อาชีพในอดีตที่เคยดี แต่ปัจจุบันนี้ไม่ใช่แล้ว
ในอดีตคนส่วนใหญ่มุ่งหวังให้ลูกหลานทำงานราชการเพื่อจะได้มีเงินเดือน+สวัสดิการที่มั่นคง เป็นค่านิยมของคนในยุคนั้นที่ปลูกฝังให้กับบุตรหลาน แต่เมื่อสังคมเปลี่ยนแปลงค่านิยมเหล่านี้ก็เริ่มเปลี่ยนตาม ซึ่งก็สอดคล้องกับหลายเหตุผลว่าทำไมยุคนี้งานราชการจึงไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร
โครงสร้างผลตอบแทนที่ตามไม่ทันค่าครองชีพ ถ้าเทียบกับงานภาคเอกชนที่ใช้ทักษะสูง เงินเดือนข้าราชการถือว่าน้อยมาก ยิ่งเจอกับอัตราเงินเฟ้อ ค่าใช้จ่ายในชีวิตก็ยิ่งสูง ข้าราชการที่อายุงานน้อย ประสบการณ์น้อย รายได้จึงไม่พอรายจ่าย
สวัสดิการที่มีตัวเลือกมากขึ้น คนสมัยก่อนเชื่อมั่นว่าทำงานราชการพ่อแม่ก็สบายด้วย ได้รักษาฟรีในโรงพยาบาลของรัฐ แต่ปัจจุบันประกันสุขภาพเอกชนมีตัวเลือกเยอะมาก ซึ่งบางครั้งรวดเร็วและให้บริการที่ดีกว่าภาครัฐด้วย แม้จะต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันก็ตามที
อิสระในการใช้ชีวิต เป็นผลกระทบโดยตรงจากค่านิยมของคนยุคใหม่ที่ไม่อยากเป็นข้าราชการเพราะรู้สึกว่าต้องอยู่ในกรอบปฏิบัติ ไม่มีอิสระในการใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่
ถ้ามองในด้านความคุ้มค่าเชิงเปรียบเทียบ โดยเอาเวลา + แรงกาย เป็นตัวตั้งทำให้งานราชการกลายเป็นทางเลือกหนึ่งไม่ใช่ตัวเลือกหลักเหมือนในสมัยก่อน ซึ่งถ้าดูค่านิยมของพ่อแม่ยุคนี้ได้เปลี่ยนจากความมั่นคงในระยะยาว ไปสู่ ความสามารถในการอยู่รอดและอิสระ
เนื่องจากในอดีต พ่อแม่มักเน้นให้ลูกเรียนจบปริญญาเพื่อเป็นใบเบิกทางในการหางานที่ดี และมีรายได้สูง แต่ปัจจุบันพ่อแม่เริ่มเห็นแล้วว่าใบปริญญาอย่างเดียวไม่พอ จึงสนับสนุนให้ลูกค้นหา ความชอบ หรือ ทักษะเฉพาะทาง เช่น การเขียนโปรแกรม, กราฟิกดีไซน์, หรือภาษาที่สาม เป็นต้น
สังคมเปลี่ยนแปลง! อาชีพที่เคยรายได้ดี! ยุคนี้กลับหายไป?
การเปลี่ยนแปลงของสังคมคือปัจจัยหลักที่ทำให้ค่านิยมและพฤติกรรมของคนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง งานราชการคือตัวอย่างหนึ่งที่ถูกลดทอนให้ดูเป็นอาชีพที่ไม่สำคัญเท่าสมัยก่อน และก็ไม่ใช่แค่งานราชการเท่านั้นหากมองย้อนกลับไปตั้งแต่อดีตมาถึงปัจจุบันพบว่ามีอีกหลายอาชีพที่หายไปพร้อมกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง
1.ร้านขายเทปคาสเซ็ท

