แฟรนไชส์ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอดของคนวัย 45 ปี

กรณี KBank ประกาศโครงการ “เกษียณก่อน เกษมสุข” สำหรับพนักงานที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป โดยมอบสิทธิประโยชน์เป็นค่าชดเชยตามอายุงาน บวกกับเงินช่วยเหลือพิเศษอีก 8-12 เดือน ทำให้ผู้คนต่างพากันถกเถียงว่า อายุ 45+ เร็วเกินไปไหมที่จะเกษียณ อายุเท่านี้ยังถือว่าทำงานได้อีกมาก

และน่าจะเป็นช่วงอายุที่เต็มเปี่ยมด้วยประสบการณ์และความรู้ สิ่งที่หลายคนกังวลมากคือตัวเลข 45 นี้อาจกลายเป็นต้นแบบให้อีกหลายบริษัททำตามและแน่นอนว่ากระทบเทือนถึงความมั่นคงของคนวัย 45 + อย่างมาก

ลองคิดดูว่าถ้าขณะนั้นเราทำงานและมีเงินเดือนสมมุติว่า 25,000 ถ้าทำต่อจนเกษียณตามอายุเดิมคือ 55 – 60 ปี จะมีเวลาทำงานได้อีก 10-15 ปี รายได้อย่างน้อยๆคือ 300,000 x 10 = 3 ล้านบาท ยังไม่รวมกับเงินพิเศษ และโบนัสต่างๆ ซึ่งแม้การเกษียณจะได้เงินก้อน (ตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัท) แต่ก็เชื่อเถอะว่าหลายคนคงอยากทำงานต่อไปเพราะมีโอกาสสร้างรายได้ที่มากกว่า

แต่ถ้าลองคิดในอีกมุมหนึ่งหากเรื่องนี้เกิดขึ้นกับเราแม้ไม่อยากเกษียณแต่ก็จำเป็นต้องเกษียณ ถามว่าหลังจากนี้เราจะทำอะไรดี ถ้าจะให้ได้ผลดีที่สุดคือการนำเงินจากเกษียณมาลงทุนในธุรกิจ “ระบบแฟรนไชส์” ซึ่งในปัจจุบันธุรกิจแฟรนไชส์เมืองไทยมีกว่า 677 แบรนด์ แบ่งเป็นสัดส่วนดังนี้

  • กลุ่มอาหาร/เบเกอรี่ 32.5%
  • เครื่องดื่ม/ไอศกรีม 26%
  • การศึกษา 15.51%
  • ธุรกิจบริการ 11.82%
  • ค้าปลีก 7.24 %
  • การแพทย์/ความงาม 3.69%

สำหรับการเลือกลงทุนแฟรนไชส์ให้สำเร็จประกอบด้วยการพิจารณา 4 เรื่อง สำคัญ คือ

  1. ชื่อเสียง หรือ แบรนด์ (Brand) – แบรนด์ดี มีภาพพจน์ เป็นที่รู้จักกว้างขวาง และชื่อเสียงดี
  2. ระบบ (System) – ต้องเรียนรู้ง่าย อุปกรณ์ใช้งานได้ดี มีการสนับสนุน อบรม และช่วยเหลือดี
  3. ผลกำไร (Profit) – การลงทุนไม่มากเกินไป รายได้ดี มีกำไร และค่าใช้จ่ายไม่เยอะ
  4. การคืนทุน (Return) – ใช้เวลาไม่นานเรื่องคืนทุน ระยะเวลาไม่เกินครึ่งหนึ่งของสัญญา

แฟรนไชส์ไม่ใช่ทางเลือก

การลงทุนในระบบแฟรนไชส์มีข้อดีหลายด้านอย่างที่หลายคนทราบตั้งแต่การเป็นธุรกิจที่ไม่ต้องไปเริ่มจากศูนย์ มีทีมงานให้คำปรึกษาพร้อมวางระบบบริหารจัดการร้านให้เป็นอย่างดี มีการส่งเสริมด้านการตลาด การออกแบบร้าน และหลาย

แบรนด์มีฐานลูกค้าของตัวเองที่เพียงแค่เรามีทำเลในการเปิดร้านที่ดีก็เริ่มต้นได้ และหากใครติดในเรื่องทำเล บางแฟรนไชส์ก็มีพาร์ทเนอร์เรื่องทำเลให้เราไปลงทุนเปิดร้านได้ง่าย จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนวัยเกษียณลงทุนกับแฟรนไชส์มีโอกาสประสบความสำเร็จได้มาก

การเลือกลงทุนแฟรนไชส์ไหนอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ต้องการลงทุนเองที่มีหลายองค์ประกอบเช่น

  • มีเงินทุนและเวลาในการทำธุรกิจมากแค่ไหน
  • มีใจรักหรือสนใจในธุรกิจไหนเป็นพิเศษ
  • ข้อจำกัดด้านสุขภาพส่วนตัว
  • ตั้งเป้าหมายในการสร้างรายได้ไว้แค่ไหน

ถ้าไปดูในแต่ละหมวดหมู่ของแฟรนไชส์ในเมืองไทยปัจจุบันมีแฟรนไชส์น่าสนใจหลากหลายแบรนด์ เช่น

#กลุ่มอาหาร

ภาพจาก ซูกิชิ โคเรียน ชาร์โคล กริล

#กลุ่มเครื่องดื่ม

แฟรนไชส์ไม่ใช่ทางเลือก
ภาพจาก www.facebook.com/wawacha

#กลุ่มธุรกิจการแพทย์

ภาพจาก คลินิก กายภาพ เฌ้อสเซอรี่โฮม

และก็ยังมีอีกหลายหมวดหมู่ที่ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ลงทุนว่าสนใจการลงทุนสินค้าแบบไหนอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ทุกแฟรนไชส์ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า

ยกตัวอย่างเช่นการเลือกลงทุนแฟรนไชส์ร้านกาแฟขนาดเล็ก งบลงทุน 300,000 – 500,000 บาท หากตั้งในทำเลที่ดี ยอดขายเฉลี่ยประมาณ 200 แก้ว/วัน ราคาแก้วละ 40 บาท

  • ยอดขายต่อวัน : 200 แก้ว x 40 บาท = 8,000 บาท
  • ยอดขายต่อเดือน : 8,000 บาท x 30 วัน = 240,000 บาท

ค่าใช้จ่ายต่อเดือน:

  • ต้นทุนวัตถุดิบ : ประมาณ 40% ของยอดขาย (นม, เมล็ดกาแฟ, แก้ว ฯลฯ) = 240,000 x 40% = 96,000 บาท
  • ค่าเช่าพื้นที่ : ประมาณ 10,000 – 20,000 บาท (ขึ้นอยู่กับทำเล)
  • เงินเดือนพนักงาน : (ถ้ามี 1 คน) ประมาณ 15,000 บาท
  • ค่าสาธารณูปโภค : ประมาณ 5,000 บาท
  • รวมค่าใช้จ่ายโดยประมาณ : 96,000 + 15,000 + 5,000 + 20,000 = 136,000 บาท
  • กำไรต่อเดือน : 240,000 – 136,000 = 104,000 บาท
  • ระยะเวลาคืนทุน : ประมาณ 3-4 เดือน

จากตัวเลขนี้จึงเห็นได้ว่าการลงทุนแฟรนไชส์ของคนวัย 45 ไม่ใช่แค่ทางเลือกแต่คือทางรอดที่ยังจะต่อยอดไปได้อีกมาก รายได้อาจจะแปรผันไปตามรูปแบบการลงทุน และขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ด้านการตลาด

แต่ด้วยจุดเด่นและจุดแข็งของระบบแฟรนไชส์จึงเป็นหนึ่งการลงทุนที่เหมาะกับคนวัยเกษียณหรือคนที่ต้องการสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้รวดเร็วที่สุด

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy)

คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก)

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด