Dicos คู่แข่ง KFC ไก่ทอดยักษ์ใหญ่เบอร์ 3 ของจีน

ตลาดไก่ทอดในประเทศจีนเป็นสมรภูมิที่ดุเดือดและมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีทั้งแบรนด์จากฝั่งยุโรป อเมริกา และแบรนด์ท้องถิ่นที่เติบโตรวดเร็ว

แม้จะไม่มีตัวเลขของตลาดไก่ทอดโดยเฉพาะ แต่ภาพรวมของตลาด Fast Food ในจีนคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงกว่า 1.1 – 1.2 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 5.5 – 6 ล้านล้านบาท แยกเฉพาะไก่ทอดที่เป็นเซกเมนต์ใหญ่สุดในกลุ่มฟาสต์ฟู้ด มีอัตราเติบโตเฉลี่ยประมาณ 5-6% ต่อปีเนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคที่เน้นความสะดวกและการขยายตัวของบริการเดลิเวอรี

ตลาดไก่ทอดเมืองไทย แข่งขันดุเดือดสูสีกับจีน!

Dicos คู่แข่ง KFC

สำรวจตลาดไก่ทอดเมืองไทยก็ร้อนแรงไม่แพ้ของจีนถ้าดูเฉพาะร้านไก่ทอดที่เป็นอาหารบริการด่วน (QSR) ปี 2569 มีมูลค่าประมาณ 30,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดในตลาดฟาสต์ฟู้ดทั้งหมดของไทยที่มีมูลค่ารวมประมาณ 45,000 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 8% ต่อปี

แม้จะมีความท้าทายเรื่องกำลังซื้อชะลอตัว แต่ไก่ทอดจัดเป็นอาหารที่เข้าถึงง่ายและคุ้มค่าสำหรับคนทุกกลุ่ม ทั้งนี้ KFC ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 อยู่ที่ประมาณ 52% พร้อมเครือข่ายสาขากว่า 1,157 แห่งทั่วประเทศ ส่วนที่เหลืออีก 48% เป็นการต่อสู้กันระหว่างแบรนด์ระดับที่รองลงมารวมถึงแบรนด์ใหม่ที่มาจากต่างประเทศ

ถ้าลองสำรวจเข้าไปในตลาดตอนนี้พบว่ามีธุรกิจร้านไก่ทอดแข่งขันดุเดือดมาก ที่สำคัญมีมาจากหลายสัญชาติด้วยอย่างในฝั่งอเมริกาก็มีหลายแบรนด์เช่น

  • KFC เจ้าตลาดเบอร์ 1 ของไทย ครองส่วนแบ่งกว่า 50% เป็นแบรนด์ที่ปรับตัวเก่ง เน้นทำแคมเปญเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่
  • McDonald’s แม้จุดเด่นจะเป็นเบอร์เกอร์ แต่ช่วงหลังบุกเรื่อง ไก่ทอดแมค ที่เน้นความกรอบและชิ้นใหญ่เพื่อสู้กับ KFC
  • Wingstop แบรนด์ดังจากอเมริกาที่เพิ่งเข้าไทย เปิดสาขาแรกที่ MBK เมื่อต้นปี 2026 เน้นไก่ทอดแนววิงส์ที่มีรสชาติให้เลือกเยอะมาก

Dicos คู่แข่ง KFC

ในฝั่งของไก่ทอดจากเกาหลีใต้ที่ต้องบอกว่าก็มาแรงในเมืองไทยเช่นกันที่สำคัญได้รับความนิยมจากคนไทยเยอะมากมีหลายแบรนด์ที่น่าสนใจเช่น

  • Bonchon ภายใต้การบริหารของ Minor Food มีสาขามากกว่า 150 แห่ง นอกจากไก่ทอดก็ยังมีเมนูอื่นให้เลือกเยอะ
  • BHC Chicken ปัจจุบันมีมากกว่า 14 สาขา และไม่ได้มีแค่ไก่ทอด แต่มีเมนูอาหารเกาหลีครบวงจร
  • Pelicana แบรนด์ไก่ทอดระดับตำนานของเกาหลีที่เข้ามาเปิดตัวเมื่อปี 2568 เน้นความพรีเมียมและรสชาติเกาหลีแท้ๆ
  • NeNe Chicken / Gungun Chicken แบรนด์ไก่ทอดที่เน้นกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มคนที่ชื่นชอบวัฒนธรรมแบบ K-Pop

จากฝั่งอเมริกา มาถึงเกาหลี ตอนนี้ลองมาดูในฝั่งแบรนด์ไก่ทอดจากจีน ซึ่งก็มีที่น่าสนใจอยู่หลายแบรนด์

  • Zhengxin Chicken Steak ปัจจุบันมีสาขาในไทยกว่า 10 แห่ง มีเมนูเด่นๆ เช่น น่องไก่เล็กสไปซี่ , สเต็กไก่ทอด เป็นต้น
  • Wallace ผู้ท้าชิงรายใหม่จากจีนที่ใช้กลยุทธ์ราคาถูกกว่าแบรนด์อเมริกาถึง 50-60% เน้นโมเดลร้านขนาดเล็กและบริการไว

ในส่วนของแบรนด์ไทยเองก็เห็นเยอะมากไม่ว่าจะเป็นเชสเตอร์ , ชิกกี้ชิก , ไก่ห้าดาว , Joe Wings (แบรนด์ไก่ทอดในเครือโอกะจู๋) , ไก่สวรรค์, Henry Fry , Chickaletta ที่ต่างก็เริ่มขยายสาขาและมีฐานลูกค้าของแต่ละแบรนด์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ตลาดไก่ทอดเมืองจีน เบอร์หนึ่งคือ KFC แต่คู่แข่งเพียบ!

Dicos คู่แข่ง KFC
ภาพจาก https://citly.me/NSH7L

ในจีนตลาดไก่ทอดกำลังเปลี่ยนจากการแข่งที่ เน้นรสชาติ ไปสู่ การทำสงครามราคามากขึ้น แบรนด์ที่เอาชนะใจลูกค้าได้คือแบรนด์ที่สามารถทำราคาให้เข้าถึงง่ายในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน และมีความเป็นดิจิทัลสูง คือสามารถสั่งผ่าน WeChat/Douyin ได้รวดเร็ว

ดูข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2025 ที่ผ่านมาจีนมีร้านที่เกี่ยวข้องกับไก่ทอดรวมกว่า 98,800 ร้าน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ากว่า 4,000 ร้าน และในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2025 ยอดขายไก่ทอดผ่านช่องทางเดลิเวอรีสูงถึง 53.1% สะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เน้นความสะดวกเป็นหลัก

ถ้าลองไปสำรวจดูว่าตลาดนี้มีการแข่งขันดุเดือดแค่ไหนเราจะพบว่ามีหลายแบรนด์ที่กำลังช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาด

  • KFC เน้นการบริหารเอง (Yum China) เพื่อควบคุมมาตรฐาน ใช้กลยุทธ์เมนูตามภูมิภาค เช่นการขายโจ๊ก ปาท่องโก๋ในบางพื้นที่ หรือเมนูไก่ทอดซอสเสฉวนในแถบตะวันตกของประเทศ และอีกจุดเด่นคือการใช้ระบบ AI ในการทำนายยอดขายล่วงหน้าลด Food Waste ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงแอพเดลิเวอรี่ที่สร้างยอดขายผ่านระบบได้มหาศาล
  • Wallace ใช้โมเดลให้พนักงานหรือบุคลากรที่เกี่ยวข้องร่วมลงทุนในสาขา (Partnership) ทำให้ขยายตัวได้เร็วและพนักงานมีความเป็นเจ้าของสูง มีสาขาทั่วประเทศจีนมากกว่า 20,000 แห่งซึ่งมากกว่า KFC เน้นราคาถูก (Low-price และบุกตลาดเมืองรอง กลยุทธ์ราคาถูก เช่น เบอร์เกอร์ไก่ราคาเริ่มต้นเพียง 10 หยวน (ประมาณ 50 บาท)
  • Dicos แบรนด์ท้องถิ่นรายใหญ่อันดับต้นๆ มีสาขาประมาณ 2,500-3,000 แห่ง โดดเด่นเรื่อง ไก่ทอดกรอบหนังบาง และแพร่หลายมากในสถานีรถไฟและสนามบิน
  • McDonald’s มีสาขาในจีนกว่า 6,000 แห่ง และตั้งเป้าจะขยายให้ถึง 10,000 แห่งภายในปี 2028 เน้นเมนูไก่ทอด มากขึ้นเพื่อแข่งกับ KFC
  • Zhengxin Chicken Steak เน้นขาย ไก่ทอด ราคาประหยัด มีสาขาประมาณ 10,000 – 15,000 แห่ง เน้นโมเดลร้านขนาดเล็ก ทำเลตามแหล่งชุมชนและสถานีรถไฟใต้ดินใช้วิธีการขายแบบ Take-away
  • Tastien แบรนด์มาแรงที่ใช้กลยุทธ์สินค้าเบอร์เกอร์จีน คือแป้งทำสดแบบจีนใส่ไส้ไก่ทอด เติบโตเร็วมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาจนมีสาขาเฉียด 10,000 แห่ง
  • Popeyes แบรนด์จากฝั่งอเมิรกาที่กำลังพยายามกลับมาบุกตลาดจีนรอบใหม่ภายใต้การบริหารของ Tims China โดยเน้นภาพลักษณ์พรีเมียมและรสชาติสไตล์หลุยเซียนา

Dicos ไก่ทอดยักษ์ใหญ่เบอร์ 3 ของจีน คู่แข่งโดยตรงของ KFC

ภาพจาก https://citly.me/NSH7L

หนึ่งในคู่แข่งที่น่ากลัวของ KFC ก็คือ Dicos ที่ก่อตั้งครั้งแรกในปี1994 เลือกเปิดสาขาแรกที่ เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน

เป็นแบรนด์ที่มีแนวคิดตามแบบตะวันตก ในช่วงแรกจึงยังไม่ประสบความสำเร็จนัก และต้องเผชิญหน้ากับยักษ์ใหญ่อย่าง KFC ที่ครองตลาดอยู่ จุดเปลี่ยนสำคัญคือปี 1996 กลุ่มบริษัท Ting Hsin International กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากไต้หวัน ที่เป็นเจ้าของแบรนด์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชื่อดังอย่าง Master Kong ได้เข้าซื้อกิจการ Dicos การเปลี่ยนเจ้าของครั้งนี้ทำให้ Dicos เปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ทั้งหมด หันมาสร้างตัวตนเป็น ฟาสต์ฟู้ดรสชาติที่ถูกปากคนจีน

ชูจุดเด่นคือ Pistol Leg ที่ใช้ไก่ชิ้นใหญ่กว่าปกติและเทคนิคการทอดแบบหนังกรอบมากแต่เนื้อในนุ่ม ซึ่งกลายเป็นภาพจำของแบรนด์จนถึงทุกวันนี้

ส่วนกลยุทธ์ด้านการตลาดเน้นการปรับรสชาติให้ถูกใจคนท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ เช่นเบอร์เกอร์ข้าว , ไก่ทอดหนังกรอบ , เมนูที่ใช้ส่วนผสมของพุทราจีน , ลิ้นจี่ หรือการใช้เครื่องเทศท้องถิ่นหมักไก่ ในปี 2020-2025 ที่ผ่านมาเริ่มหันมาใช้เทคนิคการตลาดผ่านโซเชี่ยล ที่เห็นเด่นชัดคือการทำเมนูไก่ทอดรูปฝ่ามือที่มี 6 นิ้ว ซึ่งกลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว

ภาพจาก https://citly.me/HudP9

นอกจากนี้ Dicos เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ใช้ระบบ Digital Loyalty ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีฐานสมาชิกมากกว่า 50-70 ล้านคนที่ทำให้มี Big Data มาวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าได้แม่นยำมากขึ้น

ปัจจุบันมีสาขาประมาณ 3,500 แห่ง สำหรับข้อมูลรายได้ของ Dicos เป็นข้อมูลที่ค่อนข้างมีความเฉพาะตัว เนื่องจาก Dicos บริหารงานโดยกลุ่ม Ting Hsin International Group ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนในไต้หวัน ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมดเหมือน Yum China แต่คาดการณ์ว่ามียอดขายรวมอยู่ที่ระดับหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

แม้จะยังห่างจาก KFC (Yum China) ที่ทำรายได้เฉพาะส่วนของ KFC ได้สูงถึง 8.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 แต่ Dicos ก็มีกำไรต่อหน่วยที่แข็งแกร่งจากการขยายธุรกิจในเมืองลำดับรองต่างๆ

Dicos ยังไม่มีแผนทำตลาดในเมืองไทย! เสี่ยงขาดทุนมากกว่ากำไร

ภาพจาก https://citly.me/mNKOU

ยังไม่มีประกาศว่า Dicos จะเข้ามาเปิดสาขาในเมืองไทย แม้ว่าในช่วงปี 2024-2025 จะมีแบรนด์ไก่ทอดและฟาสต์ฟู้ดจากจีนทยอยบุกตลาดไทยอย่างต่อเนื่องก็ตาม เหตุผลน่าจะมาจากหลายปัจจัยได้แก่

1.เน้นขยายในตลาดที่ใกล้เคียงก่อน แม้ Dicos จะเริ่มขยายออกนอกประเทศจีนมาสักพักแล้ว แต่ยังจำกัดวงอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านที่มีวัฒนธรรมการกินใกล้เคียงกันมาก เช่น กัมพูชา ซึ่งมีหลายสาขาในพนมเปญ และ ฮ่องกง รวมถึงการบุกตลาดในเอเชียกลางและมองหาโอกาสในเวียดนาม แผนการเข้าไทยจึงยังไม่ใช่ลำดับความสำคัญสูงสุดในตอนนี้

2.กำลังดูเชิงตลาดไทยที่การแข่งขันสูงมาก เพราะตลาดไก่ทอดในเมืองไทยมีความดุเดือดมากสุดในภูมิภาค แถมเจ้าตลาดเดิมก็คือ KFC และยังมีแบรนด์จากฝั่งเกาหลี รวมถึงจากจีนเองที่มาเน้นทำสงครามราคาอย่าง Zhengxin Chicken Steak ที่เน้นขายราคาถูกมาก

3.กลยุทธ์ป่าล้อมเมืองที่ใช้ในจีนอาจไม่ได้ผลในเมืองไทย สาเหตุที่ Dicos ในจีนเติบโตเป็นอันดับ 3 เพราะมาจากการใช้กลยุทธ์ป่าล้อมเมือง แต่ในไทย ตลาดฟาสต์ฟู้ดรวมตัวกันอยู่ในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวเป็นหลัก หาก Dicos จะเข้าไทย เขาต้องหาพาร์ทเนอร์ในไทยที่แข็งแกร่งพอๆ กับกลุ่ม Ting Hsin (บริษัทแม่) ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณของดีลใหญ่กับกลุ่มทุนไทยเจ้าไหนให้เห็น

ก็คงต้องมาลุ้นกันว่าในอนาคต Dicos จะเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยหรือไม่ หรือสุดท้ายแล้วก็จะเลือกไปทำตลาดที่ประเทศอื่นเพราะมองเห็นแล้วว่าตลาดเมืองไทยคงได้ไม่คุ้มเสีย ยิ่งตอนนี้ภาวะเศรษฐกิจในเมืองไทยมีความผันผวนหนัก คำนวณแล้วปัจจัยเสี่ยงเยอะเกินกว่าจะเลือกลงทุน

แต่ในมุมของนักธุรกิจถ้ามองว่า Dicos มีจุดเด่นที่จะสร้างความแตกต่างได้ก็ไม่แน่ว่าอาจจะมีดีลธุรกิจเกิดขึ้น ก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้ก็มีความสุขไปกับแบรนด์ไก่ทอดที่มีในเมืองไทยไปก่อนดีกว่า

อ้างอิง :

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy

กองบรรณาธิการเว็บไซต์

ยินดีสนับสนุน SMEs ไทยทุกแบรนด์ ที่ต้องการสร้างความเข้มแข็ง อยากเรียนรู้ พัฒนาธุรกิจ ส่งเสริมความเข้าใจในการตลาด มีความคิดสร้างสรรค์ แบ่งปันเพื่อสังคม ต่อยอดธุรกิจ ให้ประสบความสำเร็จในอนาคต