อยากมีลูกต้องรู้ ! การทํา icsi คืออะไร ช่วยได้จริงไหม
การสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์เป็นความฝันของคู่รักหลายคู่ แต่ปัญหาภาวะมีบุตรยากก็เป็นอุปสรรคที่ทำให้พยายามมานานแค่ไหนก็ยังไม่สำเร็จสักที ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก และมีหลากหลายวิธีที่จะเข้ามาช่วยสานฝันให้เป็นจริง ซึ่งหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมและให้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมคือการทำอิ๊กซี่ (ICSI) หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อนี้มาบ้าง แต่อาจจะยังสงสัยว่า การทํา icsi คืออะไร และจะช่วยให้เรามีลูกสมหวังได้จริงหรือไม่ บทความนี้มีคำตอบมาฝากกัน

ไขข้อข้องใจ การทํา icsi คืออะไร ?
สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าการทํา icsi คืออะไร อธิบายเบื้องต้นได้ว่า ICSI ย่อมาจาก Intracytoplasmic Sperm Injection หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าการทำอิ๊กซี่ ซึ่งก็คือหนึ่งในเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (Assisted Reproductive Technology) ขั้นสูงที่พัฒนาต่อยอดมาจากการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) แบบดั้งเดิม
กระบวนการของ ICSI เข้าใจได้ไม่ยาก โดยแพทย์จะทำการคัดเลือกอสุจิของฝ่ายชายที่แข็งแรง รูปร่างสมบูรณ์ และเคลื่อนไหวได้ดีที่สุดเพียง 1 ตัวเท่านั้น จากนั้นใช้เข็มขนาดเล็กจิ๋วเจาะและฉีดอสุจิตัวนั้นเข้าไปในเนื้อไข่ของฝ่ายหญิง 1 ใบโดยตรง ซึ่งแตกต่างจากการทำ IVF ทั่วไปที่จะนำอสุจิหลายหมื่นตัวไปวางล้อมรอบไข่เพื่อให้ว่ายไปเจาะไข่เอาเอง ข้อดีที่โดดเด่นของวิธีนี้คือช่วยแก้ปัญหาอสุจิไม่แข็งแรงพอที่จะเจาะไข่ได้เอง หรือกรณีที่ไข่ของฝ่ายหญิงมีเปลือกหนา ทำให้เพิ่มอัตราการปฏิสนธิให้สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ใครบ้างที่เหมาะกับการทำ ICSI ?
หลังจากทำความเข้าใจกันไปแล้วว่าการทํา icsi คืออะไร คำถามต่อมาคือเทคโนโลยีนี้เหมาะกับใคร การทำอิ๊กซี่เป็นวิธีที่ตอบโจทย์คู่รักที่มีข้อจำกัดทางร่างกายบางประการ โดยเฉพาะผู้ที่ตรงกับเงื่อนไขดังต่อไปนี้
- ฝ่ายชายที่มีปัญหาคุณภาพอสุจิ : เช่น มีปริมาณอสุจิน้อย รูปร่างผิดปกติ หรือเคลื่อนที่ช้ากว่ามาตรฐาน
- ฝ่ายชายที่เป็นหมัน : แต่ยังสามารถผลิตอสุจิได้ โดยแพทย์จะใช้วิธีเก็บอสุจิจากอัณฑะโดยตรง เช่น การทำ TESE แล้วนำมาทำ ICSI ต่อ
- ฝ่ายหญิงที่มีอายุมาก : ซึ่งมักจะตามมาด้วยปัญหาไข่มีเปลือกหนา ทำให้อสุจิเจาะเข้าไปปฏิสนธิตามธรรมชาติได้ยาก
- คู่รักที่เคยทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) แล้วไม่สำเร็จ : การเปลี่ยนมาใช้วิธี ICSI จะช่วยเพิ่มโอกาสการปฏิสนธิได้มากขึ้น
- คู่รักที่ต้องการคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อน : ก่อนทำการฝังตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูก เพื่อลดความเสี่ยงโรคทางพันธุกรรมและเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์
ทำ ICSI ช่วยให้มีลูกได้จริงไหม ? มีโอกาสสำเร็จแค่ไหน
ในปัจจุบัน ICSI ได้รับการยอมรับว่าเป็นวิธีรักษามีบุตรยากที่มีอัตราความสำเร็จสูงที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ต้องทำความเข้าใจตามความเป็นจริงว่าโอกาสสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ 100% เสมอไป เนื่องจากผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยของแต่ละบุคคล เช่น
- อายุของฝ่ายหญิง : ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ยิ่งอายุน้อย คุณภาพและจำนวนไข่จะยิ่งดี โอกาสสำเร็จก็จะสูงตามไปด้วย
- คุณภาพของไข่และอสุจิ : ความสมบูรณ์ของเซลล์สืบพันธุ์มีผลโดยตรงต่อการพัฒนาเป็นตัวอ่อนที่แข็งแรง
- ความพร้อมของโพรงมดลูก : ผนังมดลูกต้องมีความหนาและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการฝังตัวของตัวอ่อน
ถึงแม้จะมีปัจจัยหลายอย่างมาเกี่ยวข้อง แต่ขอให้คู่รักอย่าเพิ่งท้อแท้ เพราะเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนและห้องปฏิบัติการในยุคนี้ก้าวหน้าไปมาก ทำให้แพทย์สามารถดูแลตัวอ่อนได้อย่างใกล้ชิดและเพิ่มโอกาสสำเร็จได้มากกว่าในอดีตมากเลยทีเดียว
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนน่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนแล้วว่าการทํา icsi คืออะไร ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการทำอิ๊กซี่หรือ ICSI คือตัวช่วยทางการแพทย์ที่ตอบโจทย์อย่างยิ่งสำหรับผู้มีปัญหามีบุตรยาก โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดจากปัจจัยทางฝ่ายชาย หากคุณและคู่รักพยายามมีลูกด้วยวิธีธรรมชาติมานานกว่า 1 ปี หรือ 6 เดือนสำหรับผู้หญิงที่อายุเกิน 35 ปี แนะนำให้ลองเข้าไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินสภาพร่างกายโดยละเอียด และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้คุณได้อุ้มลูกน้อยสมความตั้งใจ


