Trung Nguyen E-Coffee จากจักรยานหนึ่งคัน สู่ธุรกิจแฟรนไชส์ รายได้กว่า 7,000 ล้าน
ตลาดร้านกาแฟในเวียดนามปี 2026 ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าสนใจ คาดว่ามีมูลค่าประมาณ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 2.1 หมื่นล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 8% ต่อปี
ซึ่งถ้าดูปริมาณในการบริโภคพบว่าชาวเวียดนามดื่มกาแฟรวมกันสูงถึง 35 ล้านแก้วต่อวัน โดยกลุ่มผู้บริโภคหลักคือคนรุ่นใหม่ Gen Y และ Gen Z
อย่างไรก็ดีแม้เป็นตลาดที่มีความต้องการสินค้าสูง แต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นตลาดปราบเซียนสำหรับแบรนด์ต่างชาติ เพราะแบรนด์ท้องถิ่นแข็งแกร่งมาก โดยครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ไว้ได้ยกตัวอย่างเช่น
- Highlands Coffee ที่เป็นเจ้าใหญ่ในตลาด มีสาขามากที่สุดกว่า 850-900 สาขา เน้นทำเลทองและราคาที่เข้าถึงง่าย
- Milano Coffee เน้นโมเดลแฟรนไชส์ขนาดเล็กและกระจายตัวในชุมชน มีสาขากว่า 2,000 แห่ง เน้นความรวดเร็วและราคาประหยัด
- Trung Nguyen Legend แบรนด์ระดับตำนานที่เน้นวัฒนธรรมกาแฟแบบเวียดนามแท้ๆ (Robusta) และกำลังรุกหนักในด้านการสร้าง Branding ระดับพรีเมียม
- Phuc Long โดดเด่นด้วยการผสมผสานเมนู ชาและกาแฟ ที่วัยรุ่นชื่นชอบ มีสาขากว่า 230 แห่ง
- Katinat แบรนด์ดาวรุ่งที่เติบโตเร็วมากในช่วงปี 2025 เน้นการออกแบบร้านที่สวยงาม เพื่อดึงดูดลูกค้าที่ชอบการถ่ายภาพรวมถึงต้องการดึงลูกค้าในกลุ่มคนวัยทำงาน
- Starbucks เป็นแบรนด์ต่างชาติไม่กี่รายที่ยืนหยัดอยู่ในเวียดนามได้ มีประมาณ 130-140 สาขา ถูกจัดอยู่ในกลุ่มUltra-Premium ซึ่งมีฐานลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
ธุรกิจที่แข่งด้าน Branding + Digital Speed

ในเวียดนามมีร้านกาแฟกว่า กว่า 500,000 แห่งทั่วประเทศรวมร้านรายย่อย แบรนด์ใหญ่ไม่ได้แข่งกันแค่ที่ รสชาติ เท่านั้นแต่ให้ความสำคัญกับ Branding มากที่สุด
หลายๆแบรนด์มีกลยุทธ์ในการสร้าง Storytelling ให้ดูน่าสนใจ ตั้งแต่เล่าเรื่องวัตถุดิบ , การชูจุดเด่นธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
รวมถึงการออกแบบแพ็กเกจจิ้งที่ดูทันสมัย และอีกหลายๆร้านออกแบบบรรยากาศร้านให้กลายเป็นสถานที่เช็คอินสำหรับลูกค้าได้ด้วย
และที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือร้านกาแฟในเวียดนามเน้นใช้การตลาดแบบ Speed to Market ยกตัวอย่าง Highlands Coffee ใช้โมเดล Drive-thru เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมคนขี่มอเตอร์ไซค์ที่ต้องการความเร็วในการเดินทาง หรือ Milano Coffee ใช้โมเดล Compact/Kiosk ที่เน้นพื้นที่ขนาดเล็ก ลงทุนต่ำ แต่กระจายตัวได้เร็วเน้นเจาะเมืองระดับรอง ที่แบรนด์พรีเมียมยังเข้าไม่ถึง
นอกจากนี้ยังผสมผสานเรื่องการเข้าถึงตลาดออนไลน์อย่างรวดเร็ว (Digital Speed) เกือบทุกร้านกาแฟในเวียดนามใช้ App สั่งสินค้าและสะสมแต้มอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งการสั่งผ่าน GrabFood และ ShopeeFood มียอดขายเติบโตกว่า 130% ในช่วงที่ผ่านมา
Trung Nguyen E-Coffee ธุรกิจร้านกาแฟที่เริ่มต้นจากจักรยานหนึ่งคัน

จากภาพรวมของตลาดร้านกาแฟที่แข่งกันอย่างดุเดือด Trung Nguyen (ตรุง เหงียน) คืออีกแบรนด์ที่ถือว่าประสบความสำเร็จ แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
ผู้ก่อตั้งแบรนด์นี้คือ คุณดั๋ง เล เหงียน วู (Đặng Lê Nguyên Vũ) ที่ตัดสินใจลาออกจากคณะแพทย์ที่กำลังเรียนอยู่ทั้งที่เหลืออีกไม่กี่ปีก็จะจบ
เพราะสิ่งที่เห็นตอนนั้นคือความเหลื่อมล้ำที่ชาวไร่กาแฟในบ้านเกิด เมือง Buon Ma Thuot (บวน มา ถอท) เจอกับความยากจน ทั้งที่เวียดนามเป็นประเทศที่ส่งออกกาแฟมหาศาล เขาจึงเริ่มธุรกิจด้วยเงินทุนอันน้อยนิดในการสร้างโรงคั่วเล็กๆ
เมื่อปี 1996 พร้อมกับจักรยาน 1 คัน ที่ใช้ปั่นไปส่งกาแฟคั่วบดตามร้านต่างๆ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากคนรอบข้างจนได้รับฉายาว่า “Vũ Khùng” (วูคนบ้า)
ในช่วงแรกแบรนด์ใช้ชื่อว่า Trung Nguyen Coffee ต่อมาได้รีแบรนด์เป็น Trung Nguyen Legend เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ให้ดูหรูหราน่าสนใจมากขึ้นโดยมีสัญลักษณ์เป็นรูปถ้วยกาแฟและลายเส้นพู่กันแบบเซนหลังจากประสบความสำเร็จกับร้านขนาดใหญ่
ทางบริษัทมองเห็นโอกาสในการขยายตัวให้เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้นและเร็วขึ้น จึงเปิดตัว Trung Nguyen E-Coffee ในปี 2019 ซึ่งตัว “E” มาจากคำว่า Energy (พลังงาน) สื่อถึงกาแฟที่เป็นพลังงานสำหรับสมอง โดยมีโมเดลที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จได้แก่
- เน้นสร้างธุรกิจแบบลงทุนง่าย ซึ่ง Trung Nguyen E-Coffee ใช้พื้นที่เปิดร้านตั้งแต่ 4 – 40 ตร.ม. จึงอยู่ในทำเลอย่าง อาคารสำนักงาน, สถานีรถไฟ, ตลาด หรือแม้แต่ร้านสะดวกซื้อได้ง่าย
- สร้าง Branding ชูความเป็น Coffee Ecosystem ซึ่งภายในร้านจะขายทุกอย่างที่เกี่ยวกับกาแฟ ตั้งแต่เมล็ดกาแฟ, เครื่องชง, อุปกรณ์ ไปจนถึงของสะสม ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้นอกเหนือจากการขายกาแฟแบบทั่วไป
- ไม่เก็บค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ในช่วงแรก เพื่อดึงดูดพาร์ทเนอร์ให้เข้าสู่ระบบเร็วที่สุด เป็นกลยุทธ์การเจาะส่วนแบ่งตลาดที่มีการแข่งขันสูง
ธุรกิจที่มีสาขากว่า 1,000 แห่งรายได้กว่า 7,000 ล้านบาท

จากจุดเริ่มต้นที่ใช้จักรยานคันเดียวแต่ตอนนี้ Trung Nguyen เป็นอาณาจักรธุรกิจที่ใหญ่โต โดย Trung Nguyen E-Coffee ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่แตกไลน์มาของบริษัทแม่อย่าง Trung Nguyen Group รายได้ของกลุ่มบริษัทแม่ (TNG) อยู่ที่ประมาณ 6,200 – 7,000 ล้านบาท
ในปี 2026 กลุ่ม Trung Nguyen ที่รวมทุกโมเดลร้านและสินค้า ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดกาแฟในเวียดนามสูงถึง 29.7% นับเฉพาะ Trung Nguyen E- Coffee มีสาขากว่า 1,000 แห่ง และแผนการตลาดในปี 2026 วางแผนจะขยายสาขาให้ได้ถึง 3,000 แห่งเพื่อครอบคลุมทุกพื้นที่โดยเฉพาะตึกออฟฟิศไปจนถึง
ร้านสะดวกซื้อและสถานีบริการน้ำมันต่างๆ สิ่งที่น่าสนใจคือ Trung Nguyen E-Coffee เน้นการลงทุนง่ายทำให้ยอดขายต่อสาขาแม้จะไม่สูงเท่าแบรนด์ใหญ่อย่าง Highlands หรือ Starbucks แต่ อัตรากำไรต่อเงินลงทุน (ROI) ของผู้ซื้อแฟรนไชส์ถือว่าน่าดึงดูดสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย
ทั้งนี้รายได้ของ Trung Nguyen E-Coffeeสะท้อนถึงกลยุทธ์ Volume over Margin คือการเน้นจำนวนสาขาที่มากเพื่อให้ได้ปริมาณการสั่งซื้อวัตถุดิบมหาศาล (Economy of Scale) ซึ่งเป็นโมเดลที่แข็งแกร่งมากในการป้องกันคู่แข่งรายใหม่ไม่ให้เข้ามาแทรกแซงตลาดได้ง่ายๆ
อ้างอิง
- https://citly.me/8VbNM
- https://citly.me/fY9a7
- https://citly.me/TCUwe
- https://citly.me/ZP5ed
- https://citly.me/ju1d3
- https://citly.me/gOMEW
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
- อยากสร้างแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Ive14C
- อยากทำเป็นแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3IrrH0k
- รู้เรื่องกฎหมาย สัญญาแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Iu5WNu
- รวมความรู้แฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Pe0m5s
อ้างอิงจาก คลิกที่นี่
สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น
ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี
ลักษณะงาน
- เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
- ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
- มอบหมายงานและติดตามงาน
- อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ
1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้
- ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
- ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
- การปฏิบัติงาน
- เป้าหมายในอนาคต
2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ
- การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
- การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
- การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
- การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)
3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)
- การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
- สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
- กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
- มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม
4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ
- แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
- แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์
5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์
- รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
- ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
- ปรับปรุงแก้ไข
- พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง
การปฎิบัติงาน
- สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
- ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา
เงื่อนไขอื่นๆ
- การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์
อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้
สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy




