาก bit.ly/3706EAr

ไม่รู้จะกินอะไร ก็ต้องข้าวกระเพรา หลายคนบอกนี่คือเมนูที่ฮิตมากที่สุดของคนไทย ทุกวันนี้ไม่ใช่แค่ร้านอาหารตามสั่งแต่ตามตลาดนัดเราก็เห็นร้าน ร้านกระเพรา 20 บาท ที่ภายในร้านก็มีแค่กระเพราหมูสับปรุงเสร็จใส่ถาดไว้ กับไข่ดาวที่ทอดแล้วใส่ถาดไว้เช่นกัน และข้าวสวยหุงพร้อมรับประทาน ลูกค้ามาถึงก็เลือกว่าจะเอากระเพราราดข้าวแบบใส่ไข่ดาวหรือไม่ใส่ไข่ดาว ราคา กระเพราราดข้าว 20 บาท เพิ่มไข่ดาว 5 บาท

จากนั้นก็มัดเป็นห่อให้ลูกค้าหิ้วกลับไปรับประทานที่บ้านหรือในหอพัก ห้องพัก เป็นอาหารจานด่วนที่ตอบโจทย์ให้คนยุคนี้ได้ดี จุดเด่นคือ ทานง่าย ราคาแค่ 20 บาทก็อิ่มได้ ในภาวะเศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้ มื้อละ 20 บาทถือว่าไม่แพงเกินไป แถมยังอร่อยและได้รสชาติที่ดีด้วย


10. ชานมไข่มุก/น้ำปั่น/กาแฟ/น้ำผลไม้

21

20

หลายคนอาจมองว่าลงทุนร้านเครื่องดื่มยุ่งยากใช้เงินเยอะแต่ขอบอกเลยว่ายุคนี้ง่ายกว่าที่คิดแถมยังไม่ต้องใช้เงินทุนเริ่มต้นมากมาย อย่าง แฟรนไชส์ ชอบชา ที่จับมือกับสถาบันการเงินให้คนลงทุนสามารถผ่อนบัตรเครดิต 0% ได้นานสูงสุด 6 เดือน ก็ทำให้ลดต้นทุนในการเริ่มต้นได้มากขึ้น หรือแฟรนไชส์ โนมิชา ที่ใช้งบในการลงทุนเริ่มต้น 29,999 บาทก็ถือว่าไม่แพงแต่ผลตอบแทนเกินคุ้ม

19

18

หรืออย่างแฟรนไชส์ เอชเจเฟรชมิลค์ ปังหยา-นมสด , เอ็มมิลค์นมสดแท้ 100% ที่ใช้เงินทุนในการเริ่มต้นประมาณ 19,000 บาท และมีหลากหลายเมนูให้ขายได้มากขึ้น นอกจากนี้แฟรนไชส์ ชานมไข่มุกบาบูแบร์ , มารุชา ก็ล้วนแต่น่าสนใจและเป็นแบรนด์เครื่องดื่มยอดฮิตที่คนรู้จักอย่างดี แค่เรามีทำเลในการขายที่ดี แฟรนไชส์เหล่านี้ทำให้เรารวยได้แน่นอน

17

16

แม้ว่าอาชีพเหล่านี้จะดูว่าง่าย และบางอาชีพลงทุนไม่เกินหมื่นแต่ไม่มีอาชีพไหน หรือการลงทุนใดที่เราจะประสบความสำเร็จได้โดยไม่พยายาม อาชีพที่ไม่ต้องลงทุนมาก ก็ต้องลงแรงมาก หรือแม้แต่การลงทุนในบางธุรกิจก็ต้องผนวกเรื่องการตลาดและการบริหารจัดการที่ดีร่วมด้วย จะส่งเสริมให้การลงทุนในธุรกิจที่ง่ายกลายเป็นสุดยอดการลงทุนที่คุ้มค่าและทำให้เรารวยได้สมกับที่ใจต้องการ


ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

0

ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ https://bit.ly/3corFV2
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter

 

อ้างอิงจาก https://bit.ly/3nMN5ld

[Total: 2    Average: 3/5]
เจอแล้ว 10 อาชีพที่ไม่ต้องลงทุนเยอะ แต่รวยได้! written by คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก) average rating 3/5 - 2 user ratings

คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก)

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด

Main Sponsors

Happy Sponsors