สาววัย 25 สร้างธุรกิจเสื้อผ้าด้วย Instagram 1 ปีรายได้ 30 ล้านบาท
การสร้างธุรกิจให้ตัวเองมีหลายรูปแบบ แต่หลายคนชอบที่จะสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเอง เพราะมองดูว่าเป็นโอกาสในการทำธุรกิจที่ให้ผลดีในระยะยาว ซึ่งข้อดีของการมีแบรนด์สินค้าตัวเองมีอยู่หลายปัจจัยได้แก่
- สามารถกำหนดราคาในการทำตลาดได้ เพราะเป็นสินค้าของเราเองไม่ได้รับจากคนอื่น
- การสร้างฐานลูกค้าและเพิ่มอัตราการซื้อซ้ำ เพราะสินค้าที่มีแบรนด์จะเป็นที่จดจำของลูกค้าได้ดีกว่า
- โอกาสในการขยายธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากแบรนด์ที่วางระบบบริหารจัดการดี นอกจากสินค้าที่ขายดียังอาจขยายรูปแบบธุรกิจไปสู่ระบบแฟรนไชส์ได้
อย่างไรก็ดีก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้สำเร็จได้ทุกคน ข้อมูลน่าสนใจระบุชัดว่า กว่า 42% ของผู้ที่สร้างแบรนด์เอง อ่านทิศทางตลาดผิด มุ่งสร้างสินค้าที่ตัวเองอยากขาย ไม่ได้แก้ปัญหาให้ลูกค้าทั่วไป หรือ อีกกว่า 29% ระบบการบริหารเงินสดไม่ดีพอ ใช้เงินกับการตลาดแบบเกินตัวจนทำให้ไม่มีกำไรในธุรกิจ
และ 19% แพ้ให้กับคู่แข่งอันเนื่องจากแบรนด์ไม่มีความแตกต่าง (Unique Selling Point) ทำให้ลูกค้ากลับไปหาเจ้าที่ถูกกว่าหรือดังกว่า รวมถึงอีก 14% ล้มเหลวเพราะการตลาดไม่มีประสิทธิภาพ สื่อสารไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย
5 กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ตัวเอง สู่ความสำเร็จ

สิ่งที่ต้องคำนึงในการสร้างแบรนด์ไม่ใช่แค่การมีโลโก้สวยๆ หรือสินค้าดีเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมที่มีผลต่อการสร้างยอดขายด้วยคือ
- หาช่องว่าง ที่ตลาดต้องการ เป็นการหยิบเอา Pain point ลูกค้าเป็นตัวตั้ง และพัฒนาสินค้าที่แก้ปัญหาเหล่านั้นได้
- แบรนด์ต้องมี Storytelling เพื่อเป็นการสร้างจุดเด่นและความแตกต่างที่ทำให้ลูกค้ารู้ว่าเราไม่ใช่แบรนด์ที่เหมือนเจ้าอื่นๆ ที่มีในตลาด
- ต้องมีระบบการขายและ CRM ที่แข็งแรง ต้องคำนึงเสมอว่าการหาลูกค้าใหม่แพงกว่าการรักษาลูกค้าเก่า ดังนั้นการเก็บข้อมูลลูกค้าเพื่อทำโปรโมชั่นให้ตรงใจ รวมถึงการมีระบบสมาชิกหรือการสะสมแต้มจะช่วยให้เกิดการซื้อซ้ำได้มากขึ้น
- การพัฒนาระบบหลังบ้านที่มีประสิทธิภาพ คือหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของการสร้างแบรนด์ สาเหตุที่ล้มเหลวส่วนหนึ่งเป็นเพราะระบบหลังบ้านตามไม่ทันการขายเช่น การรักษามาตรฐานสินค้า , แผนสำรองสำหรับวัตถุดิบและการขนส่ง
- ผนวกการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ปัจจุบันเป็นยุคที่ AI มีบทบาทดังนั้นการนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการตลาดจะช่วยสร้างแบรนด์และลูกค้าได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น
ในยุคที่ตลาดมีการแข่งขันสูงทำให้ความซื่อสัตย์ต่อแบรนด์ (Loyalty) นั้นลดลงมาก ผู้บริโภคพร้อมเปลี่ยนไปใช้แบรนด์อื่นที่คุ้มค่ากว่าหรือดีกว่าได้ ยิ่งเจอกับภาวะทางเศรษฐกิจที่ผันผวนหนักในขณะนี้ที่รายจ่ายคนเพิ่มขึ้น รายได้ลดลงรวมถึงสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจต่างๆ คนที่คิดจะสร้างแบรนด์จึงต้องพิจาณาองค์ประกอบหลายอย่างร่วมกันด้วย
See The Way I See แบรนด์เสื้อผ้าของเด็กสาวอายุ 25 ปี

เพื่อให้มองเห็นภาพชัดเจนขอยกกรณีศึกษาจากแบรนด์ See The Way I See เจ้าของคือ คุณ Sophie Nistico ที่อายุเพียง 25 ปีเท่านั้น
นี่คือแบรนด์ที่เริ่มต้นในปี 2020 ขณะที่ยังเป็นนักศึกษาในตอนนั้น แต่ตัวของ Sophie มีปัญหาที่ต้องเผชิญกับสภาวะความวิตกกังวลรวมถึงโรคแพนิคอย่างหนัก และก็ค้นพบว่าการได้ระบายความรู้สึกผ่านงานศิลปะและการเขียนข้อความให้กำลังใจตัวเองเป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาจิตใจได้ดีที่สุด
จาก Pain point ดังกล่าวเป็นจุดเริ่มของการนำคำพูดที่ตัวเองอยากได้ยินในวันที่แย่ที่สุดมาเป็นจุดขาย เริ่มด้วยการนำเงิน 500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 16,000 บาทซื้อเครืองพรินต์สติ๊กเกอร์ ผลิตข้อความให้กำลังใจวางขายออนไลน์
จากนั้นก็นำกำไรจากสติ๊กเกอร์ดังกล่าว มาลงทุนผลิตเสื้อล็อตแรก โดยพิมพ์ข้อความให้กำลังใจไว้ที่บริเวณแขนเสื้อ เพื่อให้ผู้สวมใส่สามารถมองเห็นได้ เช่น เช่น “It’s okay not to be okay” , “You are not your anxiety” , “Grow at your own pace” เป็นต้น
ทำตลาดด้วย TikTok และ Instagram รายได้ 30 ล้านบาท/ปี

สิ่งที่ทำให้ See The Way I See กลายเป็นแบรนด์ดังนอกจากการวางระบบบริหารจัดการที่ดี การนำเสนอสินค้าที่ทำให้ดูมีความแตกต่างน่าสนใจ ยังเน้นเรื่องการทำตลาดด้วย TikTok และ Instagram เป็นหลัก
โดยมีผู้ติดตามใน Instagram กว่า 2.3 แสนบัญชี และแบรนด์ยิ่งเป็นที่รู้จักมากขึ้นเมื่อได้ไปออกรายการ Shark Tank ในปี 2023 ข้อมูลส่วนหนึ่งที่เปิดเผยคือต้นทุนสินค้าที่ระบุว่าต้นทุนเสื้อคอกลมซึ่งอยู่ที่ราว 680 บาท แต่ขายได้ถึงตัวละ 1,900 บาท ส่วนเสื้อฮูด
มีต้นทุนอยู่ที่ตัวละประมาณ 800 บาท ก็มีราคาขายปลีกถึงตัวละ 2,400 บาท โดยในช่วงที่แบรนด์เริ่มเป็นกระแส เคยทำยอดขายได้สูงถึง 260,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 9 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง ผ่านการเปิดขายแบบ Drop คือการจำกัดเวลาและจำนวน ถ้าคำนวณเป็นรายได้ต่อปีก็ไม่ต่ำกว่า 30 – 50 ล้านบาทซึ่งถือว่าน่าพอใจมาก
ถ้าวิเคราะห์ว่าทำไมแบรนด์ See The Way I See ถึงขายดีทั้งที่ก็เป็นแค่เสื้อผ้าสกรีนข้อความที่ดูจะไม่ต่างจากแบรนด์อื่นที่เคยมีแต่หากพิจารณาในรายละเอียดจะพบว่า
- เน้นจุดขายที่จริงใจ โดยเฉพาะการวางตำแหน่งข้อความ Sophie สังเกตว่าเวลาคนที่มีสภาวะวิตกกังวล มักจะก้มมองมือหรือดึงแขนเสื้อตัวเอง จึงสกรีนข้อความให้กำลังใจไว้ที่แขนเสื้อ เพื่อให้ผู้สวมใส่เห็นได้ในจังหวะที่ต้องการกำลังใจพอดี
- เน้นความโปร่งใสในการทำธุรกิจ เป็นการแชร์ทั้งความล้มเหลวและขั้นตอนในการผลิตอย่างละเอียด เท่ากับเป็นการสร้างคอมมูนิตี้ให้คนติดตามที่มากกว่าเป็นแค่การขายสินค้า
- สร้าง Community ให้สินค้า โดยมีลุ่มปิดในโซเชียลมีเดียและฟีเจอร์การตอบกลับคอมเมนต์เพื่อพูดคุยกับลูกค้าในทุกเรื่อง หรือการจัดแคมเปญบริจาครายได้ส่วนหนึ่งให้กับองค์กรด้านสุขภาพจิตอย่างสม่ำเสมอ
และปัจจุบันคาดการณ์ว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของแบรนด์ See The Way I See อยู่ที่ประมาณ 3.5 ล้านดอลลาร์ โดยมีการขยายไลน์สินค้าไปยังเครื่องประดับ เคสโทรศัพท์ และพวงกุญแจ รวมถึงเริ่มขยายตลาดไปยังต่างประเทศ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี และออสเตรเลียด้วย
Key Takeaway ที่นำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจ
ถือเป็นไอเดียในการสร้างแบรนด์ที่น่าสนใจ เป็นกรณีศึกษาที่คนอยากทำธุรกิจโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่หรือวัยรุ่นทั้งหลายนำไปใช้ได้จุดที่น่าสนใจคือ ต้องเริ่มจากการออกแบบสินค้าที่แก้ปัญหาลูกค้าได้
ดูและสังเกตจากพฤติกรรมของคนส่วนใหญ่ว่าตอนนี้ต้องการอะไร และสินค้าที่เราจะสร้างแบรนด์ตอบโจทย์อะไรให้คนซื้อได้บ้าง จากนั้นเลือกการสร้าง Storytelling เน้นว่าสินค้าของเรา เข้าใจและอยู่เคียงข้างลูกค้าได้อย่างไร
ที่สำคัญอย่าลืมเรื่องการตลาดออนไลน์ ต้องเน้นการทำคอนเท้นต์ที่เรียบง่ายแต่คนดูแล้วเข้าใจ ในยุคที่ลูกค้าเน้นความคุ้มค่าสิ่งนี้คือเรื่องที่สำคัญมาก
ใครที่อยากสร้างแบรนด์ของตัวเองแม้ไม่มีประสบการณ์แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเริ่มไม่ได้ ผู้ที่ประสบความสำเร็จส่วนหนึ่งก็ไม่เคยทำธุรกิจตัวเองมาก่อนแต่คนเหล่านี้มีวิสัยทัศน์ มีมุมมอง มีไอเดียในการทำตลาดที่น่าสนใจ สิ่งเหล่านี้คือเคล็ดลับสู่ความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด
อ้างอิง
- https://citly.me/VIPM8
- https://citly.me/l0T1f
- https://citly.me/XNFB5
- https://citly.me/OyfHR
- https://citly.me/0jV9q
- https://citly.me/ThBmV
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจ แฟรนไชส์ และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
- อยากสร้างแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Ive14C
- อยากทำเป็นแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3IrrH0k
- รู้เรื่องกฎหมาย สัญญาแฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Iu5WNu
- รวมความรู้แฟรนไชส์ > https://bit.ly/3Pe0m5s
อ้างอิงจาก คลิกที่นี่
สำหรับคนที่อยากเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แนะนำเข้ารับคำปรึกษาผ่านหน่วยงาน ที่น่าเชื่อถือ เช่น
ไทยแฟรนไชส์ คอนซัลแทนซี่ (ThaiFranchise Consultancy)เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ยินดีให้คำปรึกษาในทุกกระบวนการสร้างระบบแฟรนไชส์ ทางบริษัทฯ มีอาจารย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการ คอยให้คำแนะนำ และร่วมค้นหาคำตอบจากประสบการณ์บนเส้นทางของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย มายาวนานกว่า 14 ปี
ลักษณะงาน
- เน้นการทำงานร่วมกับทีมงานของบริษัท
- ให้แนวทางในการทำงานในทุกๆ ด้าน
- มอบหมายงานและติดตามงาน
- อื่นๆ ทุกด้านที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ
1. วิเคราะห์ธุรกิจปัจจุบันเบื้องต้น หัวข้อดังนี้
- ลักษณะธุรกิจในปัจจุบัน
- ผลการดำเนินงานของธุรกิจ
- การปฏิบัติงาน
- เป้าหมายในอนาคต
2. กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจ
- การสร้างแนวคิดธุรกิจ (Business Concept)
- การกำหนดเป้าหมาย (Business Objective)
- การจำลองงบกำไร-ขาดทุน (Profit-Loss)
- การพัฒนาในด้านต่างๆ (Development Plan)
3. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Operation Plan)
- การวางแผนการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน
- สร้างคู่มือการทำงานแต่ละฝ่าย
- กำหนดเงื่อนไขในด้านต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ์ รูปแบบร้าน ทำเล การให้สิทธิต่างๆ แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์
- มีโครงสร้างทีมงานที่เหมาะสม
4. กลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ
- แผนการขยายสาขาของบริษัท หรือ ร้านสาขาต้นแบบ
- แผนการทดสอบขยายสาขาแฟรนไชส์
5. ขั้นตอนการพัฒนาระบบแฟรนไชส์
- รวบรวมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น
- ดูผลประกอบการ การดำเนินของร้านแฟรนไชส์จำลอง หรือร้านต้นแบบ
- ปรับปรุงแก้ไข
- พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ อย่างไม่หยุดยั้ง
การปฎิบัติงาน
- สัปดาห์ละ 1 คาบเวลา (ประมาณ 3-4 ชม.)
- ติดต่อปรึกษางานได้ตลอดเวลา
เงื่อนไขอื่นๆ
- การ Consult ไม่รับกลุ่มเดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกันและรับไม่เกิน 5 แบรนด์
อนึ่ง รายละเอียดและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการรับคำปรึกษา อาจมีนอกเหนือจากแผนงานดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบบแผนโครงสร้างของธุรกิจเดิม และเป้าหมายที่กำหนดไว้
สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-1019187
ฝ่ายที่ปรึกษาโครงการ (ThaiFranchise Consultancy




