มาตรฐานร้านกาแฟ D’Oro 103 สาขา กลยุทธ์ปั้นแฟรนไชส์ฝ่าวิกฤต

ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของตลาดกาแฟไทย คุณนีน่า–ภคมน สมบูรณ์เวชชการ ในฐานะผู้บริหารและทายาทรุ่นที่ 2 ของแบรนด์แฟรนไชส์ Café D’Oro เล่าให้ฟังถึงภารกิจสำคัญของเธอวันนี้ คือ การสานต่อธุรกิจครอบครัว พร้อมพาแบรนด์แฟรนไชส์กาแฟที่อยู่มายาวนานกว่า 20 ปี ให้เติบโตอย่างมั่นคงในยุคที่เศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงเร็ว

สืบทอดวิสัยทัศน์ “คุณภาพต้องมาก่อน”

มาตรฐานร้านกาแฟ D'Oro

คุณนีน่าอธิบายว่า แม้เธอจะเข้ามารับบทบริหารเต็มตัว แต่แก่นสำคัญของแบรนด์ยังคงยึดตามวิสัยทัศน์ของคุณพ่อคุณแม่ผู้ก่อตั้ง นั่นคือเรื่อง “คุณภาพ” ตั้งแต่คุณภาพเมล็ดกาแฟ วัตถุดิบ มาตรฐานการชง ไปจนถึงคุณภาพของประสบการณ์ในร้าน

“ความท้าทายของรุ่นเรา ไม่ใช่แค่ทำให้ร้านขายดี แต่ต้องทำให้ทุกสาขา ทั้งของบริษัทและแฟรนไชส์ มีมาตรฐานเดียวกัน ลูกค้าเดินเข้าร้านไหนก็ต้องได้รสชาติและการบริการแบบเดียวกัน” เธอกล่าว

ปัจจุบัน Café D’Oro มี 100 สาขา แบ่งเป็นสาขาบริษัท 85 สาขา และแฟรนไชส์ 15 สาขา และในช่วงต้นปี 2569 เตรียมเปิดสาขาแฟรนไชส์เพิ่มอีก 3 แห่ง ซึ่งยิ่งทำให้เรื่อง “การควบคุมมาตรฐาน” เป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องบริหารอย่างใกล้ชิด

ปี 2569 เศรษฐกิจยังเปราะบาง ต้องประคองทั้งระบบ

ภาพจาก Café D’Oro

เมื่อถามถึงภาพรวมธุรกิจกาแฟในปี 2569 คุณนีน่ายอมรับตรงๆ ว่าเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ฟื้นเต็มที่ ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทั้งต่อผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้บริโภค

ในมุมของแฟรนไชส์ คนที่สนใจลงทุนจะคิดรอบคอบมากขึ้น บางรายชะลอการตัดสินใจ เพราะกังวลเรื่องกำลังซื้อ ขณะเดียวกันต้นทุนดำเนินงาน ทั้งวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ในฐานะบริษัทแม่ เราไม่ได้คิดแค่ว่าจะโตยังไง แต่ต้องคิดว่าแฟรนไชส์ซีของเราจะอยู่รอดยังไงด้วย ปี 2569 อาจจะเหนื่อยกว่าปีก่อนๆ แต่เราต้องทำให้ทั้งเครือข่ายไปต่อได้”

ไม่ขายแฟรนไชส์เพื่อยอด แต่ขายความสำเร็จระยะยาว

มาตรฐานร้านกาแฟ D'Oro
ภาพจาก Café D’Oro

หนึ่งในแนวคิดที่คุณนีน่าเน้นย้ำ คือการคัดเลือกทำเลอย่างจริงจังตั้งแต่วันแรก หากมีผู้สนใจซื้อแฟรนไชส์และเสนอพื้นที่เข้ามา ทีมงานจะประเมินทันทีว่ามีทราฟฟิกเพียงพอหรือไม่ ศักยภาพยอดขายถึงจุดคุ้มทุนหรือเปล่า

“ถ้าเราดูแล้วว่าพื้นที่นั้นอยู่ยาก เราจะบอกตรงๆ ให้หาทำเลใหม่ เราไม่อยากให้ใครลงทุนแล้วเจ็บตัว เพราะสุดท้ายมันกระทบทั้งตัวเขาและแบรนด์”

แนวทางนี้อาจทำให้การขยายสาขาไม่หวือหวา แต่ช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จในระยะยาว และทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับแฟรนไชส์ซีแข็งแรงขึ้น

เทรนนิ่ง 10 วัน ถ่ายทอดมากกว่าแค่สูตรกาแฟ

มาตรฐานร้านกาแฟ D'Oro
ภาพจาก Café D’Oro

คุณนีน่าเล่าว่า หลายคนเข้าใจว่าเปิดแฟรนไชส์กาแฟ แค่ชงกาแฟให้อร่อยก็พอ แต่สำหรับ Café D’Oro ไม่ใช่แค่นั้น

แฟรนไชส์ซีทุกคนต้องผ่านการอบรมอย่างน้อย 10 วัน เรียนรู้ตั้งแต่การชงเครื่องดื่ม มาตรฐานการให้บริการ ระบบหลังบ้าน การบริหารสต๊อก การจัดการต้นทุน ไปจนถึง Mindset การดูแลลูกค้า

“เราไม่ได้สอนแค่ How to แต่สอน Why ด้วย ว่าทำไมต้องทำแบบนี้ เพื่อให้เขาเข้าใจ DNA ของแบรนด์จริงๆ”

หลังเปิดร้านแล้ว ยังมีทีมงานเข้าออดิท ตรวจสอบคุณภาพ และให้คำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษามาตรฐานเดียวกันทุกสาขา

ใช้เทคโนโลยีลดภาระ เพิ่มเวลาโฟกัสลูกค้า

ภาพจาก Café D’Oro

ในด้านการบริหารจัดการ ปี 2569 แบรนด์ยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ระบบสั่งวัตถุดิบของแฟรนไชส์ถูกเชื่อมเข้ากับหลังบ้านโดยตรง ลดขั้นตอนการประสานงานหลายรอบ

“เราพยายามทำให้เจ้าของร้านเสียเวลางานเอกสารให้น้อยที่สุด เพื่อให้เขาเอาเวลาไปโฟกัสลูกค้าและทีมงานหน้าร้านมากกว่า”

นอกจากนี้ ยังมีการนำระบบวิเคราะห์ข้อมูลและ AI มาช่วยประเมินยอดขาย การหมุนเวียนสินค้า และวางแผนสต๊อก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

ไม่ตามกระแส แต่เข้าใจผู้บริโภค

มาตรฐานร้านกาแฟ D'Oro
ภาพจาก Café D’Oro

แม้ Café D’Oro จะไม่ใช่แบรนด์ที่หวือหวาตามเทรนด์ แต่คุณนีน่ายืนยันว่าแบรนด์เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ดี ทั้งการทำโปรโมชั่น คูปอง สะสมแต้ม การคอลแลบกับแบรนด์อื่น รวมถึงการออกแบบแก้วลายพิเศษตามเทศกาล และสินค้าพรีเมียม เพื่อดึงดูดลูกค้ารุ่นใหม่

จุดแข็งของแบรนด์คือ “ความคงที่” ลูกค้ารู้ว่าเดินเข้าร้านแล้วจะได้รสชาติแบบไหน บริการแบบใด หลายสาขามีลูกค้าประจำที่คุ้นเคยกันเหมือนคนในชุมชน

แข่งขันด้วยมาตรฐาน ไม่ใช่สงครามราคา

ในตลาดที่มีทั้งแบรนด์ต่างประเทศและร้านสเปเชียลตี้ท้องถิ่นเกิดขึ้นต่อเนื่อง คุณนีน่ามองว่า การแข่งขันเป็นเรื่องปกติ

“ทุกแบรนด์ขายกาแฟเหมือนกัน เราห้ามใครเข้าตลาดไม่ได้ สิ่งที่เราทำได้คือรักษาคุณภาพของเราให้ดีที่สุด เพื่อให้ลูกค้ากลับมาอีกครั้ง”

วิสัยทัศน์ต่อจากนี้ โตอย่างมีระบบ

มาตรฐานร้านกาแฟ D'Oro
ภาพจาก Café D’Oro

ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป Café D’Oro จะเน้นขยายสาขาไปยังจังหวัดที่ยังเข้าไม่ถึง ควบคู่กับการพัฒนาระบบสนับสนุนแฟรนไชส์ซีให้ทำงานง่ายขึ้น

อีกหนึ่งทิศทางสำคัญคือการให้บริการ Operation Outsource ทั้งงานเทรนนิ่งและออดิทแก่แบรนด์อื่นๆ ในตลาด ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแรงของระบบหลังบ้านที่แบรนด์สั่งสมมานาน
ฝากถึงคนอยากเปิดร้านกาแฟ

ท้ายบทสนทนา คุณนีน่าฝากข้อคิดถึงผู้ที่สนใจทำธุรกิจร้านกาแฟว่า หัวใจสำคัญที่สุดคือ “เจ้าของต้องลงมือทำ”

“เมื่อคุณลงทุนเปิดร้าน คุณคือเจ้าของกิจการเต็มตัว ต้องดูแลทั้งลูกค้า ทีมงาน สต๊อก ต้นทุน และรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ถ้าซื้อแฟรนไชส์แล้วปล่อยให้ร้านเดินเอง โอกาสเหนื่อยมีสูงมาก”

เพราะในวันที่เศรษฐกิจท้าทายกว่าที่เคย มาตรฐาน ความใส่ใจ และการลงมือทำจริง คือคำตอบของการอยู่รอดในระยะยาว

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy) เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy)

คุณมนตรี ศรีวงษ์ (อ๊อฟ)

นักเขียน ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงข่าวสาร การค้า การลงทุน มีความสนใจเรื่องของธุรกิจเอสเอ็มอี และแฟรนไช