ประวัติศาสตร์ ชานมไข่มุก ที่โลกต้องรู้

อุตสาหกรรมชาของไต้หวัน เริ่มต้นมาจากการตั้งถิ่นฐานของชาวจีนในยุคแรกนศตวรรษที่ 17 ซึ่งชาอูหลงเป็นหนึ่งในไม่กี่ผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงของไต้หวัน

แต่เนื่องจากผลผลิตประจำปีมีจำกัด จึงส่งผลให้ราคาสูง อีกทั้งความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจในช่วงปี 1960 ได้ยกระดับความเป็นอยู่ของคนไต้หวันให้มีฐานะดีขึ้น ทำให้ชาวไต้หวันจำนวนหันมาดื่มชามากขึ้น

แต่ก่อนโรงน้ำชาในไต้หวัน ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นจากกลุ่มชาวจีนที่ได้อพยพเข้ามาในไต้หวัน ซึ่งโรงน้ำชาถือว่ามีประวัติอันยาวนานในประเทศจีน และรูปแบบของโรงน้ำชาก็เปลี่ยนแปลงจากเดิมอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่โรงน้ำชาไต้หวันมีความทันสมัย เป็นการผสมผสานและการปรับตัวของโรงน้ำชาแบบดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมอื่นๆ พัฒนาสู่ชานมไข่มุกในปัจจุบัน

วันนี้ www.ThaiSMEsCenter.com จะพาย้อนกับไปดูประวัติศาสตร์ เรื่องราวของเครื่องดื่มยอดฮิตในยุคนี้ “ชานมไข่มุก” ครับ รวมถึงกระแสชานมไข่มุกที่ปัจจุบันขยายตลาดไปเกือบทั่วโลกแล้ว ไม่เว้นแม้แต่สหรัฐอเมริกา

ต้นกำเนิดชานมไข่มุกโลก

49

ขนม Fen Yuan
ภาพจาก bit.ly/2KDDTPG

ชานมไข่มุกนั้น มีถิ่นกำเนิดจากประเทศไต้หวัน ชานมไข่มุก หรือที่ไต้หวันเรียกกันว่า Boba Tea นั้น จริงๆ แล้ว เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญล้วนๆ โดยแต่เดิมแล้วคนไต้หวันชอบทานขนมเฟิ่นเหยียน Fen Yuan (เหมือนขนมโมจิญี่ปุ่นในปัจจุบัน) ขนมเฟิ่นเหยียน Fen Yuan ซึ่งทำมาจากแป้งมันสำปะหลัง ก็จะคล้ายๆ กับตัวไข่มุก แต่จะไม่หนึบเหมือนไข่มุกที่ใส่ชานม

อย่างไรก็ตาม ก่อนปี 1980 ชาวไต้หวันยังไม่นิยมดื่มชาเย็น เพราะคนไต้หวันสมัยก่อนจะดื่มแต่ชาร้อน ที่มีวัฒนธรรมมาจากชาวจีนที่อพยพเข้ามาไต้หวัน แต่มีชาวไต้หวันคนหนึ่งได้ไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นในปีนั้น และเห็นคนญี่ปุ่นกินกาแฟใส่น้ำแข็ง จึงเกิดไอเดีย และกลับมาเป็นร้านชาเย็นที่ไต้หวันดูบ้าง สรุปว่าขายดีมากทีเดียว แต่ชาเย็นไต้หวันในตอนนั้นยังไม่ใส่ไข่มุก

48

Ms. Lin Hsiu Hui
ภาพจาก CNNGO : Derrick Chang

แต่จริงๆ แล้ว ชานมไข่มุกนั้นเกิดขึ้นในปี 1988 โดยมีวันหนึ่งในขณะที่ชาวไต้หวันคนนั้น (Ms. Lin Hsiu Hui) กำลังประชุมกันในร้านเรื่องของการคิดค้นสูตรชาใหม่ๆ มาขาย เนื่องจากคนเริ่มเบื่อชาสูตรเก่าๆ กันแล้ว ในตอนนั้นเธอกำลังกินขนมหวานที่เรียกว่าเฟิ่นเหยียน Fen Yuan อยู่ ด้วยความนึกสนุก

เขาก็เลยเทเฟิ่นเหยียน Fen Yuan ที่กำลังกินอยู่ ลงไปในชานมเย็นที่วางอยู่ในห้องประชุม แล้วเขาก็ลองชิมแล้วรู้สึกอร่อยดี เลยนำเสนอให้ทุกคนลองชิมดูและก็ได้สูตรใหม่ออกมาเป็น “ชานมไข่มุก”

47

ภาพจาก bit.ly/2X09Ljn

ด้วยการทำไปแบบเล่นๆ แต่ผลที่ได้มันกลับอร่อย ทุกคนในห้องประชุมชอบชาไข่มุกแก้วนั้น และเมื่อนำออกมาขายภายในร้าน Chun Shui Tang Teahouse เมืองไถจง

เครื่องดื่มเมนูชานมไข่มุกก็ทำยอดขายถล่มทลาย แซงหน้าทุกเมนูที่เคยมีมาในร้านแห่งนี้ กลายเป็นกระแสไปทั่วไต้หวัน ก่อนที่จะกระจายไปประเทศอื่นๆ กระทั่งเข้ามาในเมืองไทยเมื่อช่วงปี 1990 จนถึงปัจจุบัน

ชานมไข่มุก เครื่องดื่มประจำชาติไต้หวัน

46

ภาพจาก bit.ly/31TC0DM

แม้ต่อมากระแสชานมไข่มุกในไต้หวันจะซบเซา เพราะตลาดมีแนวโน้มหันไปบริโภคเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแทน แต่อย่างไรก็ตาม ชานมไข่มุก เริ่มกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง ตั้งแต่ปี 2016 หลังไต้หวันมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้สิทธิ์หลายประเทศ เข้าไต้หวันได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ซึ่งหน่วยงานต่างๆ เลือกชานมไข่มุกมาใช้เป็นสินค้าโปรโมต ในฐานะเครื่องดื่มประจำชาติ

อีกทั้งแบรนด์ต่างๆ ได้ปรับตัวตามเทรนด์ เช่น สามารถเลือกลดระดับความหวานลงได้ มีรสชาติ และส่วนผสมใหม่ๆ ทำให้ตลาดชานมไข่มุก กลับมาคึกคัก กลายเป็นอุตสาหกรรมหลักของไต้หวัน สร้างงานกว่า 3 แสนตำแหน่งในประเทศไต้หวัน

ชานมไข่มุกขยายความเป็นเลิศไปทั่วโลก

45

ภาพจาก bit.ly/2REpTpt

วันนี้มีร้านขายชานมไข่มุก อยู่บริเวณเกือบทุกมุมถนนของไต้หวัน เครื่องดื่มชานมไข่มุกได้แผ่ขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย แล้วต่อจากนั้นไปยังประเทศอื่นๆ ในโลก

รวมถึงสหรัฐฯในช่วงกลางทศวรรษที่ 1990 แต่ชานมไข่มุกยังคงเป็นปริศนาสำหรับชาวตะวันตกส่วนใหญ่ แต่ก็เป็นที่รู้จักกันดีขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้มีร้านค้ากว่า 800 แห่งในสหรัฐฯ โดยส่วนใหญ่เน้นที่นิวยอร์กและแคลิฟอร์เนียและร้านค้าต่างๆ ได้รับการตรวจพบในกว่า 30 ประเทศ

ชานมไข่มุกบุกตลาดสหรัฐอเมริกา

44

ภาพจาก bit.ly/2ZNleo0

แม้ว่าชานมไข่มุกจะมีถิ่นกำเนิดในไต้หวัน แต่ก็ได้แพร่กระจายไปทั่วเอเชีย รวมถึงเมืองต่างๆ ของสหรัฐอเมริกาในปี 1990 แต่ก็ไม่ได้รับความนิยม จนกระทั่งปี 2000 ชานมไข่มุกก็กลายเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตของเยาวชนชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย ที่ไปเรียนที่นั่น เพราะดื่มง่าย สะดวกสบาย เหมาะสำหรับการนั่งรวมกลุ่มพูดคุยกัน

โดยร้านแฟรนไชส์ชานมไข่มุกในสหรัฐอเมริกา เริ่มปรากฏให้เห็นในพื้นที่อาศัยของชาวเอเชียหรือชาวจีน โดยเฉพาะในนิวยอร์ก พื้นที่เอสเอฟและโพคาล ก่อนที่จะแพร่กระจายไปยังรัฐอื่นๆ อย่างเมืองซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย

สำหรับร้านแฟรนไชส์ชานมไข่มุกแรกๆ ที่บุกตลาดสหรัฐอเมริกา ก็คือ Chatime ซึ่งเริ่มเปิดร้านในพื้นที่ Minneapolis, Boston และ Miami แล้วขยายสาขาอื่นๆ อย่างรวดเร็วใน D’Iberville, Mississippi และจะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้ที่ Alabama, North Carolina และอีกมากมาย ซึ่งปัจจุบันChatime เป็นแบรนด์ชานมไข่มุกจากไต้หวันที่มีสาขามากมายทั่วโลก

43

ภาพจาก bit.ly/2Xax8LR

ปัจจุบันร้านชานมไข่มุกหลายๆ แบรนด์ในอเมริกา หันมาใช้กลยุทธ์การตลาดเป็นเครื่องมือเรียกลูกค้า ด้วยการนำเสนอความแปลกใหม่ เช่น ร้าน Boba Guys และร้าน Tea & Milk ชูจุดขายเรื่องความพรีเมียม

ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง ขณะที่ Seven Bar Lounge ในลอสแอนเจลิส เน้นการขายความแปลกใหม่ ด้วยเมนูที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าผู้ใหญ่

สำหรับตลาดชานมไข่มุกในสหรัฐอเมริกา สาเหตุสำคัญที่ร้านชาไข่มุกโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ มันเปิดง่ายกว่าร้านอาหาร เพราะใช้พื้นที่น้อยกว่า นั่นก็หมายถึงค่าเช่าที่ถูกกว่า แถมขอใบอนุญาตก็ง่ายกว่าด้วย

การขยายวัฒนธรรม “ชานมไข่มุก” สู่เอเชีย

42

ภาพจาก bit.ly/2Yd933C

มีการคาดการณ์ว่า สาเหตุที่ชานมไข่มุก กลับมาฮิตในประเทศไทยเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา เกิดขึ้นหลังจาก “ไช่อิงเหวิน” ขึ้นมาเป็นผู้นำหญิงคนแรกของไต้หวัน ในปี 2016

หลังจากนั้นมีนโยบายดึงดูดนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการให้สิทธิ์ฟรีวีซ่าคนต่างชาติไปเที่ยว ซึ่งนั่นรวมถึง “คนไทย” ด้วยเช่นกัน บริษัทและหน่วยงานต่างๆ ในไต้หวัน ก็พร้อมใจกันหยิบ “ชานมไข่มุก” มาเป็นเครื่องดื่มประจำชาติ

กลายเป็นกระแสว่าไปเที่ยวไต้หวัน แล้วต้องไปตามกินชานมไข่มุกร้านดังให้ครบกันเลยทีเดียว แม้อาจจะฟังดูไม่เกี่ยวข้องกันโดยตรง แต่กระแส “ชานมไข่มุกไต้หวัน” ไม่ได้อยู่แค่ไทยเท่านั้น เพราะยังบูมในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้ฟรีวีซ่าเช่นกัน

จริงๆ แล้ว “ชานมไข่มุก” ไม่ใช่เครื่องดื่มที่ใหม่สำหรับในเมืองไทย หากเข้ามาในตลาดได้นับ 10 ปี ก่อนมนต์เสน่ห์จะเจือจาง และกลับมาบูมอีกครั้งในช่วง 2 ปีมานี้ จนกระทั่งร้านเครื่องดื่มต่างๆ ต้องเพิ่มเมนูชานมไข่มุกเป็นทางเลือกลูกค้า

41

ภาพจาก bit.ly/2XvSNgR

ส่วนความฮิตของชาไข่มุกในเวียดนามนั้น ถึงขั้นมีถนนสายชาไข่มุก หรือ Bubble tea street ในหลายๆ เมือง เพราะมีร้านขายชานมไข่มุกแบรนด์ดังๆ จากต่างประเทศ ตั้งเรียงรายนับสิบร้าน

โดยแต่ละร้านขายดิบขายดี มีวัยรุ่นมายืนต่อคิวซื้อจำนวนมาก บางร้านรอเป็นชั่วโมงก็ไม่บ่น และนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเวียดนามก็จะต้องลิ้มลองรสชาติชานมไข่มุกตาละร้านด้วย

มีรายงานว่า จากความนิยมชานมไข่มุกในเวียดนาม ปรากฏว่าครึ่งแรกของปี 2017 มีร้านชาไข่มุกเปิดในฮานอยเฉลี่ยเดือนละ 8 ร้าน สำหรับร้านที่เงียบๆ จะขายได้ราวๆ 200-300 แก้วต่อวัน ส่วนร้านดังๆ ก็ชงกันมือเป็นระวิงเป็นพันแก้วกันเลยทีเดียว

ตลาดชานมไข่มุกโลก มูลค่าแตะกว่า 1 แสนล้านในปี 2030

40

ภาพจาก bit.ly/2LqmYjp

ปัจจุบันตลาดชานมไข่มุกทั่วโลก มีมูลค่าอยู่ที่ 62,500 ล้านบาท และมีการคาดการณ์ว่า ภายในปี 2023 มูลค่าตลาดจะเติบโตไปอยู่ที่ 103,000 ล้านบาท สำหรับประเทศไทย ตลาดชานมไข่มุก มีมูลค่าประมาณ 2,500 ล้านบาท

ในประเทศไทยเองกระแสชานมไข่มุกกลับมา ทำให้มีผู้นำเข้าแบรนด์จากไต้หวัน หรือเปิดร้านใหม่ของตัวเอง เป็นจำนวนมาก แม้กระทั่งร้านอาหารบางแห่ง ก็เพิ่มเมนูนี้เข้าไปด้วย เรียกได้ว่าเป็นยุคของ “ชานมไข่มุก” จริงๆ


คุณผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

01

อ่านบทความอื่นๆ จากไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ www.thaifranchisecenter.com/document
เลือกซื้อแฟรนไชส์ไทยขายดี เปิดร้าน www.thaifranchisecenter.com/directory/index.php

อ้างอิงข้อมูล
bit.ly/2X8dLmI

[Total: 7    Average: 2.4/5]
ประวัติศาสตร์ ชานมไข่มุก ที่โลกต้องรู้ written by คุณมนตรี ศรีวงษ์ (อ๊อฟ) average rating 2.4/5 - 7 user ratings

คุณมนตรี ศรีวงษ์ (อ๊อฟ)

นักเขียน ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงข่าวสาร การค้า การลงทุน มีความสนใจเรื่องของธุรกิจเอสเอ็มอี และแฟรนไชส์

Main Sponsors

Happy Sponsors