“Depop” สร้างธุรกิจขายเสื้อผ้ามือสองออนไลน์ รายได้กว่า 35 ล้านบาท ไอเดียเด็กสาววัย 18

เสื้อผ้ามือสองในปัจจุบันไม่ใช่แค่ทางเลือกราคาถูก แต่ได้พัฒนามาเป็นกระแสแฟชั่นถึงขั้นกลายเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้มหาศาล คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าตลาดในปี 2026 ประมาณ 2.88 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 10 ล้านล้านบาท


และมีแนวโน้มจะแตะระดับ 3.67 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2029 โดยเฉพาะในช่องทางออนไลน์มีอัตราเติบโตสูงมากเฉลี่ยที่ 13% ต่อปี ซึ่งถ้าดูจากพฤติกรรมผู้บริโภคพบว่า
เสื้อผ้าของ Gen Z และ Millennials ประมาณ 1 ใน 3 จะต้องมีสินค้ามือสอง

  • 50% ของ Gen Z และ Millennials ซื้อหรือขายเสื้อผ้ามือสองภายในรอบปีที่ผ่านมา
  • 56% ของผู้บริโภคระบุว่าสินค้ามือสองคือสิ่งแรกที่นึกถึงเมื่อจะซื้อเสื้อผ้า
  • 39% ของ Gen Z และ Millennials ขายเสื้อผ้าของตัวเองเพื่อนำเงินไปหมุนเวียน

ทำไมเสื้อผ้ามือสองถึงฮิต?

สร้างธุรกิจขายเสื้อผ้ามือสองออนไลน์
ภาพจาก https://www.depop.com

เหตุผลที่ทำให้คนส่วนใหญ่นิยมเสื้อผ้ามือสองไม่ใช่แค่เรื่องราคาถูก แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมรวมถึงการผสมผสานด้านเทคโนโลยีเข้ามาในชีวิตประจำวันมากขึ้น ทำให้สไตล์การแต่งตัวของผู้คนมีแนวคิดที่เปลี่ยนไปจากเดิม

1.ต้องการสร้างเอกลักษณ์ โดย 68% ของคนกลุ่ม Gen Z และ Millennials เป็นฐานลูกค้าสำคัญของสินค้าเสื้อผ้ามือสอง เนื่องจากคนกลุ่มนี้ต้องการสไตล์แต่งตัวที่แตกต่าง ไม่ต้องการเสื้อผ้าที่ดูเหมือนกับคนอื่น การเลือกเสื้อผ้ามือสองที่มักมีคัตติ้งเนื้อผ้าหรือดีเทลที่หาไม่ได้จากยุคนี้ ทำให้การแต่งตัวดูมีเอกลักษณ์มากขึ้น

2.กระแสรักษ์โลกมาแรง และส่งต่อมาถึงความรู้สึกในการเลือกซื้อเสื้อผ้าเช่นกัน คนรุ่นใหม่ส่วนมากไม่ต้องการมีส่วนร่วมทำลายสิ่งแวดล้อม

ซึ่งการซื้อของมือสองช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 82% เมื่อเทียบกับการซื้อของใหม่ และยังต่ออายุเสื้อผ้าให้ใช้งานได้นานขึ้นไม่ต้องนำไปทำลายทิ้ง

3.อิทธิพลจาก Digital Transformation โดยแอปพลิเคชันอย่าง Depop, Instagram, TikTok Shop เปลี่ยนภาพลักษณ์การขายของมือสองให้ดูน่าสนใจ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และสร้างรายได้ดี

ที่สำคัญคือกลุ่มลูกค้าของเสื้อผ้ามือสองนับวันก็จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ และการตลาดผ่านโซเชี่ยลมีเดียก็มีโอกาสเข้าถึงลูกค้าได้อย่างกว้างขวาง

Depop แพลตฟอร์มยอดฮิตสำหรับซื้อขายเสื้อผ้ามือสอง

สร้างธุรกิจขายเสื้อผ้ามือสองออนไลน์
ภาพจาก https://citly.me/hg8jW

Depop คือ การผสมระหว่าง eBay และ Instagram เป็นแพลตฟอร์ม Marketplace สำหรับซื้อขายสินค้าแฟชั่นมือสองที่เน้นความสวยงามของรูปภาพและการสร้าง Community จนกลายเป็นแอปยอดฮิตของกลุ่ม Gen Z ทั่วโลก

โดย Depop ทำหน้าที่เป็นตลาดกลางออนไลน์ที่เน้น Fashion & Lifestyle โดยเฉพาะ ซึ่งเราสามารถเลื่อนดูสินค้าจะเหมือนการไถฟีดโซเชียล มีการกด Like, Follow และส่งข้อความคุยกับคนขายได้โดยตรง

ทั้งนี้จุดเริ่มต้นของ Depop ก่อตั้งในปี 2011 โดย Simon Beckerman ที่อิตาลี เดิมทีถูกออกแบบมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของนิตยสารเกี่ยวกับวัฒนธรรมวัยรุ่นและดนตรี โดยตั้งใจจะให้ผู้อ่านสามารถซื้อสินค้าที่เห็นในนิตยสารได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส

ในช่วงปี 2015-2020 Depop กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม มันไม่ใช่แค่ที่ขายของ แต่เป็นที่ที่เด็กวัยรุ่นมาสร้างแบรนด์ของตัวเอง หลายคนเริ่มต้นจากการขายเสื้อผ้าในตู้ จนกลายเป็นเจ้าของธุรกิจที่มีรายได้หลักล้าน

ด้วยความสำเร็จอันล้นหลาม ในปี 2021 Etsy ได้เข้าซื้อกิจการ Depop ด้วยมูลค่าสูงถึง 1,625 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายฐานลูกค้าเข้าสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่

Bella McFadden ใช้ Depop สร้างธุรกิจยอดขายกว่า 35 ล้านบาท

สร้างธุรกิจขายเสื้อผ้ามือสองออนไลน์
ภาพจาก https://citly.me/mr7w0

Bella McFadden หรือที่คนทั่วโลกจดในชื่อ Internet Girl ถือเป็นหนึ่งในผู้นำแห่งวงการเสื้อผ้ามือสองยุคใหม่ และเป็นคนที่ทำให้การขายของใน Depop กลายเป็นอาชีพในฝันของวัยรุ่นหลายคน

โดย Bella เป็นชาวแคนาดาที่เริ่มต้นจากการเป็นเด็กวัยรุ่นอายุเพียงแค่ 18 ปี (ในขณะนั้น) ที่หลงใหลในแฟชั่นแนว Goth, Punk, และ Y2K และเริ่มขายเสื้อผ้าจากตู้ตัวเองใน Depop และโด่งดังมากจนกลายเป็น ผู้ขายคนแรกในประวัติศาสตร์ของ Depop ที่ทำยอดขายได้ทะลุ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 35 ล้านบาท

โดย Bella ใช้ไอเดียการตลาดที่คิดขึ้นเองเรียกว่า “iGirl Bundles” ซึ่งก็คือบริการสไตลิสต์ส่วนตัวในรูปแบบกล่องสุ่ม แทนที่ลูกค้าจะซื้อเสื้อผ้าทีละชุด ก็เปลี่ยนมาจ่ายเงินก้อนหนึ่งให้ Bella เพื่อทำหน้าที่คัดเลือกเสื้อผ้า เครื่องประดับ และของแถมให้ลูกค้าทั้งเซต

โดยอิงจาก”สไตล์ และ ไซส์ ของลูกค้าเป็นสำคัญ ค่าบริการเริ่มต้นที่ประมาณ 100 – 150 เหรียญสหรัฐ (ในช่วงปี 2019) และพุ่งสูงขึ้นกว่า 350 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 12,000 บาท) ในช่วงที่ความต้องการสูงมาก

จากความสำเร็จใน Depop ทำให้ Bella ต่อยอดมาสร้างแบรนด์ของตัวเองที่ชื่อว่า iGirl World ในปี 2017 โดยสินค้าที่ดังมากคือ iGirl Pendant ที่เป็นสร้อยคอรูปหัวใจสลักชื่อแบรนด์ และ Depop (@internetgirl) ของ Bella มีผู้ติดตามประมาณ 374,000 คน

ซึ่งถือเป็นหนึ่งในร้านระดับตำนานที่มียอดผู้ติดตามสูงที่สุดในแพลตฟอร์ม รวมถึงข้อมูลในปี 2026 ระบุว่าการลงของ (Weekly Drops) ใน Depop ของ Bella ยังคงแข็งแกร่ง

ภาพจาก https://igirlworld.com

โดยมียอดขายเฉลี่ย 900 – 1,200 ชุดต่อสัปดาห์ ในรูปแบบ Bundle ซึ่งถือเป็นปริมาณที่มหาศาลสำหรับผู้ขายรายเดียว และรายได้ก็ไม่ใช่มาจากเสื้อผ้ามือสองเท่านั้น แต่ยังมีรายได้จากการผลิตเครื่องประดับ เสื้อผ้า ในแบรนด์ของตัวเอง

ซึ่งจะมัก Sold Out ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังวางขาย คาดการณ์ว่าธุรกิจของ Bella ที่รวมทั้งการขายมือสองและแบรนด์ iGirl สามารถสร้างรายได้หมุนเวียน หลักหลายล้านบาทต่อเดือน

สินค้าเสื้อผ้ามือสองกับความสำเร็จของนักธุรกิจในเมืองไทย

ในเมืองไทยเองก็มีหลายคนที่ประสบความสำเร็จกับการจับเอาเสื้อผ้ามือสองมาเป็นธุรกิจ ยกตัวอย่างพ่อค้าแม่ค้าที่นำเสื้อยืดราคาหลักร้อยมาใส่ไอเดียใหม่จนขายได้ราคาเพิ่มมหาศาล ตัวอย่างที่ชัดเจนคือกลุ่มผู้ค้าที่ ตึกแดง จตุจักร หรือ สวนจตุจักร

ซึ่งเป็นศูนย์กลางเสื้อวินเทจระดับโลก หรือถ้าดูในโซเชี่ยล “จูเนียร์ บ๊อกแบ๊ก” คือพ่อค้าเสื้อวินเทจที่สร้างปรากฏการณ์ใน TikTok ไลฟ์สดขายเสื้อจนมียอดคนดูหลักพันถึงหลักหมื่นคน และสร้างรายได้มหาศาล

หรือร้านค้าในโซเชี่ยลอย่าง Mommy.cloth ที่เริ่มต้นจากเป็นนักศึกษาจบใหม่หันมาทำธุรกิจเสื้อผ้ามือสองนสามารถทำรายได้จากการไลฟ์สดเพียงครั้งเดียวได้หลักหลายหมื่นบาท

ซึ่งเราจะเห็นว่าธุรกิจเสื้อผ้ามือสองคือการลงทุนที่ยังเติบโตได้อีกมาก ในเมืองไทยคาดว่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 40,000 ล้านบาท เหนือสิ่งอื่นใด

ถ้าเรารู้จักนำเทคโนโลยีมาใช้ผสมผสานกับการทำธุรกิจ เลือกใช้แผนการตลาด มีไอเดียในการค้าขาย จะทำให้เสื้อผ้ามือสองกลายเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้สุดคุ้ม โดยเฉพาะในยุคนี้ที่คนส่วนใหญ่ต้องการสินค้าที่จ่ายน้อยแต่คุ้มค่าราคาที่จ่าย

อ้างอิง

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise

อ้างอิงจาก คลิกที่นี่


สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น

ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี

ลักษณะงาน

  • เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
  • ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
  • มอบหมายงานและติดตามงาน
  • อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ

1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้

  • ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
  • การปฏิบัติงาน
  • เป้าหมายในอนาคต

2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ

  • การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
  • การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
  • การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
  • การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)

3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)

  • การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
  • สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
  • กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
  • มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม

4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ

  • แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
  • แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์

5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์

  • รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
  • ปรับปรุงแก้ไข
  • พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง

การปฎิบัติงาน

  1. สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
  2. ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา

เงื่อนไขอื่นๆ

  • การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์

อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้ 

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy

 

คุณรัตนชัย ม่วงงาม (เปี๊ยก)

เรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ ทำงานในด้านวารสารมากว่า10ปี สะสมความรู้หลากหลายแนวทั้งด้านการเกษตร สังคม สู่การประยุกต์เป็นอาชีพทั้ง SMEs และแฟรนไชส์รวมถึงแนวทางด้านกลยุทธ์การตลาดต่างๆ การเขียนคืองานที่เราตั้งใจและใจรักมากที่สุด