5 ข้อควรระวังก่อนลงทุนทองคำมือใหม่ต้องอ่านถ้าไม่อยากขาดทุน !

ในยุคที่เศรษฐกิจเอาแน่เอานอนไม่ได้ “ทองคำ” มักกลายเป็นสินทรัพย์หลบภัยที่ทุกคนนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ แต่ภาพจำที่ว่าซื้อทองไว้ยังไงก็กำไร อาจไม่ได้เป็นจริงเสมอไปสำหรับมือใหม่ที่ขาดการเตรียมตัว การตัดสินใจลงทุนทองคำ โดยปราศจากความเข้าใจที่ถูกต้องอาจเปลี่ยนจากโอกาสทำกำไรให้กลายเป็นความเสี่ยงที่ทำให้เงินในกระเป๋าหายไปอย่างน่าเสียดาย เพื่อให้การเริ่มต้นของคุณมั่นคงและลดโอกาสผิดพลาด นี่คือ 5 ข้อควรระวังที่มือใหม่ต้องรู้ก่อนก้าวเข้าสู่สนามนี้


ลงทุนทองคำ

1. อย่าซื้อเพียงเพราะกลัวตกรถ

หนึ่งในความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดของมือใหม่คือการแห่ซื้อตามกระแส เมื่อเห็นข่าวว่าราคาทองทำ New High หรือเห็นคนรอบข้างรีบไปต่อคิวซื้อที่เยาวราช ความกลัวที่จะพลาดโอกาส มักจะทำให้เราตัดสินใจลงทุนทองคำในจังหวะที่ราคาสูงเกินไป ซึ่งเสี่ยงต่อการติดดอยในระยะยาว ควรศึกษาแนวโน้มราคาทองคำย้อนหลัง และกำหนดเป้าหมายกำไรที่ชัดเจน ไม่ควรใช้อารมณ์นำทางการตัดสินใจ

2. ระวังค่ากำเหน็จและส่วนต่างราคา

ทองคำแท่งและทองรูปพรรณมีต้นทุนที่ไม่เหมือนกัน สำหรับการสะสมเพื่อเก็งกำไร การซื้อทองรูปพรรณอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เพราะมีค่ากำเหน็จหรือค่าแรงในการขึ้นรูปที่ค่อนข้างสูง และเมื่อนำไปขายคืนจะถูกหักเปอร์เซ็นต์มากกว่าทองคำแท่ง การเริ่มต้นลงทุนทองคำอย่างชาญฉลาดจึงควรโฟกัสที่ทองคำแท่ง 96.5% หรือ 99.99% มากกว่า ตรวจสอบส่วนต่างราคารับซื้อ-ขายออกของสมาคมค้าทองคำทุกครั้งเพื่อให้เห็นต้นทุนที่แท้จริง

3. ความปลอดภัยและการจัดเก็บคือต้นทุนที่ซ่อนอยู่

หากคุณเลือกซื้อทองคำในรูปแบบ Physical หรือทองชิ้นจริง ๆ สิ่งที่ตามมาคือความเสี่ยงในการสูญหายหรือการถูกโจรกรรม การเก็บไว้ที่บ้านอาจไม่ปลอดภัยพอ แต่การฝากธนาคารก็มีค่าธรรมเนียมเช่าตู้นิรภัย ซึ่งทั้งหมดนี้คือต้นทุนเพิ่มเติมในการลงทุนทองคำที่หลายคนมักมองข้าม หากไม่สะดวกเก็บรักษาเอง ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันออมทองออนไลน์ที่น่าเชื่อถือ ซึ่งช่วยตัดปัญหาเรื่องการเก็บรักษาและยังเริ่มด้วยเงินจำนวนน้อยได้

4. ทองคำไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่เน้นการเติบโตของมูลค่าเท่านั้น หมายความว่าหากคุณถือทองไว้เฉย ๆ คุณจะไม่มีรายได้ระหว่างทางเหมือนการฝากเงินที่ได้ดอกเบี้ย หรือการถือหุ้นที่ได้เงินปันผล ดังนั้นการทุ่มเงินทั้งหมดที่มีมาลงทุนทองคำเพียงอย่างเดียวอาจทำให้ขาดสภาพคล่องหรือเสียโอกาสในการสร้างรายได้จากช่องทางอื่น จัดพอร์ตการลงทุนให้มีความหลากหลาย โดยให้ทองคำเป็นส่วนหนึ่งของการกระจายความเสี่ยงประมาณ 5-10% ของพอร์ตทั้งหมด

5. ระวังมิจฉาชีพและแหล่งซื้อขายที่ไม่ได้รับมาตรฐาน

ด้วยความที่ทองคำมีมูลค่าสูง จึงเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพสร้างกลโกงขึ้นมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการขายทองปลอม ทองยัดไส้ หรือการชักชวนลงทุนในแชร์ลูกโซ่ที่อ้างชื่อทองคำโดยให้ผลตอบแทนที่สูงเกินจริง
ซื้อขายผ่านร้านทองที่มีชื่อเสียง มีใบรับรอง และเป็นสมาชิกของสมาคมค้าทองคำเท่านั้น หลีกเลี่ยงการโอนเงินให้บุคคลธรรมดาหรือแอปพลิเคชันที่ไม่มีที่มาที่ไปชัดเจน

ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ทรงคุณค่าและช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ดีเยี่ยม แต่ก่อนที่จะเริ่มควักเงินในกระเป๋าออกมา การศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงทั้ง 5 ข้อนี้ จะช่วยให้ก้าวแรกของคุณในฐานะนักลงทุนมีความรอบคอบ และเดินไปสู่เป้าหมายทางการเงินได้อย่างที่ตั้งใจไว้โดยไม่เจ็บตัวหนักระหว่างทาง

กองบรรณาธิการเว็บไซต์

ยินดีสนับสนุน SMEs ไทยทุกแบรนด์ ที่ต้องการสร้างความเข้มแข็ง อยากเรียนรู้ พัฒนาธุรกิจ ส่งเสริมความเข้าใจในการตลาด มีความคิดสร้างสรรค์ แบ่งปันเพื่อสังคม ต่อยอดธุรกิจ ให้ประสบความสำเร็จในอนาคต