อยากหาเงินทุน เพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ เริ่มยังไงให้ผ่านฉลุย

หนึ่งในอุปสรรคใหญ่ที่สุดของคนที่มีความฝันอยากเป็นเจ้าของกิจการ หรือ หาเงินก้อนเพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจ คือปัญหาเรื่อง “ขาดเงินทุน” ครั้นจะหันไปพึ่งพาสินเชื่อส่วนบุคคล ตั้งแต่เริ่มต้น ก็มักจะพบกับดอกเบี้ยที่สูงหรือวงเงินที่ไม่เพียงพอ หรือหากพึ่งพาสินเชื่อธุรกิจ ก็อาจจะเจอกับปัญหาเรื่องหลักทรัพย์ที่นำไปค้ำประกัน หรือ เงื่อนไขที่ทำให้ไม่ผ่านเกณฑ์

ทางออกที่ชาญฉลาดและตอบโจทย์ สำหรับผู้ที่มีสินทรัพย์อย่าง “บ้าน” อยู่ในมือ คือการเลือกใช้สินเชื่อบ้านแลกเงิน” โดยเฉพาะผู้ที่มี “บ้านปลอดภาระ” เพราะเปรียบเสมือนการมีเงินสดสำรองก้อนใหญ่ที่ช่วยเป็นต้นทุนให้กับความฝันนี้ได้

บทความนี้ได้รับคำแนะนำโดย สินเชื่อบ้านทีทีบี (ttb) ในฐานะผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่ธนาคารจัดทำขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า จะพาไปเจาะลึกทุกขั้นตอนการเปลี่ยนบ้านเป็นทุน เพื่อให้การเริ่มต้นธุรกิจเป็นเรื่องที่เป็นไปได้

สินเชื่อบ้านแลกเงิน คืออะไร ทำไมคนทำธุรกิจถึงควรเลือก

สินเชื่อบ้านแลกเงิน หรือสินเชื่ออเนกประสงค์แบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เป็นโซลูชันทางการเงินที่เปิดโอกาสให้เจ้าของบ้าน คอนโดมิเนียม หรืออาคารพาณิชย์ ที่ทำการผ่อนชำระหมดแล้ว (ปลอดภาระหนี้) นำหลักทรัพย์ดังกล่าวกลับมาจดจำนองกับธนาคารอีกครั้ง เพื่อแลกเป็นเงินสดก้อนใหญ่ไปใช้จ่ายตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการต่อเติมบ้าน เพิ่มสภาพคล่อง ปิดหนี้บัตรเครดิต หรือเป้าหมายสำคัญอย่าง “การลงทุนทำธุรกิจ”

เหตุผลที่คนทำธุรกิจควรพิจารณาสินเชื่อประเภทนี้เป็นอันดับแรกๆ เพราะในมุมมองของการบริหารจัดการเงิน (Financial Management) การใช้ต้นทุนทางการเงินที่ต่ำที่สุด ย่อมหมายถึงโอกาสในการทำกำไรที่มากขึ้น ซึ่งสินเชื่อบ้านแลกเงินตอบโจทย์นี้ได้ดีเมื่อเทียบกับแหล่งเงินทุนประเภทอื่น

ข้อดีของการกู้เงินทำธุรกิจหรือเพิ่มสภาพคล่องด้วยสินเชื่อบ้านแลกเงิน

  1. อัตราดอกเบี้ย นี่คือจุดตัดสินแพ้ชนะของการบริหารต้นทุน สินเชื่อบ้านแลกเงินมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีอยู่ที่ประมาณ 5%-6% ต่อปี (ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของแต่ละธนาคาร) ในขณะที่สินเชื่อธุรกิจ ดอกเบี้ยเฉลี่ยสามปีอยู่ที่ 8%-10% ต่อปี และยังมีค่าธรรมเนียมยื่นกู้ที่ต้องจ่ายเพิ่มเติม และ สินเชื่อส่วนบุคคลที่ดอกเบี้ยสูงสุดถึง 25% ต่อปี ดังนั้นการเลือกดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยได้มากในระยะยาว
  2. ระยะเวลาผ่อนชำระ การทำธุรกิจต้องการกระแสเงินสดที่คล่องตัว สินเชื่อบ้านแลกเงินอนุญาตให้ผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 15-30 ปี (ขึ้นกับเงื่อนไขแต่ละธนาคาร)ส่งผลให้ยอดผ่อนต่อเดือนต่ำมาก ช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องเหลือพอที่จะนำไปหมุนเวียนในกิจการได้โดยไม่ตึงมือ
  3. วงเงินอนุมัติ ธนาคารมักอนุมัติวงเงินสูงถึง 70%-90% ของราคาประเมินหลักทรัพย์ ซึ่งหากบ้านมีมูลค่าสูง เงินก้อนที่ได้ก็จะมากเพียงพอสำหรับการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น การเซ้งร้าน การซื้อแฟรนไชส์ หรือการสั่งผลิตสินค้าล็อตใหญ่ ซึ่งกู้ได้ถึง 15-20 ล้านบาท (ขึ้นกับเงื่อนไขแต่ละธนาคาร)
  4. หลักทรัพย์ที่นำมาเป็นหลักประกัน ไม่ได้จำกัดเฉพาะบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม ทาวน์เฮ้าส์ หรือ คอนโดเท่านั้น แต่ยังสามารถนำโฮมออฟฟิศ ร้านค้าอาคารพาณิชย์ทั้งเป็นที่อยู่อาศัย หรือ ทำธุรกิจมายื่นกู้ได้เช่นกัน แต่มีข้อแม้คือต้องเป็นชื่อส่วนบุคคลหรือชื่อตนเองเท่านั้น(ไม่เป็นในชื่อนิติบุคคล)

เช็กลิสต์คุณสมบัติ! ใครบ้างที่มีสิทธิ์ยื่นกู้

ก่อนจะเดินเข้าธนาคารหรือเลือกว่ากู้สินเชื่อบ้านแลกเงินที่ไหนดี การเตรียมความพร้อมและตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อไม่ให้เสียเวลาและเพิ่มโอกาสในการอนุมัติ โดยมีเกณฑ์หลักๆ ดังนี้

  • สถานะของหลักทรัพย์ ผู้กู้ต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์นั้นๆ 100% และที่สำคัญที่สุดคือต้องเป็น “บ้านปลอดภาระ” คือผ่อนหมดแล้ว ไม่มีหนี้คงค้างกับสถาบันการเงินใด (กรณีที่ยังผ่อนไม่หมด อาจต้องใช้รูปแบบสินเชื่อรีไฟแนนซ์พร้อมขอวงเงินเพิ่มแทน ซึ่งเงื่อนไขจะต่างกัน)
  • คุณสมบัติผู้กู้ ต้องมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเมื่อรวมกับระยะเวลาผ่อนต้องไม่เกิน 65 ปี (หรือ 70 ปีในบางธนาคาร)
  • ความมั่นคงของรายได้ สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่วางแผนจะลาออกไปทำธุรกิจ ข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญคือ “ควรยื่นกู้ให้ผ่านก่อนลาออก” เพราะธนาคารจะพิจารณาจากความมั่นคงของรายได้ปัจจุบัน หากลาออกแล้วค่อยมากู้ สถานะจะกลายเป็นเจ้าของกิจการมือใหม่ ซึ่งธนาคารอาจขอรอดูผลประกอบการอย่างน้อย 1-2 ปี ทำให้กู้ยากขึ้น
  • ประวัติเครดิต ต้องมีประวัติการชำระหนี้ที่ดี ไม่มีการค้างชำระล่าช้า เพราะสิ่งนี้สะท้อนถึงวินัยทางการเงิน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจและการเป็นลูกหนี้ที่ดี

สินเชื่อบ้านแลกเงิน

5 ขั้นตอนกู้บ้านแลกเงินฉบับมือใหม่

สำหรับผู้ที่ไม่เคยทำธุรกรรมสินเชื่อบ้านมาก่อน หรือห่างหายไปนาน ขั้นตอนการขอกู้บ้านแลกเงินมีกระบวนการที่เป็นมาตรฐาน ดังนี้

1. ตรวจสอบราคาประเมินและภาระหนี้

เริ่มต้นด้วยการสำรวจมูลค่าทรัพย์สินของตนเอง ลองตรวจสอบราคาซื้อขายบ้านในละแวกใกล้เคียง หรือเช็กราคาประเมินที่ดินจากกรมธนารักษ์เบื้องต้น เพื่อนำมาคำนวณคร่าวๆ ว่า หากธนาคารปล่อยกู้ที่ 70-90% ของราคาประเมิน จะได้รับเงินทุนเพียงพอต่อแผนธุรกิจที่วางไว้หรือไม่

2. เปรียบเทียบโปรโมชั่นดอกเบี้ยแต่ละธนาคาร

อย่ามองแค่ตัวเลขดอกเบี้ยเดือนแรก แต่ให้พิจารณา “อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก” และ “อัตราดอกเบี้ยแท้จริงตลอดอายุสัญญา (EIR)” รวมถึงค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าจดจำนอง (1% ของวงเงินกู้) ค่าประเมินราคา หรือค่าประกันอัคคีภัย การเปรียบเทียบอย่างละเอียดจะช่วยให้พบข้อเสนอที่ตอบโจทย์ที่สุด

3. เตรียมเอกสารยื่นกู้

ความครบถ้วนของเอกสารช่วยให้การอนุมัติรวดเร็วขึ้น โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก:

  1. เอกสารส่วนตัว บัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน, ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)
  2. เอกสารรายได้ สลิปเงินเดือน (ย้อนหลัง 3-6 เดือน), หนังสือรับรองเงินเดือน และรายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง 6 เดือน
  3. เอกสารหลักทรัพย์ สำเนาโฉนดที่ดินทุกหน้า (หน้า-หลัง)

4. ประเมินหลักทรัพย์และอนุมัติ

เมื่อยื่นเอกสารครบถ้วนและผ่านการพิจารณาเบื้องต้น ธนาคารจะส่งบริษัทประเมินราคาเข้าไปถ่ายรูปและสำรวจสภาพบ้านจริง เพื่อตีมูลค่าทรัพย์สิน ขั้นตอนนี้จะมีค่าใช้จ่ายค่าประเมิน (บางธนาคารอาจมีโปรโมชั่นฟรีค่าธรรมเนียมส่วนนี้) จากนั้นธนาคารจะแจ้งผลอนุมัติวงเงินและดอกเบี้ยที่เป็นทางการ

5. ทำสัญญาและจดจำนองที่กรมที่ดิน

เมื่อตกลงรับสินเชื่อ จะมีการนัดหมายเพื่อเซ็นสัญญากู้เงินและไปดำเนินการจดจำนองที่สำนักงานที่ดินในเขตที่หลักทรัพย์ตั้งอยู่ เมื่อจดจำนองเสร็จสิ้น ธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชี หรือสั่งจ่ายเช็คให้ผู้กู้ เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ พร้อมนำเงินไปลงทุน

ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อน “เอาบ้านไปแลกเงิน” มาลงทุน

เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ แม้การกู้บ้านแลกเงินจะมีข้อดีเรื่องดอกเบี้ย แต่ความเสี่ยงสูงสุดคือ “หลักประกันคือที่อยู่อาศัย” หากธุรกิจเกิดปัญหาขาดทุนจนไม่สามารถผ่อนชำระคืนได้ตามสัญญา ผลกระทบที่ตามมาอาจหมายถึงการถูกฟ้องร้องและยึดบ้านขายทอดตลาด ซึ่งจะกระทบต่อที่อยู่อาศัยของตนเองและครอบครัว

ดังนั้น แผนสำรอง (Plan B) จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ผู้กู้ไม่ควรนำเงินกู้ทั้ง 100% ไปลงทุนจนหมดหน้าตัก แต่ควรกันเงินสำรองส่วนหนึ่ง (ประมาณ 10%-20% ของวงเงินกู้) เก็บไว้ในบัญชีที่มีสภาพคล่องสูง เพื่อใช้สำรองจ่ายค่างวดล่วงหน้าได้อย่างน้อย 6-12 เดือน ในกรณีที่ธุรกิจช่วงเริ่มต้นยังไม่สร้างกระแสเงินสดได้ตามเป้าหมาย การมีกันชนทางการเงินนี้จะช่วยให้ผ่านช่วงวิกฤตไปได้โดยไม่เสียบ้าน

สินเชื่อบ้านแลกเงิน

สรุปบทความ

การเปลี่ยนบ้านปลอดภาระให้เป็นเงินทุนธุรกิจผ่านสินเชื่อบ้านแลกเงิน เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ทรงพลังสำหรับคนมีเครดิตและมีวินัย ช่วยลดต้นทุนดอกเบี้ยและเพิ่มสภาพคล่องได้ดีกว่าสินเชื่อประเภทอื่น อย่างไรก็ตาม การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้กู้ควรประเมินศักยภาพในการผ่อนชำระและวางแผนการเงินให้รัดกุม เพื่อให้บ้านเป็นฐานที่มั่นที่ช่วยสร้างความมั่งคั่ง ไม่ใช่สร้างภาระในระยะยาว

สำหรับผู้ที่วางแผนเปิดร้าน ขยายธุรกิจหรือเพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจคุณ สินเชื่อบ้านแลกเงินพร้อมสนับสนุนคนทำธุรกิจ ด้วยดอกเบี้ยที่ต่ำ ลดต้นทุนให้กับธุรกิจ

  • ดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้น 3.99% ต่อปี (MRR-3.115%)
  • ไม่ต้องมีคนค้ำ รับเงินก้อน บ้านยังอยู่เหมือนเดิม
  • ให้วงเงินสูงสุด 20 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 30 ปี
  • ฟรี! ค่าประเมินหลักทรัพย์ – ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย และทางเลือกฟรีค่าจดจำนอง*

*ธนาคารจะออกค่าธรรมเนียมจดจำนองให้ 1% ของวงเงินอนุมัติสินเชื่อรวมสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท โดยลูกค้าชำระค่าธรรมเนียมจดจำนองก่อนแล้วธนาคารจะโอนค่าธรรมเนียมจดจำนองดังกล่าวเข้าบัญชีเงินฝากของลูกค้าภายในวันที่จดจำนองสำเร็จ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมและเงื่อนไขการสมัคร สามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ทีทีบี หรือ สมัครได้ที่ ทีทีบีทุกสาขา และ แอปทีทีบีทัช

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว : สินเชื่อบ้านแลกเงิน อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 5%-11% ต่อปี • สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR-1.605% ถึง MRR+3.170% ต่อปี • โดยอัตราดอกเบี้ย MRR ณ วันที่ 2 มี.ค. 69 = 7.105% ต่อปี • อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ • เงื่อนไขการสมัครและอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด • รายละเอียดการคำนวณเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซต์ www.ttbbank.com

 

 

กองบรรณาธิการเว็บไซต์

ยินดีสนับสนุน SMEs ไทยทุกแบรนด์ ที่ต้องการสร้างความเข้มแข็ง อยากเรียนรู้ พัฒนาธุรกิจ ส่งเสริมความเข้าใจในการตลาด มีความคิดสร้างสรรค์ แบ่งปันเพื่อสังคม ต่อยอดธุรกิจ ให้ประสบความสำเร็จในอนาคต