ช่วงปี 2523 – 2533 เทปคาสเซ็ทเคยเฟื่องฟูในเมืองไทยมาก คนไทยนิยมซื้อเทปจากร้านในตลาดที่มีจำนวนมาก แต่หลังการเข้ามาของ MP3 ในช่วงปี 2543 หรือการที่สามารถสตรีมมิงเพลงผ่านแอปอย่าง Spotify และ Joox ในปี 2553 ทำให้เทปคาสเซ็ทรวมถึงเครื่องเล่นเทปเริ่มเลือนหายไป
2.ร้านเช่าวีดีโอ

สมัยก่อนมีร้านเช่าวีดีโอชื่อดังมากอย่าง Video Ezy และ KPS Video Express ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีสาขารวมกันมากกว่า ร้อยแห่ง ซึ่งนอกจากนี้ยังมีอีกหลายร้านที่ยุคนั้นมองไปทางไหนก็เห็น ธุรกิจนี้เฟื่องฟูมากในช่วงปี 2533- 2543 แต่ก็เลือนหายไปเกือบหมดภายในปี 2553
3.ร้านเกมส์

ยุคทองของร้านเกมคือปี 2533 – 2543 โดยเฉพาะในห้างอย่างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ร้านเหล่านี้เคยเป็นแหล่งรวมตัวของเกมเมอร์ไทย สาเหตุที่ทำให้ร้านเกมส์หายไปคือการมาของเกมมือถือและแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเข้าถึงง่ายผ่านสมาร์ทโฟน ปัจจุบันในปี 2568 เราไม่จำเป็นต้องเข้าร้านเกมส์อีกต่อไปแค่มีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็โหลดเกมส์ต่างๆ ได้จำนวนมาก จึงทำให้ธุรกิจนี้สาบสูญไปอย่างสิ้นเชิง
4.ร้านถ่ายรูปฟิล์มและล้างรูป

ยุคทองของธุรกิจนี้ประมาณปี 2523 – 2543 ร้านเหล่านี้ไม่เพียงรับล้างฟิล์มและพิมพ์ภาพ แต่ยังให้บริการถ่ายภาพ เช่น ภาพรับปริญญา ภาพแต่งงาน มักมีสตูดิโอขนาดเล็กที่มีฉากหลังผ้าและแสงไฟครบครัน นอกจากนี้ ยังขายฟิล์มกล้อง เช่น Kodak, Fuji, และ Agfa รวมถึงอุปกรณ์เสริม เช่น กรอบรูปและอัลบั้ม เป็นธุรกิจที่เติบโตกระจายไปทั่วประเทศ
แต่หลังปี 2543 เป็นต้นมา ยอดขายฟิล์มถ่ายภาพในไทยลดลงกว่า 90% สาเหตุก็เช่นเดียวกับกรณีอื่นๆ คือเป็นผลมาจากการเติบโตของสมาร์ทโฟนที่มีฟังก์ชั่นถ่ายภาพในตัวและการมาขอแพลตฟอร์มโซเชี่ยลที่สามารถเก็บรวบรวมภาพ แต่งภาพ และแชร์ให้เพื่อนได้ซึ่งสะดวกและใช้งานง่ายกว่า
5.ร้านขายแผ่น CD/DVD
เป็นกรณีที่คล้ายกับร้านเทปคาสเซ็ท เฟื่องฟูในปี 2543 แต่หายไปจากการเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยยอดขายแผ่นเพลง/หนังในไทยลดลงกว่า 80% ตั้งแต่ปี 2553 เนื่องจาก Spotify และ Netflix จำนวนร้านลดจากพันแห่งเหลือไม่ถึง 200 ในปี 2568 แม้ในตอนนี้อาจจะยังพอเห็นร้านขายแผ่น CD/DVD อยู่บ้างตามตลาดคลองถม หรือตามร้านของเก่าต่างๆ แต่ก็มีจำนวนที่น้อยและรอวันที่จะสูญหายไปในอนาคต
6.เซลล์แมน

ยุคเฟื่องฟูของอาชีพนี้คือ 2503- 2533 เซลล์แมนเป็นสัญลักษณ์ของการค้าปลีกแบบบ้าน ๆ ขายสินค้าหลากหลาย เช่น ยาสีฟัน Colgate, สบู่ Lux, ครีมกันแดด Avon, หนังสือพิมพ์และนิตยสาร, หรือแม้กระทั่งเครื่องครัวและเสื้อผ้า คาดว่าในปี 2523 มีอาชีพเซลล์แมนอยู่ประมาณ 50,000-100,000 คนทั่วประเทศสร้างรายได้รวมให้ภาคค้าปลีกแบบนี้ราว 5-10% ของ GDP การค้าปลีกทั้งหมด แต่หลังจากปี 2543 มาถึงปัจจุบันเซลล์แมนแทบจะสูญหายหรือลดลงไปกว่า 90% อันเป็นผลมาจากการเติบโตของอีคอมเมิร์ซอย่าง Shopee, Lazada ซึ่งสะดวก รวดเร็ว และราคาถูกกว่า
7.ร้านขายหนังสือ / สื่อสิ่งพิมพ์

ร้านหนังสือที่มีหน้าร้านปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 800 ร้านทั่วประเทศ ซึ่งลดลงอย่างมากจากในอดีตที่เคยมีสูงถึง 2,483 ร้าน
รายใหญ่ยังคงเป็นผู้เล่นหลักในตลาด ได้แก่ SE-ED ประมาณ 190 สาขา, B2S ประมาณ 131 สาขา และ นายอินทร์ ประมาณ 96 สาขาในด้านหนังสือพิมพ์ก็ยิ่งชัดเจนจากยอดขายกว่า 63 ล้านฉบับในปี 2533 ลดลงเหลือแค่ 20 ล้านฉบับในปี 2563 และคาดว่าจะลดลงอีกเรื่อยๆ สอดคล้องกับรายได้หนังสือพิมพ์ที่ลดลงต่อเนื่องจาก 15,400 ล้านในปี 2549 เหลือเพียง 8,890 ล้านบาทในปี 2566
8.พนักงานส่งเอกสาร (Messenger)

สมัยก่อนทุกบริษัทต้องมีแมสเซนเจอร์สำหรับวิ่งส่งเช็ค ส่งใบวางบิล หรือส่งเอกสารสัญญาต่างๆ แต่ปัจจุบันการใช้ E-Tax Invoice, E-Withholding Tax และการเซ็นเอกสารผ่าน Digital Signature ทำให้ความจำเป็นในการใช้บริการแมสเซนเจอร์ลดลงกว่า 80% แต่เราจะเห็นการมาแทนที่ของไรเดอร์ส่งอาหารหรือส่งพัสดุที่มีมากขึ้น
9.ช่างซ่อมนาฬิกาและเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก
ส่วนใหญ่จะเป็นร้านที่อยู่ตามริมทาง ตามตลาดนัด ลักษณะเป็นร้านแผงลอยเล็กๆ เพราะสมัยก่อนคนมักใช้บริการสำหรับซ่อม แต่ในปัจจุบันสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ถูกออกแบบมาเป็น Module เสียคือเปลี่ยนยกแผง และมีราคาถูกจนรู้สึกว่าซื้อใหม่คุ้มกว่าซ่อม
10.พนักงานธนาคาร

ถือเป็นอีกอาชีพที่อดีตเคยดีและเป็นที่ต้องการของคนส่วนใหญ่ ในอดีตเคยเป็นอาชีพดาวรุ่งที่ภาพลักษณ์คืออาชีพที่มั่นคง สวัสดิการดี รายได้ดี และเป็นหน้าเป็นตาของครอบครัว แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทโดยเฉพาะDigital Banking และแอปพลิเคชัน ทำให้ธุรกรรม 90% ไม่ต้องไปธนาคาร เราจึงเห็นการปิดสาขาอย่างต่อเนื่อง พนักงานที่เหลืออยู่ถูกกดดันด้วยยอดขายประกันและผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ความน่าสนใจในแง่ ความมั่นคง จึงลดลงอย่างมาก
นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายอาชีพที่อดีตเคยดีแต่ปัจจุบันไม่ดีเหมือนเคย อย่างเช่น นักข่าวและกองบรรณาธิการนิตยสาร ในอดีตเป็นอาชีพที่มีอิทธิพลทางความคิดสูงมาก แต่ตอนนี้ทุกคนสามารถเป็นนักข่าวได้เองผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ
ส่วนช่องทาง Social Media รายได้จากโฆษณาย้ายไปอยู่ในมือของ Platform อย่าง Google และ TikTok เป็นหลัก หรืออาชีพที่เกี่ยวกับโรงพิมพ์ก็เคยรุ่งเรืองในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์หนังสือ ปฏิทิน นามบัตร หรือโบรชัวร์ โรงพิมพ์คือธุรกิจที่ทำกำไรมหาศาลและมีงานล้นมือตลอดปี แต่ตอนนี้อกสารแทบทุกอย่างกลายเป็น PDF และสื่อโฆษณากลายเป็น Digital Banner โรงพิมพ์ขนาดกลางและขนาดเล็กจึงทยอยปิดตัวลง อาชีพช่างพิมพ์ที่เคยเป็นทักษะเฉพาะทางก็ไม่เป็นที่ต้องการเหมือนแต่ก่อน
ในอนาคตอีก 5-10 ปีจะมีอาชีพไหนที่หายไปอีกบ้าง?
จากอดีตมาถึงตอนนี้หลายอาชีพถูกลดความสำคัญ บางอาชีพบางธุรกิจก็หายไปสิ้นเชิง หรือไม่น่าสนใจเหมือนแต่ก่อน ก็เป็นผลจากเทคโนโลยีต่างๆ แน่นอนว่าถ้ามองจากตอนนี้ในอีก 5-10 ปีข้างหน้าก็ต้องมีอีกหลายอาชีพ หลายธุรกิจที่กลายเป็นอดีตเช่นกัน ยกตัวอย่างสายงานด้านบัญชี , เจ้าหน้าที่ธุรการ , ฝ่ายบริการลูกค้า อาจถูกทดแทนด้วย AI เป็นต้น
แม้แต่พนักงานโรงงานเองในอนาคตก็คาดว่าจะถูกทดแทนด้วย หุ่นยนต์มากขึ้น ดังนั้นทักษะที่ควรมีในอนาคตคือการเรียนรู้ที่จะอยู่กับเทคโนโลยี และควบคุมเทคโนโลยีเหล่านี้ให้สร้างรายได้แทนเรา
ซึ่งแม้เทคโนโลยีจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของอาชีพและพฤติกรรมของคนส่วนใหญ่ แต่ความเป็นมนุษย์ก็ยังมีจุดเด่นที่เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ไม่ได้ ในอนาคตจึงต้องผสมผสานจุดเด่นเหล่านี้เข้าด้วยกันเพื่อให้เป็นการทำธุรกิจที่อยู่รอดในยุคการแข่งขันสูงและความต้องการของคนส่วนใหญ่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
อ้างอิง :
- https://citly.me/Ie7jM
- https://citly.me/aLWYR
- https://citly.me/lBiZh
- https://citly.me/y5bkT
- https://citly.me/QxDri
- https://citly.me/Jbx9f
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
- อยากสร้างแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Ive14C
- อยากทำเป็นแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3IrrH0k
- รู้เรื่องกฎหมาย สัญญาแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Iu5WNu
- รวมความรู้แฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Pe0m5s
อ้างอิงจาก คลิกที่นี่
สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น
ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี
ลักษณะงาน
- เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
- ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
- มอบหมายงานและติดตามงาน
- อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ
1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้
- ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
- ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
- การปฏิบัติงาน
- เป้าหมายในอนาคต
2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ
- การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
- การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
- การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
- การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)
3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)
- การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
- สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
- กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
- มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม
4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ
- แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
- แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์
5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์
- รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
- ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
- ปรับปรุงแก้ไข
- พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง
การปฎิบัติงาน
- สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
- ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา
เงื่อนไขอื่นๆ
- การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์
อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้
สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy




