Gwangjang Market ตลาดเก่าเกาหลีใต้ เน้น Local Legend ไม่เน้นแฟรนไชส์

ในปี 2025 ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวในเกาหลีใต้สูงสุดเป็นประวัติการณ์จำนวน 18.7 ล้านคน มากกว่าในปี 2024 ที่มีจำนวน 16.37 ล้านคน เป้าหมายในปี 2026 นี้คาดว่าจะสูงถึง 21 ล้านคน โดยรัฐบาลเกาหลีใต้ตั้งเป้าหมายเชิงรุกไว้ที่ 30 ล้านคนภายในปี 2027 โดยเน้นไปที่การขยายการท่องเที่ยวไปยังเมืองรองด้วย คนที่ไปเที่ยวเกาหลีใต้ส่วนใหญ่มาจากหลายเหตุผล

บางคนก็เน้นตามรอยซีรีย์ , บางคนก็นิยม K-Pop หรือ  K-Beauty สิ่งเหล่านี้อาจเป็น Softpower ก็จริง แต่เสน่ห์ที่ชัดเจนสุดๆในความเป็นเกาหลีใต้คืออาหารและวัฒนธรรมที่มีจุดเด่นมาก

นักท่องเที่ยวที่มาเกาหลีใต้อาจนิยมการไปเดินห้างสรรพสินค้าเช่น The Hyundai Seoul, Shinsegae หรือว่า Lotte ซึ่งก็จะได้ความสะดวกสบาย ได้เลือกซื้อสินค้าที่น่าสนใจตามความต้องการ

แต่ถ้าจะสัมผัสวิถีชีวิตแบบเกาหลีใต้จริงๆ การไปเดินตลาดหรือย่านชุมชนต่างๆ ก็เป็นอีกประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดซึ่งในเกาหลีใต้ก็มีตลาดที่น่าสนใจอยู่มาก

ตลาดน่าสนใจในเกาหลีใต้! ทำเล ยอดฮิต นักท่องเที่ยวเยอะ

ตลาดเก่าเกาหลีใต้
ภาพจาก www.facebook.com/namdaemunglobalmarket

ในปี 2025 – 2026 กระแส K-Life Tourism ในเกาหลีใต้กำลังมาแรง นักท่องเที่ยวอยากเรียนรู้การใช้ชีวิตแบบคนท้องถิ่นซึ่งมีหลายตลาดที่น่าสนใจได้แก่

1.ตลาดนัมแดมุน (Namdaemun Market) เป็นตลาดแบบดั้งเดิมที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี มีสินค้าให้เลือกเยอะมากทั้งของกินของใช้ของฝาก โดยมีตรอกสำหรับขายอาหารที่โด่งดัง ในหนึ่ง ซอยจะมีร้านขายอาหารชนิดเดียวกันตั้งเรียงรายกัน 5-10 ร้านขึ้นไป เช่น ตรอกคัลกุกซู (Kalguksu Alley) ตรอกคัลกุกซูที่ทุกร้านขายก๋วยเตี๋ยวเหมือนกันหมด , ตรอกปลาจริม (Galchi Jorim Alley) เน้นปลาต้มในซอสรสจัดพร้อมไชเท้าหวานๆ เป็นต้น

2.ตลาดดงมุน (Dongmun Traditional Market) ตลาดที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดบนเกาะเชจู รวมของดีประจำถิ่นอย่าง ส้มฮัลลาบง อาหารทะเลสด และหมูดำเชจู มีโซน Night Market ที่คึกคักและวัยรุ่นนิยมมาก

3.ตลาดทงแดมุน (Dongdaemun Market) เป็นย่านช็อปปิ้งที่มีทั้งโซนช็อปปิ้งในห้างสรรพสินค้า , ร้านขายส่ง หรือตรอกอาหารที่มีหลายร้านเด่นเช่น Jin Ok-hwa Original Chicken ร้านไก่ต้มในหม้อไฟที่คนต่อคิวยาวมาก หรือตรอกปลาเผา ที่มีร้านขายปลาเผาเรียงรายเยอะมาก ทานคู่กับกิมจิและข้าวสวยร้อนๆ คืออร่อยมาก

4.ตลาดกวางจัง (Gwangjang Market) เป็นตลาดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในโซล เปิดมาตั้งแต่ปี 1905 ดังเรื่อง Street Food มาก เป็นตลาดระดับที่เรียกว่าเป็น Landmark มีผู้เข้าชมเฉลี่ยถึง 65,000 คนต่อวัน

ตัวเลขน่าสนใจ! “ตลาด” แหล่งรายได้สำคัญของเกาหลีใต้

ตลาดเก่าเกาหลีใต้
ภาพจาก www.facebook.com/namdaemunglobalmarket

นักท่องเที่ยวที่มาเดินตลาดในเกาหลีใต้ถือเป็นกลุ่มที่มีพลังการซื้อสูงและมีจำนวนมาก สะท้อนได้จากตัวเลขและข้อมูลที่น่าสนใจคือ

  • ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพิ่มถึง 6.5 เท่าในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา
  • รายได้รวมของตลาดย่านทงแดมุน สูงถึง 1.45 ล้านวอน หรือประมาณ 3.8 หมื่นล้านบาท
  • 76.8% ของนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมการทานอาหารในในสไตล์เกาหลีใต้

ถ้าวัดกันที่รายได้ในปี 2025 ที่ผ่านมาเกาหลีใต้มีรายได้จากนักท่องเที่ยวประมาณ 20,250 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 7.3 แสนล้านบาท

โดยยอดใช้จ่ายต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 1,012 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 36,000 บาท ทั้งนี้รายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2025 คิดเป็นประมาณ 2.5% ของการบริโภคภายในประเทศ ของเกาหลีใต้ ตลาดเก่าเกาหลีใต้ ซึ่งมีส่วนช่วยอย่างมากในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลาดเก่าเกาหลีใต้ 

Gwangjang Market ตลาดอายุ 121 ปี ทำเลทองของร้านค้าในเกาหลีใต้!

ตลาดเก่าเกาหลีใต้
ภาพจาก https://citly.me/EV2In

ตลาดกวางจังเปิดอย่างเป็นทางการในปี 1905 โดยจดทะเบียนเป็น ตลาดถาวร แห่งแรกของเกาหลีใต้ คำว่า “กวางจัง” (Gwangjang) มีความหมายสื่อถึงการเชื่อมโยงระหว่างสะพานสองแห่ง คือสะพานกวางคโย และสะพานจางคโย ซึ่งเป็นทำเลทองในสมัยก่อน ตลาดเก่าเกาหลีใต้

นับถึงตอนนี้ก็เป็นตลาดที่อายุกว่า 121 ปี ถูกยกให้เป็นถนนแห่ง Street Food ที่นักท่องเที่ยวอยากมาสักครั้ง ที่นี่มีเมนูอร่อยระดับตำนานที่ใครได้มาจะต้องลองให้ได้คือ

  • บินแดต็อก (Bindaetteok) ที่เป็นแพนเค้กถั่วเขียวทอดกรอบๆ จากกระทะจุดเด่นคือการใช้โม่หินบดถั่วเขียวให้เห็นกันหน้าร้าน ทานคู่กับหอมหัวใหญ่ดองในซีอิ้ว
  • คัลกุกซู (Kalguksu) เมนูก๋วยเตี๋ยวเส้นสดทำมือส้นจะมีความเหนียวนุ่มและน้ำซุปที่กลมกล่อม
  • มายักคิมบับ (Mayak Kimbap) ข้าวห่อสาหร่ายชิ้นเล็กๆ จิ้มกับซอสมัสตาร์ดสูตรพิเศษ
  • ยุกฮเว (Yukhoe) ลักษณะคล้าย ซอยจุ๊ ของเมืองไทยใช้เนื้อวัวดิบคลุกน้ำมันงาและไข่แดงสด บางร้านได้รับรางวัล Michelin Bib Gourmand ด้วย
ตลาดเก่าเกาหลีใต้
ภาพจาก https://citly.me/EV2In

Gwangjang Market มีพื้นที่ตลาดประมาณ  42,000 ตารางเมตรมีร้านค้ามากกว่า 5,000 ร้านจำนวนคนขายของ รวมถึงลูกจ้างต่างๆของแต่ละร้านมีกว่า 20,000 คน แม้ไม่มีตัวเลขสรุปยอดขายรวมที่เป็นทางการของทั้งตลาด เพราะส่วนใหญ่เป็นร้านค้าย่อย

แต่คาดการณ์ว่ากลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริโภคในเขต Jongno ซึ่งเป็นที่ตั้งของตลาด สร้างรายได้นับ แสนล้านวอนต่อปี

อย่างไรก็ดีถึงแม้จะเป็นตลาดที่ดังมากแต่ก็มีการปรับตัวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง เช่นการลงทะเบียนผู้ขายอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันการโก่งราคานักท่องเที่ยว หรือการใช้ QR Code เมนูหลายภาษาและการรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิต/Mobile Wallet แทบทุกแผง ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนได้คล่องตัวมากขึ้น

ตลาดเก่าแก่ที่เน้น Local Legend ไม่เน้นแฟรนไชส์

ตลาดเก่าเกาหลีใต้
ภาพจาก https://citly.me/EV2In

แม้จะมีนักท่องเที่ยวเยอะขึ้นมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ Gwangjang ยังรักษาความเป็น Local ไว้ได้อย่างดี  และแทบจะไม่มีร้านที่เป็นแฟรนไชส์ในตลาดแห่งนี้ เราอาจจะเห็นร้านในรูปแบบแฟรนไชส์อยู่บ้างแต่ก็ไม่ใช่ในตลาดโดยตรง แต่จะเป็นร้านที่อยู่บริเวณรอบๆตลาด

อย่างไรก็ดีอาจมีหลายคนเข้าใจผิดและคิดว่าร้านดังหลายแห่งในตลาดนี้คือร้านที่เป็นแฟรนไชส์ เพราะมีบางร้านในตลาดที่ขยายสาขาจนดูเหมือนแฟรนไชส์ แต่จริงๆ แล้วคือธุรกิจแบบครอบครัวที่เติบโตขึ้น

ยกตัวอย่าง ร้าน Abebe Bakery ร้านโดนัทครีมสดแม้จะมีสาขาอื่นบ้าง แต่หัวใจหลักคือร้านขนมแบบ Specialty ที่เน้นคุณภาพเป็นสำคัญ หรือร้าน Park’s Family Bindaetteok ที่อาจเห็นป้ายร้านนี้ในหลายจุดของตลาด แต่ที่จริงคือการขยายสาขาในตลาดที่ให้คนในครอบครัวมาช่วยกันขาย ซึ่งก็ไม่ใช่รูปแบบแฟรนไชส์เช่นกัน

ในอีกมุมหนึ่งแม้จะไม่มีแฟรนไชส์ในตลาดอย่างชัดเจน แต่ก็มีหลายร้านในตลาดแห่งนี้ที่ได้รับความนิยมและพัฒนาธุรกิจตัวเองจนขยายสาขาไปยังพื้นที่อื่นที่อยู่นอกตลาดได้ยกตัวอย่างเช่น

Gwangjang Market Chapssal Kkwabaegi  ร้านโดนัทเกลียวที่แม้ตอนนี้จะไม่มีสาขาอยู่นอกตลาดแต่ก็มีการพัฒนาระบบบริหารจัดการได้ไม่ต่างจากการเป็นร้านแฟรนไชส์แบบมืออาชีพ

Soonheene Bindaetteok  ร้านแพนเค้กถั่วเขียวที่มีสาขาอยู่ในตลาดหลายจุด โดยรสขาติและมาตรฐานเท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นธุรกิจที่ดังจากในตลาดแต่ตอนนี้ได้ขยายสาขาไปเปิดที่ห้างสรรพสินค้า The Hyundai Seoul รวมถึงอีกหลายสาขาที่อยู่ในกรุงโซลด้วย

Changsin-dong Maeun Jokbal (ขาหมูเผ็ดชางชินดง) เป็นร้านชื่อดังที่มีสาขาอยู่ในตลาด Gwangjang และก็มีอีกหลายสาขาเช่นสาขาย่างชางชิน , สาขาย่านชินดัง เป็นต้น  

ตลาดเก่าเกาหลีใต้
ภาพจาก https://citly.me/EV2In

เหตุผลน่าสนใจที่ในตลาด Gwangjang ถึงไม่มีร้านแฟรนไชส์เข้ามาเนื่องจากมีกฎเหล็กของสมาคมผู้ค้าที่พยายามรักษาเอกลักษณ์เดิมของตลาดไว้ แผงลอย หรือร้านค้าในตลาดมักเป็นมรดกตกทอดของคนในครอบครัว

รวมถึงความเข้าใจในพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการเห็นร้านค้าแบบ Local มากกว่าการเห็นร้านแฟรนไชส์ สิ่งเหล่านี้ทำให้ Gwangjang มีมนต์เสน่ห์ที่น่าหลงใหล

ย้อนกลับมาดูประเทศไทยที่เราก็ได้ชื่อว่าเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวเช่นกัน แต่สิ่งที่เราขาดหายคือมนต์เสน่ห์แบบไทยๆ แม้จะมีให้เห็นบ้าง แต่ก็ไม่ชัดเจน หลายตลาดได้ผนวกรวมเอาธุรกิจสมัยใหม่เข้ามาจนมากเกินไป

ถ้ายกเอา Gwangjang เป็นกรณีศึกษาจะเห็นได้ถึงความเป็น Local ของเกาหลีที่ถูกจัดการอย่างมีระเบียบ จัดสรรพื้นที่แยกโซนสินค้าได้อย่างน่าสนใจ

หากตลาดในเมืองไทยนำจุดนี้มาปรับใช้จะอัพทำเลตลาดของเราให้น่าสนใจมากขึ้น ซึ่งหมายถึงโอกาสในการขายที่เพิ่มรายได้ให้ธุรกิจมากขึ้นด้วย อ้างอิง :

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่

สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy) เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy)

คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก)

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด