ติดนมลองแล้วจะติดใจ แฟรนไชส์ชาใต้และสมูทตี้ ธุรกิจเน้นลงทุนง่าย สร้างรายได้ดีตลอดปี

เริ่มต้นปี 2569 เชื่อว่าเป็นเวลาที่คนส่วนใหญ่จะมองหาโอกาสและช่องทางสำหรับการสร้างธุรกิจ แต่หลายคนอาจจะติดปัญหาว่าเงินทุนน้อย ไม่มีประสบการณ์ ไม่มั่นใจว่าเริ่มธุรกิจแล้วจะไปรอด หรือบางคนรู้ว่าอยากมีธุรกิจเสริมเพื่อเพิ่มรายได้แต่ก็ไม่รู้ว่าจะลงทุนทำอะไรที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าและน่าสนใจมากที่สุด

หากวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2569 ที่เน้นความ “คุ้มค่า” มากขึ้น สินค้าก็ต้องตอบโจทย์ความต้องการนี้ และจะยิ่งดีถ้าใช้งบลงทุนน้อย เป็นกลุ่มสินค้าที่มีความต้องการมาก ก็ถือว่าเป็นธุรกิจที่มีโอกาสสร้างรายได้คุ้มค่าในมุมของนักลงทุนด้วย

ซึ่ง “ติดนมลองแล้วจะติดใจ” คือแฟรนไชส์ที่พร้อมเป็นทางเลือกสำหรับคนสนใจลงทุน ด้วยกระแสของชานมไข่มุกที่ไม่เคยตกเทรนด์ และคาดว่าในปี 2569 ตลาดจะยังโตไม่ต่ำกว่า 20% ต่อปีน่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท นั่นแสดงว่าโอกาสและความสำเร็จนี้ยังเป็นไปได้มาก แต่การลงทุนจำเป็นต้องมีเคล็ดลับคือ

  1. สินค้าต้องมีเอกลักษณ์มีจุดเด่นเฉพาะตัว ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแตกต่างจากแบรนด์อื่น
  2. ระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการควบคุมต้นทุนต่างๆ
  3. สร้างชื่อแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักของลูกค้า ยิ่งมีฐานลูกค้ามากยิ่งทำให้โอกาสเติบโตเพิ่มมากขึ้น
  4. อัพเดทเมนูใหม่ เพื่อสร้างสีสันทำให้ลูกค้ามีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น
  5. วัตถุดิบคุณภาพดี แต่ราคาสินค้าไม่แพง ลูกค้าทั่วไปสามารถจับต้องได้

ติดนมลองแล้วจะติดใจ แฟรนไชส์ชาใต้และสมูทตี้ อร่อยเข้ม ราคาไม่แพง

ติดนมลองแล้วจะติดใจ
ภาพจาก แฟรนไชส์ติดนม ลองแล้วจะติดใจ

ถ้าพิจารณาจากเคล็ดลับความสำเร็จที่กล่าวไป “ติดนมลองแล้วจะติดใจ” ถือว่าตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ จากจุดเริ่มต้นการเป็นร้านเครื่องดื่มเล็กๆในจังหวัดตรัง ที่เข้าใจว่าลูกค้าในยุคใหม่มีความคาดหวังสูง (High Expectation) สิ่งที่ต้องการจึงไม่ใช่แค่เครื่องดื่มเท่านั้น

แต่ต้องการสินค้า Emotional คือการบริโภคเพื่อกระตุ้นอารมณ์เช่นดื่มคลายเครียด ดื่มเพื่อให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลาย ทางแบรนด์จึงได้พัฒนาจุดเด่นทั้งในเรื่องรสชาติ ราคา และบริการ ดังนั้นคำว่า “ติดนมลองแล้วจะติดใจ” จึงเป็นทั้งชื่อร้านและสโลแกนที่บอกจุดเด่นได้ชัดเจน

ติดนมลองแล้วจะติดใจ
ภาพจาก แฟรนไชส์ติดนม ลองแล้วจะติดใจ

วัตถุดิบหลักจึงเน้น “ชาใต้” ที่มีรสชาติเข้มข้น และมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงได้พัฒนาเมนูเยอะกว่า 200 รายการมีครบทุกความต้องการทั้งกลุ่มชานม ชาผลไม้ และสมูทตี้ โดยมีเมนูน่าสนใจยกตัวอย่างเช่น ชาปักษ์ใต้ , มะม่วงโยเกิร์ต , สตรอเบอร์รี่โยเกิร์ต , ชาเย็นชีส , โกโก้ , โซดาสามเกลอ , มะม่วงเสาวรสปั่น , สตอร์เบอร์รี่วาเลนไทน์ , บ๊วยมะนาวในซอสสตอรอเบอร์รี่ เป็นต้น

ข้อดีของการมีเมนูที่หลากหลายเพื่อให้ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า อย่างเช่นลูกค้ามาด้วยกัน 4-5 คน ความชอบแต่ละคนไม่เหมือนกันแต่ที่ร้านติดนมลองแล้วจะติดใจ ไม่ว่าจะเป็นสายไหน ชอบเมนูอะไร เครื่องดื่มก็มีครบ จึงเพิ่มโอกาสในการขายของผู้ลงทุนได้มากขึ้นด้วย

ลงทุน “ติดนมลองแล้วจะติดใจ” คุ้มค่าแค่ไหน?

ติดนมลองแล้วจะติดใจ
ภาพจาก แฟรนไชส์ติดนม ลองแล้วจะติดใจ

สำหรับผู้สนใจต้องการลงทุน แบรนด์ติดนมลองแล้วจะติดใจงบลงทุน 30,000 – 100,000 บาท โดยมี 3 แพ็กเกจให้เลือก Set 1 : 24,900 บาท ของแถม 19 รายการ (ไม่รวมซุ้ม ) เหมาะกับผู้ที่ขายน้ำอยู่แล้ว ต้องการเปลี่ยนเป็นแบรนด์

  • Set 2 : 34,900 บาท ของแถมวัตถุดิบอุปกรณ์พร้อมขาย 90 รายการ (ไม่รวมซุ้ม) ลูกค้าจัดหารูปแบบซุ้มเองได้ตามชอบ
  • Set 3 : 84,900 บาท พร้อมซุ้มมินิมอล 3.1 x 2.4 ม. วัตถุดิบอุปกรณ์ พร้อมขาย

ความคุ้มค่าของการลงทุนคือไม่เก็บเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย ไม่มีค่าการตลาดรายเดือน รายปี อัพเดทเมนูใหม่ตลอด และสิ่งที่จะได้รับคือการสอนสูตร การให้คำปรึกษาโดยทีมงานมืออาชีพ และยังมีความคุ้มค่าในอีกหลายด้านคือ

ความคุ้มค่าด้านราคา

ภาพจาก แฟรนไชส์ติดนม ลองแล้วจะติดใจ

เนื่องจากเป็นการเริ่มต้นที่ใช้งบไม่สูง มีอุปกรณ์ + วัตถุดิบให้พร้อม ราคา/แก้วไม่แพง จึงเป็นสินค้าที่ขายง่าย ประเมินความเสี่ยงถือว่าอยู่ในอัตราต่ำ ถ้าได้ทำเลที่ดีโอกาสคืนทุนประมาณ 3-6 เดือน

ความคุ้มค่าในด้านลูกค้า

ติดนมลองแล้วจะติดใจ
ภาพจาก แฟรนไชส์ติดนม ลองแล้วจะติดใจ

เพราะเป็นแบรนด์แฟรนไชส์ที่มีสาขามากกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ จึงมีคนรู้จักแบรนด์นี้ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ การสร้างธุรกิจกับ “ติดนมลองแล้วจะติดใจ” จึงเท่ากับว่าได้ฐานลูกค้ามาด้วย คนที่เดินผ่านไปมาเห็นแบรนด์ เห็นโลโก้รู้ได้ทันทีแบบไม่ต้องสงสัยในคุณภาพ เพิ่มโอกาสในการตัดสินใจซื้อสินค้าของเราได้ทันทีดีกว่าการสร้างแบรนด์เองที่เราจะต้องเริ่มจากศูนย์เพื่อทำให้คนรู้จัก

ความคุ้มค่าในเรื่องระบบบริหารจัดการ

ติดนมลองแล้วจะติดใจ
ภาพจาก แฟรนไชส์ติดนม ลองแล้วจะติดใจ

การลงทุนในระบบแฟรนไชส์มีข้อดีคือ “แบรนด์พร้อมให้คำปรึกษา” และมีการวางระบบสอนทุกเทคนิค สอนสูตร อบรมพนักงาน ให้ความรู้เรื่องการตลาด อะไรที่เป็นปัญหา วิธีการแก้ไข ผู้ลงทุนจะได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ทั้งหมด ในยุคที่การแข่งขันสูงรอบด้านการที่ธุรกิจได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้รู้นำมาถ่ายทอดได้ทันทีเท่ากับประหยัดเวลาที่ไม่ต้องไปลองผิดลองถูกเองที่จะมีความเสี่ยงในการทำธุรกิจมากด้วย

ติดนมลองแล้วจะติดใจ เน้นลงทุนง่าย สร้างรายได้ดีตลอดปี

ภาพจาก แฟรนไชส์ติดนม ลองแล้วจะติดใจ

ความได้เปรียบของ “ติดนมลองแล้วจะติดใจ” คือเป็นแฟรนไชส์ที่ลงทุนได้ทันที เหมาะกับคนที่อยากทำเป็นอาชีพหลัก สามารถขายและควบคุมได้ด้วยตัวเอง มีเมนูที่หลากหลายตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าทุกเพศทุกวัย กำไรขั้นต้น 45%

จะเห็นได้ว่าโมเดลของติดนมลองแล้วจะติดใจสนับสนุนในด้านวัตถุดิบทั้ง ผงชาเย็น , ชาเขียว , ชานมไต้หวัน , ผงโอเลี้ยง เพื่อที่จะควบคุมคุณภาพให้เหมือนกันในทุกสาขา

อีกด้านหนึ่งคือทำให้ผู้ลงทุนได้วัตถุดิบคุณภาพในราคาไม่แพง เท่ากับว่าต้นทุนด้านวัตถุดิบน่าจะควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดได้ ส่วนต้นทุนแรงงานก็สามารถใช้คนในครอบครัวหรือจ้างพนักงานไม่เกิน 1 คนก็เปิดร้านได้ เท่ากับว่าต้นทุนค่าแรงก็ไม่สูงเช่นกัน

ภาพจาก แฟรนไชส์ติดนม ลองแล้วจะติดใจ

และด้วยโมเดลร้านที่ไม่ใหญ่มากการใช้น้ำใช้ไฟจึงไม่สูง คำนวณต้นทุนแล้วก็อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมได้เช่น สรุปแล้วถ้าสามารถเปิดร้านในทำเลที่มีกลุ่มลูกค้าเช่น ใกล้โรงเรียน โรงงาน ย่านชุมชน ยิ่งขายได้มาก รายได้ก็มาก เทียบกับต้นทุนต่างๆ ที่ไม่สูง หักลบกันแล้วกำไรเฉลี่ยต่อเดือนถือว่าดี โอกาสคืนทุนค่อนข้างเร็ว สะท้อนได้จากหลายสาขาทั่วประเทศที่มียอดขายดีและบางแห่งสามารถขยายสาขาตัวเองจาก 1 เป็น 2 เพิ่มได้

อย่างไรก็ดีเพื่อเพิ่มความมั่นใจก่อนลงทุน ผู้สนใจควรลองใช้บริการร้านติดนมลองแล้วจะติดใจ เพื่อตัดสินใจในเรื่องของรสชาติและบริการ จากนั้นหากมั่นใจก็สามารถสอบถามรายละเอียดกับทางแฟรนไชส์ในข้อกำหนด สิ่งที่ควรได้รับ บริการหลังการขาย รวมถึงขั้นตอนในการลงทุนต่างๆ ที่ต้องการทราบ เพื่อนำทุกข้อมูลมาประมวลตัดสินใจเลือกลงทุนต่อไปเพื่อให้เริ่มต้นธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ติดนม ลองแล้วจะติดใจ
สนใจลงทุน แฟรนไชส์ คลิก
https://citly.me/BcC5W
โทร. 065-1501416 , 089-7489464

 

ดาวเด่นธุรกิจ : Star Business

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy

คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก)

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด